การพัฒนาสีจากเมล็ดแม็กโนเลีย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 5 หน้า 119
หน้าที่ 119 / 128

สรุปเนื้อหา

เคอร์ติสตอบโดยไม่หันมาทางผู้ถามเลยว่า “สีสำหรับทา” แล้วจึงรู้สึกตัว หันมาหาคาร์เวอร์ พูดติดอ่างว่า “ฉัน ฉัน- “ได้มาจากของสิ่งใด” “เมล็ดแม็กโนเลีย ฉัน- คาร์เวอร์หยิบหลอดแก้วมา ชูขึ้นส่องแสงสว่าง และมองดูตลอด แล้วถามอย่างเคร่งเครียดว่า “ท่านเคยได้ยินว่าใครผลิตสีจากเมล็ดแม็กโนเลีย มาบ้างไหม” “ไม่เคย แต่ก็เห็นชัดเจนแล้วนี่ว่า " เสียงหัวเราะคิก ๆ ของคาร์เวอร์ทำให้เขาหยุดพูด คาร์เวอร์เอามือบีบไหล่ของ เคอร์ติส และว่า “เธอใช้ได้ พ่อหนุ่ม เธอใช้ได้” คราวนี้นับเป็นครั้ง แรกที่คาร์เวอร์มี “ผู้แสวงหาปัญญา” คนอื่นมาอยู่ใน ห้องทดลองด้วยกันกับเขาอีกคนหนึ่ง เขาทั้งสองก็กลายเป็นผู้ที่แยกออกจากกันไม่ได้ คาร์เวอร์บอกคนอื่น ๆ ให้รู้เรื่องงานที่เคอร์ติส กำลังทำอยู่ เขาผลักดันให้เคอร์ติสออกมาหน้าฉาก มอบงานให้เคอร

หัวข้อประเด็น

- การพัฒนาสีจากเมล็ดแม็กโนเลีย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เคอร์ติสตอบโดยไม่หันมาทางผู้ถามเลยว่า “สีสำหรับทา” แล้วจึงรู้สึกตัว หันมาหาคาร์เวอร์ พูดติดอ่างว่า “ฉัน ฉัน- “ได้มาจากของสิ่งใด” “เมล็ดแม็กโนเลีย ฉัน- คาร์เวอร์หยิบหลอดแก้วมา ชูขึ้นส่องแสงสว่าง และมองดูตลอด แล้วถามอย่างเคร่งเครียดว่า “ท่านเคยได้ยินว่าใครผลิตสีจากเมล็ดแม็กโนเลีย มาบ้างไหม” “ไม่เคย แต่ก็เห็นชัดเจนแล้วนี่ว่า " เสียงหัวเราะคิก ๆ ของคาร์เวอร์ทำให้เขาหยุดพูด คาร์เวอร์เอามือบีบไหล่ของ เคอร์ติส และว่า “เธอใช้ได้ พ่อหนุ่ม เธอใช้ได้” คราวนี้นับเป็นครั้ง แรกที่คาร์เวอร์มี “ผู้แสวงหาปัญญา” คนอื่นมาอยู่ใน ห้องทดลองด้วยกันกับเขาอีกคนหนึ่ง เขาทั้งสองก็กลายเป็นผู้ที่แยกออกจากกันไม่ได้ คาร์เวอร์บอกคนอื่น ๆ ให้รู้เรื่องงานที่เคอร์ติส กำลังทำอยู่ เขาผลักดันให้เคอร์ติสออกมาหน้าฉาก มอบงานให้เคอร์ติสทำ เมื่อคาร์เวอร์ถูกเชิญให้ไปประ ชุมกับผู้ว่าการจังหวัดซึ่งมีนามว่า ไวต์ ที่เวอร์จิเนีย เคอร์ติสก็ได้ไปด้วย “เคอร์ติสได้พัฒนาสีจากต้นแม็กโนเลีย จากกาแฟ ผงและส้มโอเสจ กับค้นคว้าเพิ่มเติมเรื่องถั่วลิสงและ มันเทศ กำกับการค้นคว้าสีราคาถูกอย่างเป็นอิสระ และ ควบคุมตามโครงการค้นคว้าเส้นใย (fiber) ท่าน ศาสตราจารย์ได้กล่าวอย่างภูมิใจ ออสติน เคอร์ติส พยายามหาสีราคาถูกสำหรับใช้ ทาโรงเรียนเด็ก ๆ ตามชนบท เขาได้พัฒนาสีที่บัดนี้รู้กัน ในหมู่นักวิทยาศาสตร์ว่า “สีน้ำตาล เคอร์ติส” สี เหล่านั้นได้ทำมาจากผลแม็กโนเลีย ชั้นแรกเขาบดผล แม็กโนเลียจนเป็นผง ต่อมาก็ใส่เชื้อแบคทีเรียลงไป และ ปล่อยไว้ให้ขึ้นฟองอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เมื่อฟองหยุด ขึ้นแล้ว สีก็แยกออกตกเป็นผลึก ได้พบสีน้ำตาลแก่อ่อน ต่าง ๆ กันถึงสิบสองสี “ฉันพอใจ” คาร์เวอร์กล่าวอย่างภาคภูมิ เขาเรียกผู้ช่วยของเขาว่า “ทารก” และคำว่า “ทารก คาร์เวอร์” นามนี้ได้กลายเป็นนามของ ออสติน เคอร์ติสในสถาบันทัสดีก็ไป คำวิจารณ์ (ของผู้แปลและเรียบเรียง) ในบทนี้แสดงลักษณะของคาร์เวอร์ทำนองเดียวกับ ในบทที่แล้ว ๆ มา ซึ่งได้วิจารณ์ลักษณะเหล่านั้นไว้แล้ว เป็นส่วนมาก แต่ถ้าจะหยิบยกข้อที่ซ้ำกันมาวิจารณ์ที่นี่ อีก บางทีก็จะไม่ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว เพราะในบทนี้ได้ เน้นข้อสำคัญ ๆ ให้หนักแน่นขึ้น ฉะนั้นจึงจะขอกล่าว เฉพาะที่เป็นสาระสำคัญเพียงย่อ ๆ ดังต่อไปนี้ ในเรื่องกรุณานั้น คาร์เวอร์มีอยู่อย่างสมบูรณ์ ใครจะตกทุกข์ได้ยากอย่างไร ถ้ามาหาเขาก็จะช่วยโดยไม่ เลือกหน้า ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ มีเด็กพาสุนัขขาลีบ มาให้เขารักษา และมีเด็กขาสืบมากหลายตลอดจนผู้ใหญ่ ทั้งหญิงทั้งชายมาให้รักษาเหมือนกัน เขาก็ได้ต้อนรับโดย ปราศจากความรังเกียจ แม้เป็นวันหรือเวลาหยุดพักเขาก็ นำมาใช้ในการนี้จนหมด ข้อสำคัญคือทำให้เปล่า ไม่ เรียกค่าตอบแทนใด ๆ เลย จึงนับได้ว่าเป็นกรุณาอัน บริสุทธิ์ กรุณานี้เป็นองค์หนึ่งในพรหมวิหารสี่ มี เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา คาร์เว่อร์ไม่อยู่ใต้อำนาจของโลกธรรมแปด คือ ตามทางตรงสี่ประการมี ลาภ ยศ สรรเสริญ และ สุข กับตามทางกลับสี่ประการมี เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา และทุกข์ ใครจะยกย่องหรือให้เกียรติอย่างไรก็ไม่ทำให้ เขาสนใจหรือตื่นเต้นไปด้วย หรือใครจะนินทาว่าร้ายก็ไม่ หวั่นไหวทั้งสิ้น ทั้งนี้เป็นเพราะเขามีปัญญาเทงตลอด เห็นความไร้สาระของมายาเหล่านั้น เขามีสันโดษและความมักน้อย ไม้ตำแหน่งก็ดี ทรัพย์สินก็ดีจะไหลมาจากทุกมุมโลก คาร์เวอร์ก็หา ได้ปรารถนาไม่ สิ่งเหล่านั้นเขามีพ่อแล้ว เขารู้จักความ พอ ถ้าเขามีมากขึ้นอีกก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร เขามุ่ง แต่จะทำประโยชน์ให้มากขึ้น ให้โลกทราบว่าเขามี อะไรที่จะให้เท่าที่อยู่ในความสามารถของเขา เขาเป็นคนไม่มีริษยา จะเห็นได้ที่เขาได้พยายาม ส่งเสริมออสติน เคอร์ติส ผู้ช่วยของเขาให้เด่นขึ้น เขามอบงานให้เคอร์ติสค้นคว้าตามลำพัง ในเมื่อเห็นว่า เคอร์ติสสามารถปฏิบัติการได้ เพื่อเปิดโอกาสให้เคอร์ติส ได้รับชื่อเสียงอันเป็นของตนเต็มที่ เขาพยายามบอก ใคร ๆ ให้รู้ว่า งานใดที่ผู้ช่วยของเขาเป็นผู้ทำ เขาไม่เคย กีดกันและไม่เคยแย่งความดีของผู้อื่น อย่างนี้นับว่าหาได้ ยาก กัลยา ณ มิตร ๑๑๗ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More