ข้อความต้นฉบับในหน้า
• มื่อเกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.
๒๕๑๖ ซึ่งถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติไทยว่า นิสิต
นักศึกษา ประชาชน รวมพลังเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย
แน่นอนเมื่อมีความขัดแย้ง มีการต่อสู้ ย่อมมีการสูญเสีย แต่
ก่อนเหตุการณ์นองเลือดจะเกิดขึ้น คนไทยต้องฆ่าฟันกันเอง
ด้วยเดชะพระบารมีคุ้มเกล้า พระเจ้าอยู่หัวทรงยื่นพระหัตถ์
เข้าช่วยเหลือในฐานะองค์พระประมุข ทรงระงับเหตุการณ์
ได้ทันท่วงที ทรงมีพระราชบัญชาให้ทหารเปิดประตูสวน
จิตรลดา พระราชวังดุสิต รับนิสิตนักศึกษาประชาชนที่หนี
ภัยมาพึ่งพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ
พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน
จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้า
ลูกเธอทั้ง ๒ พระองค์ ทรงเยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจนิสิต
นักศึกษา และประชาชน ที่กำลังหมอบกราบร่ำไห้อยู่แทบ
พระบาท
ตอนนั้นบ้านเมืองขาดผู้นำ เพราะรัฐบาลชุดก่อนได้
กราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว ในสภาวะเหตุ
การณ์กำลังคับขัน พระเจ้าอยู่หัวทรงปรากฏพระองค์ทาง
โทรทัศน์ท่ามกลางสายตาประชาชนนับล้านคน สีพระพักตร์
ของพระองค์หม่นหมอง ทรงเรียกวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๖
ว่า "วันมหาวิปโยค" แล้วพระสุรเสียงในประโยคต่อมา....ตรึง
ให้ทุกคนเงียบกริบ เมื่อทรงมีพระบรมราชโองการประกาศว่า
"เพื่อให้เหตุการณ์บ้านเมืองคืนเข้าสู่สภาวะปกติโดย
เร็ว ข้าพเจ้าขอแต่งตั้ง ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นนายกรัฐมนตรี...
นับเป็นครั้งแรกในระบอบประชาธิปไตย ที่มี
พระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุขทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
ด้วยพระองค์เอง ไม่ต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้นได้สะท้อนให้เห็นถึงพระ
ปรีชาสามารถ พระสุขุมคัมภีรภาพของพระองค์ ตลอดจน
การใช้พระราชอำนาจในฐานะพระมหากษัตริย์ เข้าแก้ไข
สถานการณ์ให้ลุล่วงไปด้วยดี ทำให้อาณาประชาราษฎร์ทั้ง
ประเทศต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
ครั้นประเทศชาติเข้าสู่ยุคประชาธิปไตยเต็มใบ ประ
ชาชนทุคนมีอิสระเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น มีสิทธิ
ในการเลือกรูปแบบการปกครองด้วยตนเอง ขณะเดียวกัน
ความรู้ในด้านการเมืองก็มีไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่เมื่อเขาว่าดีก็
ดีตาม อุดมการณ์ความคิดเห็นก็เริ่มขยายตัวและแตกต่างกัน
ออกไปทุกที ต่างฝ่ายก็คิดว่าตนเองมีความปรารถนาดีต่อชาติ
กัลยา ณ ม ต ร ๑๕