การเรียนภาษาอังกฤษและการเขียนหนังสือ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 12 หน้า 59
หน้าที่ 59 / 124

สรุปเนื้อหา

สมัยนั้นคือ เช้า ๆ ต้องยอมแข็งใจออกบิณฑบาต แต่ไม่เคยได้ข้าวสักเม็ดเดียวเพราะ ไม่ได้มุ่งที่จะไปรับบาตรที่ไหน หากตรงไปยังบ้านของครูที่สอนภาษาอังกฤษ ต้อง รีบใช้เวลาเรียนวันละประมาณ ๓๐ นาที ถึง ๑ ชั่วโมง "ผมหยุดความคิดที่จะสอบเปรียญ 5 เปรียญ ๗ แต่พอถึงเวลาสอบไล่ประจำ ปีต้องแข็งใจไปสอบทุกปีและตกทุกปี ที่ผมไปสอบเพราะขัดคำสั่งของอาจารย์ไม่ได้ มันเลยกลายเป็นธรรมเนียมที่จะต้องสอบ ก็สอบไปอย่างนั้น ตอนนั้นใจไม่อยู่กับ ภาษาบาลีเสียเลย พอรู้ภาษาฝรั่งขึ้นมาบ้าง ก็ชักกำเริบเสิบสานทะเยอทะยานแปล หนังสือ หัดแปล หัดเขียนไปตามหนังสือที่เราชอบอ่าน เช่นพระราชนิพนธ์ของ รัชกาลที่ 5 หนังสือประวัติศาสตร์ของกรมพระยาดำรงฯ และของท่านผู้ใหญ่อีกหลายคน หนังสือทดลองแปลครั้งแรกคือหนังสือประวัติศาสตร์ของ Remouy บ้าง ของ W.G.

หัวข้อประเด็น

- การเรียนภาษาอังกฤษและการเขียนหนังสือ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สมัยนั้นคือ เช้า ๆ ต้องยอมแข็งใจออกบิณฑบาต แต่ไม่เคยได้ข้าวสักเม็ดเดียวเพราะ ไม่ได้มุ่งที่จะไปรับบาตรที่ไหน หากตรงไปยังบ้านของครูที่สอนภาษาอังกฤษ ต้อง รีบใช้เวลาเรียนวันละประมาณ ๓๐ นาที ถึง ๑ ชั่วโมง "ผมหยุดความคิดที่จะสอบเปรียญ 5 เปรียญ ๗ แต่พอถึงเวลาสอบไล่ประจำ ปีต้องแข็งใจไปสอบทุกปีและตกทุกปี ที่ผมไปสอบเพราะขัดคำสั่งของอาจารย์ไม่ได้ มันเลยกลายเป็นธรรมเนียมที่จะต้องสอบ ก็สอบไปอย่างนั้น ตอนนั้นใจไม่อยู่กับ ภาษาบาลีเสียเลย พอรู้ภาษาฝรั่งขึ้นมาบ้าง ก็ชักกำเริบเสิบสานทะเยอทะยานแปล หนังสือ หัดแปล หัดเขียนไปตามหนังสือที่เราชอบอ่าน เช่นพระราชนิพนธ์ของ รัชกาลที่ 5 หนังสือประวัติศาสตร์ของกรมพระยาดำรงฯ และของท่านผู้ใหญ่อีกหลายคน หนังสือทดลองแปลครั้งแรกคือหนังสือประวัติศาสตร์ของ Remouy บ้าง ของ W.G. Well บ้าง หนังสือที่ชอบอ่านชอบแปลมากอีกเรื่องหนึ่งคือประวัติพระพุทธ ศาสนาในเมืองจีน หนังสือเล่มหลังนี้ จำได้ว่าพระจีนรูปหนึ่งที่วัดทิพยวารีวิหารใกล้ บ้านหม้อให้มา คำแปลเหล่านี้ อ่านกันในหมู่เพื่อนฝูงในวัด ยกเว้นเรื่อง "ท่องเที่ยวใน วัดจีน ส่งให้หนังสือพิมพ์ "ไทยใหม่ ซึ่งขณะนั้น คุณจรัญ วุธาทิตย์ เป็น บรรณาธิการรับไว้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ พอได้เห็นเรื่องแปลของตนคราวนั้น ดีใจ เท่าไรบอกไม่ถูกเลย เคารพนักปราชญ์...ย่อมเป็นนักปราชญ์ อาจารย์เสฐียร พันธรังษี ถ่ายที่ญี่ปุ่น เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ cu:26 "ผมเป็นคนชอบฟัง ชอบเขียน ไม่ค่อยชอบพูด ชอบไปฟังปาฐกถาที่ ที่ผมไปสอบ ราชคยาจารย์สมาคมในโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ระหว่างนั้นคือ ระหว่างเป็น เห็นจะได้ มีนักปราชญ์คนหนึ่งมาแสดงปาฐกถาธรรมให้ พระเณรฟังในวัดมหาธาตุฯ ท่านนักปราชญ์คนนั้น คือ คุณหลวงวิจิตรวาทการ เพราะขัดคำสั่ง ท่านเป็นข้าราชการผู้ใหญ่ในกระทรวงการต่างประเทศ รู้ในภายหลังว่าท่านเคยเป็น ลูกศิษย์เก่าของวัดมหาธาตุฯ ท่านบวชเป็นเณรเป็นพระอยู่ในวัดนี้ เมื่อท่านสึก ของอาจารย์ แล้วออกไปรับราชการเป็นนักการทูตในยุโรป หลวงวิจิตรฯ มาแสดงปาฐกถาให้พวกเราอยู่หลายคราว วันหนึ่งก่อนลงมือ ไม่ได้มัน พูด หลวงวิจิตรฯ มองมาที่เณรรูปหนึ่งที่นั่งฟังอยู่ข้างหน้าเพื่อนทุกครั้ง ตรงเข้ามา บอกว่า เณรช่วยบันทึกความที่ผมพูดไว้ด้วย แล้วจะมาขอเอาวันหลัง ขณะนั้นใจไม่ดีเลย แต่อุตสาห์แข็งใจทำบันทึกส่งให้หลวงวิจิตรฯ ทุกคราวที่ เลยกลายเป็น แล้วมองไม่เห็นบันทึกของตนเลย แต่มีข้อที่น่าประหลาดและโล่งใจคือ ท่านบันทึกไว้ ธรรมเนียมที่ แก้แต่งให้เสร็จ ในตอนท้ายเรื่อง "สามเณรต้องเขียนอย่างนี้ ต้องบันทึกอย่างนี้” เป็นอันว่าได้ครูเขียน หนังสือมาตั้งแต่วันนั้น และแล้วก็เป็น "เสียคน คือไม่ได้เรียนอะไรอีก เอาแต่หัดเขียน หนังสืออย่างเดียว จะต้องสอบ กัลยา ณ ม ต ร ๕๗ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More