ข้อความต้นฉบับในหน้า
ภาษาที่รวดเร็วภายในระยะเวลา ๑ เดือน
จนกระทั่งมาหยุดที่ตู้เสบียงซึ่งมีที่
ว่างอยู่ที่หนึ่ง ใกล้ ๆ กันนั้นมีคนสูบบุหรี่
ควันขโมงโฉงเฉงกันตลอดก็เลยเข้าไปแอบ
ในตอนช่วงระยะปิดเทอมเพียงไม่กี่
วันนั้น ท่านที่ปรึกษาทูตฝ่ายพาณิชย์ คือ
คุณวารวรา อินทรประสิทธิ์ ก็นิมนต์มา นั่งอยู่คนเดียวที่นั่น จนรถเข้าจอดเทียบ
ด้วยเหตุที่ว่าท่านทูตไทยประจำกรุงปารีส ได้ ชานชาลาในกรุงปารีส จะเป็นเพราะเหตุใด
ขอให้อาตมามาพบพระเถระองค์สำคัญของ ก็ตาม คุณวารวราซึ่งมารับพร้อมกับ
ศรีลังกาองค์หนึ่งคือ ท่านโสภิตตะ ซึ่งเป็น เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์นั้น ปรากฏว่า
อาจารย์สอนพุทธศาสนาในมหาวิทยาลัย หากันไม่เจอ แล้วทางคุณวารวราก็คาดว่า
คอนปอน ซึ่งท่านเองก็เป็นผู้ที่คุ้นเคยกัน จะเห็นอาตมาได้ไม่ยากนัก เพราะสีของ
จีวรนั้นจะผิดกับเสื้อผ้าของชาวบ้านทั่วๆ ไป
แล้วอาตมาเดินกลับไปกลับมาครึ่งค่อนชั่วโมง
กับท่านโสภิตตะเป็นอย่างดี
การที่อาตมาเดินทางเข้ามาครั้งนี้
มาทางรถไฟ คิดว่าเป็นการคมนาคมที่ บริเวณที่รถไฟจอด ทางตอนหน้าของรถไฟ
สะดวกที่สุดแล้วก็ประหยัดที่สุดด้วยแต่ต้องขึ้น เป็นทางออกเพียงทางเดียวของรถไฟนั้น
รถหลายต่อ แล้วต้องให้คุณบุญโย ปันยรา แล้วหากันไม่เจอ อาตมาเดินลึกเข้าไปถึง
มารับที่ปลายทาง ที่สถานีรถไฟกรุงปารีส ทางออกนอกประตู ถึงกระนั้นก็ยังหากันไม่
นักเรียนไทย ๒-๓ คนก็ตามมาส่งอาตมา เจอ อาตมาจึงเดินกลับไปกลับมาอีก ๒-๓
แล้วพากันขึ้นต่อรถไป จนกระทั่งไปต่อรถ เที่ยว สุดท้ายต้องไปยืนคอยหน้าปากทางเข้า
เป็นกระบวนที่สอง จะด้วยเหตุตรงกัน สถานีรถไฟแห่งนั้น มีชายชราชาวฝรั่งเศส
อย่างไรไม่ทราบ พอขึ้นรถกระบวนที่ ๒ ไป คนหนึ่งสวมแว่นตาหนาเตอะ แต่งตัวปอน ๆ
แล้ว ซึ่งเป็นกระบวนรถด่วน อาตมาก็เดิน ถือไม้เท้า มือก็สั่น ๆ ดูตาจะฟ้าฟางไปตาม
หาที่นั่งให้กับตัวเองไม่ได้เลย พอจะเข้าไปนั่ง
อายุของตนเอง ได้เดินเข้ามายกมือไหว้ถาม
เป็นภาษาอังกฤษ เรียกอาตมาว่า ภันเต
กำลังจะไปไหน มีคนมารับไหม อาตมา
ตอบว่ามี แล้วนัดกันเรียบร้อย แต่ก็ยังหา
กันไม่เจอ เขาก็บอกว่า จะยืนเป็นเพื่อนก็
แล้วกัน
ในที่ใด ก็จะมีเสียงตะโกนออกมาซึ่งฟังรวด
เร็วมาก ฟังไม่ได้ศัพท์ก็รู้สึกจะแปลว่า ที่นั่ง
นั้นมีคนนั่งเรียบร้อยแล้ว ก็เดินกลับไปกลับ
มาหลายเที่ยวในตู้รถไฟต่าง ๆ เพราะว่าหา
ที่นั่งไม่ได้เลย
๔๘ กัลยา ณ มิตร
เป็นพระภิกษุยืนอยู่คนเดียวตาม
ลำพังคงจะไม่เหมาะ
ยืนคุยกันไปถามไถ่กันไปก็ได้
ความว่า เขาเป็นคนหนึ่งที่มีความศรัทธา
ในพระพุทธศาสนา เคยเดินทางมาเยือนที่
พม่า ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้อยู่นาน
แล้วกลับมาก็ยังมีความศรัทธาในพระพุทธ
ศาสนานี้เป็นอย่างดี เขาเป็นผู้ที่มีความ
ศรัทธาในการสอนของ กิสนะมุนติ ซึ่งเป็น
นักปราชญ์คนสำคัญของอินเดีย เป็นผู้ที่
นำเอาความรู้เกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติ
ธรรม แล้วสอนให้คนมีความรักกันเหมือนพี่
เหมือนน้อง ซึ่งมีหนังสือหลายเล่มบรรยาย
เกี่ยวกับกิสนะมุนติผู้นี้
ยืนคอยอยู่นานพอสมควร เห็นที่
ว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่บังเอิญไม่
มีที่อยู่ของสถานทูตไทย และวันนี้ก็เป็นวัน
อาทิตย์ไม่รู้จะหากันเจออย่างไร ชายชรา
คนนั้นจึงนำอาตมาไปโทรศัพท์ หาเบอร์
โทรศัพท์ของสถานทูตไทยในทำเนียบ ปรากฏ
ว่าหาไม่เจอไม่ทราบจะทำอย่างไร ชายชรา
ผู้นั้นบอกว่า งั้นเราไปหาดูไหมล่ะ เขามีตัว
รถไฟใต้ดิน ราคาถูก แล้วก็ดีกว่าอยู่ที่นี่
ถ้าอย่างนั้นไม่เจออะไรเลย
อาตมามาคิดดูว่ายืนมานานแล้ว
ยืนเป็นชั่วโมง คิดเช่นนั้นก็รับข้อเสนอ
ของชายชราผู้นั้นแล้วตามเขาไปสู่ทางรถไฟ
ใต้ดิน ซึ่งกำลังจะพาอาตมาไปสู่ที่หลายต่อ
หลายแห่ง ซึ่งตัวเองยังไม่เคยพบมาก่อน
เป็นครั้งแรกที่หลงทางในต่างประเทศ ไปใน
ดินแดนที่ตัวเองไม่รู้จัก แล้วก็ไปกับคนอื่นที่
ตัวเองไม่รู้จักเลย
อ่านต่อฉบับหน้า
Kalyanamitra.org