ข้อความต้นฉบับในหน้า
"เห็นธรรม" เห็นอย่างไร ? DD ธรรมกายโคตรภู เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น
00 ธรรมชาติของใจกับการทําภาวนา 0 0 แม้การฉัน (กิน) ก็ยังมีปัญหา
DO...อยู่คนเดียวระวังความคิด อยู่กับมิตรระวังวาจา
หลวงพ่อตอบ ? ปัญหา
ฝ่ายวิชาการ อาศรมบัณฑิต รวบรวมและเรียบเรียงจากการตอบปัญหาของ หลวงพ่อทัตตชีโว
เห็นธรรม
เห็นธรรม คือเห็นอย่างไร
ถาม คำว่าผู้เห็น
ธรรม หรือผู้ที่ได้ดวงตาเห็น
ธรรมกับผู้ที่เห็นธรรมกายนั้น
เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร
อธิบายกันง่าย ๆ
อย่างนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ได้ตรัสว่าใจคนเรานี้ประภัสสร
คือมีความสว่าง แต่พอเราโต
ขึ้นมาแล้วกิเลสมันเข้าแทรกใจ
สิ่งที่ยั่วยวนข้างนอก มันมา
ทำให้ใจเราไขว้เขวไป เพราะ
ฉะนั้นแทนที่จะใส แทนที่จะสว่าง มันกลับขุ่นมัวเสีย คราวนี้พอ
เราลงมือนั่งสมาธิ ถ้าพื้นฐานใจเรามีสัมมาทิฐิอยู่ตั้งแต่ต้นแล้ว คือ
มีความเห็นถูกต้องร่องรอย ตั้งแต่บุญบาปมีจริง ทำดีได้ดีจริง ทำ
ชั่วได้ชั่วจริง นรกสวรรค์มีจริง โลกนี้โลกหน้ามีจริง ฯลฯ พระ
พุทธเจ้ามีจริง ฯลฯ ถ้าเรามีสิ่งเหล่านี้อยู่ในใจแล้วนี่ มีสัมมาทิฐิ
เป็นพื้นอยู่ ครั้นเมื่อเรานั่งสมาธิเมื่อไร มรรคมีองค์ ๘ จะเกิดขึ้น
มาอย่างครบครันโดยอัตโนมัติ คือ พอเรามีความเห็นถูกต้องแล้ว
ความคิดของเราจะไม่เขว ไม่
คิดเรื่องบาปเรื่องเลว ความ
คิดที่ดีจะเกิดขึ้น พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าตรัสว่า พอมี
สัมมาทิฐิเกิดขึ้น ความคิดดี ๆ
ความดำริชอบ ซึ่งประกอบ
ที่เรียกว่า สัมมาสังกัปปะหรือ
ด้วยองค์ ๓ คือ
๑. คิดออกจากกาม
๒. คิดไม่พยาบาท
๓. คิดไม่เบียดเบียนใคร
ความคิดเหล่านี้มันจะเกิดต่อเนื่องกันขึ้นมา และเนื่องจากเรานั่งสมาธิ
จะภาวนาว่า พุทโธ หรือสัมมา อะระหัง ก็ตาม ก็จะเป็นสัมมาวาจา
โดยอัตโนมัติ เป็นสัมมากัมมันตาด้วย คือ ขณะที่นั่งอยู่นั้น ไม่
ก่อความเดือดร้อนให้ใครเลย เป็นสัมมาอาชีวะ คือ ประกอบ
อาชีพชอบ ไม่ได้ไปทำความเดือดร้อนให้ใคร เป็นสัมมาวายาโม
มีความเพียรชอบ คือ
๑.
เพียรละนิสัยไม่ดีที่เคยทำให้หมดไป
กัลยา ณ มิตร ๒๕
Kalyanamitra.org