ข้อความต้นฉบับในหน้า
คราวนี้จะเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้านั้น
ให้เป็นพลังงานจิตจํานวนหนึ่ง
พลังงานจิตที่ถูกผลิตขึ้นนี้จะไหลไปรวมกับจิตกลางในสมอง
ออกซิเจน คาร์บอนและความร้อนเพิ่มเติมอยู่อย่าง
สม่ำเสมอ ย่อมลุกโพลงอยู่ได้
คนยังนอนหลับไม่สนิท จิตยังเป็นภวังคจิตแท้ พลังงาน
จิตกลางจะไปเล่นกับมโนภาพเก่า ๆ ในสมอง ทำให้
อาตมาหยุดเว้นจังหวะเพื่อสังเกตอากัปกิริยา เกิดความฝันขึ้น
ของหญิงสาวว่าพอจะเข้าใจได้หรือไม่ เธอนั่งก้มหน้า
คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า
เวลาคนนอนหลับล่ะคะ ดิฉันไม่เห็นเขารับ
อารมณ์ใด ๆ และไม่มีความรู้สึกใด ๆ ด้วย หมายความ
ว่าในเวลานั้นคนไม่มีจิตใช่ไหมคะ ?
ในเวลาหลับ คนก็มีจิตเหมือนกัน แต่เป็น
จิตที่แห้งงวดลงไปเหลือนิดเดียว เปรียบเหมือนน้ำใน
สระที่ไม่มีน้ำไหลมาเพิ่มเติม ค่อย ๆ แห้งงวดลงจน
เหลืออยู่เพียงนิดหน่อยที่ก้นสระ หรือเปรียบเหมือน
เปลวเทียนไขที่ขาดปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่ง จนหรี่ลง
เหลือนิดเดียวจะดับมีดับแหล่ จิตที่เหลืออยู่เพียงนิดเดียว
นั้นไม่มีความรู้สึกนึกคิดใด ๆ ท่านเรียกว่า "ภวังจิต
คือจิตที่เป็นองค์แห่งภพ ภวังจิตเป็นอยู่ได้ เพราะพลัง
ตัณหาและพลังกรรม แต่ภวังคจิตนั้นก็เกิดดับติดต่อ
กันไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับเปลวไฟ จนเราเห็น
เป็นเปลวเดียวกันตลอดเวลา
แล้วเวลาคนฝันล่ะคะ อะไรเกิดขึ้น ?”
"ความฝันอาจเกิดขึ้นได้เพราะเหตุหลายอย่าง
ความฝันบางอย่างเกิดจากอารมณ์ภายนอกที่มีกำลัง
อ่อน เช่นได้ยินเสียงบางอย่าง พลังงานเสียงไปกระทบ
ประสาทหูที่ยังไม่พร้อมที่จะทำงาน ปฏิกิริยาที่
ประสาทหูจึงก่อให้เกิดพลังงานไฟฟ้าเพียงเล็กน้อย
เมื่อพลังงานไฟฟ้าที่ไหลเข้าสู่สมองไปกระทบกับ
มโนภาพเก่าเข้า ก็เกิดกระแสจิตไหลไปเพิ่มกับภวังคจิต
ทำให้ภวังคจิตกระเพื่อมขึ้นรับอารมณ์ แต่เนื่องจาก
อารมณ์นั้นมาจากมโนภาพเก่า เช่นเสียงฟ้าร้องที่เคย
ได้ยินมาแล้ว จึงฝันไปว่าได้ยินเสียงฟ้าร้อง ทั้ง ๆ ที่
เสียงจริงเป็นเพียงเสียงกรนของคนข้างเคียง แต่บางที
๑๐๔ ก ส ย า ม ม ต ร
"ท่านอธิบายได้แจ่มแจ้งตามหลักความจริง
ทางสรีรศาสตร์โดยแท้ ดิฉันยังไม่เคยได้ยินได้ฟังมา
ก่อนเลย ดิฉันอยากเรียนถามต่อไปอีกว่าเวลาคน
ตายอะไรจะเกิดขึ้น ?"
"เวลาคนตาย ก็หมายความว่าเปลวชีวิต
ขาดปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ร่างกายเสียหาย
มากจนใช้การไม่ได้ จิตกลางจะหรี่ลงทีละน้อย
จนกลายเป็นภวังคจิต หมายถึง ความรู้สึกเช่นเดียว
กับเวลานอนหลับ แต่ในการตาย ภวังคจิตช่วงหนึ่ง
จะเคลื่อนจากร่างเก่า และไปถือปฏิสนธิในร่างใหม่
ภวังคจิตบช่วงนั้นเรียกว่า ปฏิสนธิจิต เมื่อได้ภาพใหม่
แล้วปฏิสนธิจิตดวงนั้นก็ดับไป เกิดมีภวังคจิตดวงอื่น ๆ
ขึ้นมาแทนต่อไป เปรียบเหมือนเราเอาไม้จิ้มฟันไป
จุดไฟจากเทียนไขที่กำลังจะดับ แล้วนำไปจุดเทียนไข
เล่มใหม่ เมื่อเทียนไขเล่มใหม่ติดไฟแล้ว ไฟที่ไม้จิ้มฟันก็
ดับไปพอดี
ภวังคจิตที่เคลื่อนจากร่างเดิมนั้น จะต้องใช้
เวลานานเท่าไรจึงจะได้ที่เกิดใหม่ ?" หญิงสาวถาม
แสดงให้เห็นความเฉลียวฉลาดของเธอ
"เกือบจะกล่าวได้ว่า ไม่มีการใช้เวลาเลย พอ
ตายปุยก็เกิดปั๊บทันที เพราะพลังจิตเดินทางได้เร็ว
กว่า
กว่าความเร็วของแสง ภายใน 5 วินาที จืดไปได้ไกล
กิโลเมตร และที่อันเหมาะสมสำหรับให้
พลังจิตไปถือปฏิสนธิในภพทั้งสามนี้ ก็มีมากจนไม่
mo0,000
องเสียเวลาค้นหา
อ่านต่อฉบับหน้า
Kalyanamitra.org