ข้อความต้นฉบับในหน้า
มหาวิทยาลัย ที่อยู่ของนักศึกษา หอประชุมและ
ขอให้สังเกตในด้านตะวันออกของสถูป
อื่น ๆ ครั้นกำหนดได้แล้วก็เขียนเลขติดประจำไว้ จะเห็นซากสังฆารามหลายต่อหลายแห่ง
ตั้งแต่ทางเข้า มีประกาศติดไว้ด้วยว่าห้ามมิให้ใคร
ทำอันตรายแก่โบราณวัตถุ รัฐบาลกรุงปัตนะผู้ให้
แต่ดู
เหมือนจะเป็นห้องเล็ก ๆ สำหรับนักศึกษาแต่ละ
รูปอาศัย มีอยู่แห่งหนึ่งเขาเขียนเลข ๑ ไว้เป็น
ทุนส่งเสริมมหาวิทยาลัย มอบให้พระกัสสปเถระ เครื่องหมาย สังฆารามหลังนั้นกว้างขวางมาก
(ขณะพิมพ์ครั้งนี้
ผู้พาเราศึกษาเป็นผู้ควบคุม
ท่านมหาเถระรูปนี้ ถึงมรณภาพเสียแล้ว)
มองเห็นอิฐแต่ละแผ่นที่วางเรียงเป็นกำ
แพงอยู่ในที่ต่าง ๆ เกิดความคิดวินิจฉัยได้ว่า
การสร้างมหาวิทยาลัยทำกันเป็นตอน ๆ ไม่พร้อม
กัน สุดแต่จะมีทุนอุดหนุนก็สร้างเพิ่มเติมกันขึ้น
แต่ละคราว มีการรื้อถอน การก่อสร้างใหม่
กว่าแห่งอื่น มีประตูเข้าเป็นพิเศษอยู่ทางเหนือ มี
อิฐแข็งซ้อนกันอยู่ประมาณ ๒ ถึง ๓ ชั้น ภายใน
บริเวณกว้างขวางมีแท่นหินขนาดใหญ่ ๓ แท่น
แสดงให้เห็นการลงแรงในการสลัก และยกเข้ามา
ตั้งด้วยกำลังแห่งบุรุษผู้กำยำ มีสลักหินขนาดใหญ่
อีกหลายหลัก บนหลักหินนั้นมีระเบียงหินติดต่อกัน
ระหว่างหลักต่อหลักวงไปโดยรอบ พอเห็นก็รู้ได้
สร้างกันไปตั้งแต่ต้นจนกระทั่งถูกทำลายเป็นสุดท้าย ทันทีว่าถูกไฟเผาเพราะมีรอยร้าวและความหักพัง
ส่วนที่ลึกลงไปขุดค้นยังไม่ได้ก็มีเป็นอันมาก
ท่านกัสสปเถระพาเราผ่านเข้าสู่ทาง
กว้างที่จะไปสู่บริเวณมหาวิทยาลัย มีสำนักสงฆ์
หมายเลข ๑ อยู่ทางซ้าย และสำนักสงฆ์หมาย :
เลข ๔ เลข ๕ อยู่ทางขวา ผ่านตรงนี้ไปแล้วเรา
เดินตรงไปจนกระทั่งถึงพื้นกว้างเป็นที่ตั้งพระสถูป
อันเกิดจากแรงร้อนของกองเพลิง
สังฆารามหมายเลข ๑ นี้ เดิมเป็นตัวตึก
๒ ชั้น มีจารึกไว้ว่า พระเจ้าเทวปาละกษัตริย์
องค์ที่ ๓
องค์ที่ ๓ ของราชวงศ์ปาละ (ระหว่าง พ.ศ. ๑๔๕๘-
๑๘๙๑) เป็นผู้สร้าง สังเกตแผ่นอิฐตามกำแพง
แสดงว่าสร้าง ๒ คราวด้วยกัน ทรุดโทรมเต็มที่แล้ว
ใหญ่องค์หนึ่งเขาเขียนเลข ๑ เป็นเครื่องหมาย แต่อิฐข้างบนยังดีอยู่ มีแท่นบูชา มีรูปพระพุทธเจ้า
สถูปนี้เป็นโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่สุดในบริเวณ มี
ส่วนทั้งใหญ่ทั้งสูงกว่าซากอื่นที่ขุดค้นได้ มีบันได
อิฐเดินขึ้นไปได้จนถึงยอด เมื่อขึ้นถึงยอดสามารถ
ซึ่งยังเห็นเพียงรอย ๆ อยู่ตรงส่วนที่สร้างครั้งแรก
ผู้นำเที่ยวอธิบายว่าตรงข้ามกับแท่นบูชา
เป็นที่นั่งของอาจารย์เวลาสอนหนังสือ พวกนัก
มองเห็นบริเวณมหาวิทยาลัยและหมู่บ้านสารีบุตร ศึกษานั่งบนพื้นโดยรอบ จากทิศตะวันตกเฉียงใต้
โมคคัลลาน์อันตั้งอยู่ใกล้เคียงได้หมด มีความรู้สึก มีซากบ่อน้ำสำหรับใช้ในมหาวิทยาลัย และข้าง ๆ
ใหม่เมื่อขึ้นไปถึงยอดสถูปองค์นี้ คล้ายกับได้ขึ้นไป มีห้องพักของนักศึกษาเรียงกันอยู่หลายห้อง มี
อยู่บนยอดภูเขาทอง มองเห็นที่ตั้งกรุงเทพฯ ได้ทั้ง หลังคาทำเป็นคุ้ม
หมด
เขาอธิบายว่าเป็นศิลปะ
การทำหลังคาแบบโบราณของอินเดีย ตอนหนึ่ง
ลักษณะการก่อสร้างของมหาสถูปแสดง เราเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัย ไปพบ
ว่าสร้างต่อเติมกันมาหลายครั้ง เพราะแผ่นอิฐที่ แผ่นหินใหญ่แผ่นหนึ่ง มีอักษรจารึกอยู่เต็ม ผู้นำ
วางเป็นรากตั้งแต่พื้นจนถึงยอด มีลักษณะเล็ก พาบอกว่า ยกเอามาจากห้องเรียนหนังสือนั้น
ใหญ่และสีสันไม่เหมือนกันแต่มีความแข็งแรงเท่ากัน จารึกประวัติเหตุการณ์สำคัญ ๘ อย่างในชีวิต
ผู้นำบอกว่าเป็นศิลปะสมัยราชวงศ์คุปตะ
ของพระพุทธเจ้า
ที่สังฆารามหมายเลข ๔ ตั้งอยู่ทางขวา
ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของสถูปใหญ่
สลักเป็นรูปพระโพธิสัตว์กวนอิมเทพเจ้าแห่งความ มือเวลาเข้าไป
เมตตา เป็นรูปใหญ่ที่สุดกว่ารูปใด ๆ ในบริเวณ
มหาวิทยาลัย ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้มีรูป
พระมหาเถระนาคารชุน อาจารย์ใหญ่ฝ่ายลัทธิ
มหายาน และอธิการบดีองค์แรกของมหาวิทยาลัย
มีอักษรเทวนาครี หรือปรากฤต สลักไว้ที่รูปสลัก
แต่อ่านไม่ออก
ได้พบสิ่งที่น่าพอใจศิลปะการ
ก่อสร้างสมัยโน้น ๒ อย่างด้วยกัน อย่างหนึ่งเป็น
ประตูมีช่องเล็ก ๆ เปิดขึ้นไปข้างบน ผู้นำอธิบาย
ให้ฟังว่า ช่องนี้ที่จริงไม่ใช่ประตู แต่เป็นช่อง
สำหรับเปิดรับแสงสว่างจากข้างนอก เพื่อให้ส่อง
เข้ามาข้างใน นับเป็นวิธีก่อสร้างให้มีความสะดวก
แทนที่จะไปเจาะหน้าต่างซึ่งต้องเสียเวลามากและ
Kalyanamitra.org
นาลันทา
กัลยา ณ มิตร ๑๐๓