ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชีวิตของผมหักเหมาก ผมบวชพระอยู่ไม่ถึง ๓ ปี ตอนนั้นมุ่งมั่นจะออกไป
เรียนภาษาอังกฤษที่ประเทศอินเดีย ตัดสินใจเข้าลาพระอุปัชฌาย์สมเด็จพระวันรัต
(เขมจารีมหาเถระ) ผมขอลาท่านอยู่ถึง ๓ ครั้ง ท่านไม่อนุญาต เพราะบวชพระไม่ครบ
๕ ปี ซึ่งตามพระวินัยถือว่า "ภิกษุที่อุปสมบทไม่ครบ ๕ ปี ต้องอยู่กับอุปัชฌาย์ไปก่อน
ตอนนี้ผมเสียใจมาก คิดว่า เมื่อไม่ได้ออกไปเรียนตามที่ตั้งใจ ก็ขอลาสิก ทำงาน
หนังสือพิมพ์ "ดวงประทีป” ของหลวงวิจิตรวาทการ และ สมัยราษฎร์ ของหลวง
สุขุมนัยประดิษฐ์อยู่ได้สัก ๒ ปี ก็แต่งงาน
ที่จริงการทำหนังสือพิมพ์ ผมคงจะมีบาปมาก เพราะละเมิดหนีวัดออกไป
ทำงานอยู่กับหนังสือพิมพ์ตั้งแต่เป็นเณร เณรรูปอื่นเขาคงไม่ทำกัน
แต่งงานแล้วยังทำงานหนังสือพิมพ์อยู่ กลางคืนรับจ้างแต่งหนังสือเป็นค่า
เช่าบ้าน เพื่อน ๆ เขาสงสาร ดึงตัวเอาไปสอนหนังสือ ช่วยเหลือให้มีรายได้เพิ่มอยู่
หลายเดือน ทำงานเลี้ยงชีพ ทำหนังสือพิมพ์ เขียนหนังสือ สอนหนังสืออยู่อย่างนี้
ราว ๑ ปี เห็นว่าไม่ก้าวหน้าแน่แล้ว ก็ตัดสินใจเรียนกฎหมาย
๑
"เรียนไปได้พักหนึ่ง สอบไล่ได้ภาค ๑ (ของธรรมศาสตร์บัณฑิตสมัยนั้น) ที่
สุดเรียนต่อไปไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเกียจคร้านหรอก แต่ที่เรียนต่อไปไม่ได้เพราะเกิดมีลูก
ขึ้นมา ต้องมีเวลารับผิดชอบชีวิตมากขึ้น เป็นอันต้องเลิกเรียนกฎหมายตั้งแต่คราวนั้น
แต่ยังไม่เลิกทำงานอยู่กับหนังสือพิมพ์
ประมวณวัน...ท่าน พ.พ.ส.
ถ้าอยากรู้ว่า เหตุใดไม่เลิกทำหนังสือพิมพ์เสียที่ขอตอบว่า รักวิชาการเขียน
หนังสือ และรักเขียนในหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ เพราะหนังสือพิมพ์เป็นแหล่งหา
ความรู้ให้ผู้อ่าน เป็นแหล่งแสดงมติของมหาชนด้วย ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ให้ความรู้
แก่คน เป็นการกระทำกุศล ได้ช่วยว่ากล่าวบุคคลผู้ประพฤติชั่วต่อความมั่นคงของ
แผ่นดิน และอื่น ๆ สิ่งอะไรเขียนในที่อื่นไม่ได้เท่าเขียนในหนังสือพิมพ์
อย่างไรก็ดี ชีวิตตั้งแต่เวลานั้น ดูจะมีความรับผิดชอบมากขึ้น กระโดดโลด
เต้นมากขึ้น ออกจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งไปทำงานอยู่กับอีกฉบับหนึ่ง ประมาณ
๓-๔ ฉบับ โดยเฉพาะในกลุ่มหนังสือพิมพ์ที่สำนัก "หลักเมือง” ผมเข้าไป ทำมาหากิน
อยู่กับคุณพ่อ ต.บุญเทียน และคุณแม่ทรัพย์ อังกินันท์
อยู่นานที่สุด พูดมาถึงตรงนี้ ต้องขอโอกาสแสดง
คารวะต่อท่านผู้มีพระคุณต่อชีวิตหนังสือพิมพ์ของผม
โดยตรงที่สุดมีอาทิเช่น คุณสถิตย์ เสมานิล คุณธนวนต์
จาตุประยูร คุณเนตร์ พูนวิวัฒน์ ม.ล.ฉอ้าน อิศรศักดิ์
คุณเฉลิม วุฒิโฆษิต และพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่น
๕๘ กัลยา ณ มิตร
เพื่อนนักศึกษาร่วมห้อง
มหาวิทยาลัยโอตานิ ปี ๒
Kalyanamitra.org