การปฏิบัติธรรมและการสร้างวัด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 12 หน้า 38
หน้าที่ 38 / 124

สรุปเนื้อหา

เรียนให้ท่านทราบด้วยกิริยานอบน้อม น้ำ ไม่ใช่ของง่ายเพราะก่อนบวชจะต้องปวารณา เสียงชัดถ้อยชัดคำ ด้วยความรู้สึกในใจเกิด ตัวนุ่งขาว รักษาศีล ๘ อยู่ในวัดไปก่อน ทั้ง ความปีติเบิกบาน เคารพรักหลวงปู่เหมือน ฝึกปฏิบัติและทำหน้าที่อุบาสกในวัดไปด้วย พ่อบังเกิดเกล้า หลวงปู่ดุลย์ อตุโล ทอดสายดู เพื่อให้เจ้าอาวาสครูบาอาจารย์ได้มีโอกาส อากัปกิริยาของเด็กน้อยแล้ว ได้พูดขึ้นด้วย ศึกษานิสัยใจคอของ "ปะขาว" หรือผ้าขาวว่า น้ำเสียงแจ่มใสเปี่ยมด้วยความเมตตาว่า "เธอเป็นคนมีของเก่ามาก ให้เธอ พยายามรักษาตัวและตั้งใจให้ดี - คำพูดของหลวงปู่ดุลย์ ก่อความปีติ อิ่มเอิบให้แก่เด็กชายจันทร์เป็นอย่างมาก ทำ จะบวชเป็นสามเณรหรือพระได้หรือไม่ ด้วย เหตุนี้เอง เด็กชายจันทร์ จึงได้ทำการปวารณา เป็น “ปะขาว เมื่ออายุได้ ๑๐ ขวบ ผ้าขาวน้อ

หัวข้อประเด็น

- การปฏิบัติธรรมและการสร้างวัด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เรียนให้ท่านทราบด้วยกิริยานอบน้อม น้ำ ไม่ใช่ของง่ายเพราะก่อนบวชจะต้องปวารณา เสียงชัดถ้อยชัดคำ ด้วยความรู้สึกในใจเกิด ตัวนุ่งขาว รักษาศีล ๘ อยู่ในวัดไปก่อน ทั้ง ความปีติเบิกบาน เคารพรักหลวงปู่เหมือน ฝึกปฏิบัติและทำหน้าที่อุบาสกในวัดไปด้วย พ่อบังเกิดเกล้า หลวงปู่ดุลย์ อตุโล ทอดสายดู เพื่อให้เจ้าอาวาสครูบาอาจารย์ได้มีโอกาส อากัปกิริยาของเด็กน้อยแล้ว ได้พูดขึ้นด้วย ศึกษานิสัยใจคอของ "ปะขาว" หรือผ้าขาวว่า น้ำเสียงแจ่มใสเปี่ยมด้วยความเมตตาว่า "เธอเป็นคนมีของเก่ามาก ให้เธอ พยายามรักษาตัวและตั้งใจให้ดี - คำพูดของหลวงปู่ดุลย์ ก่อความปีติ อิ่มเอิบให้แก่เด็กชายจันทร์เป็นอย่างมาก ทำ จะบวชเป็นสามเณรหรือพระได้หรือไม่ ด้วย เหตุนี้เอง เด็กชายจันทร์ จึงได้ทำการปวารณา เป็น “ปะขาว เมื่ออายุได้ ๑๐ ขวบ ผ้าขาวน้อยอยู่วัดป่าโยธาประสิทธิ์ จนถึง พ.ศ.๒๕๐๙ อายุได้ ๑๔ ขวบ จึงได้ไป ให้จิตใจผ่องแผ้วสงบมากขึ้น และชอบไป บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบูรพาราม จัง จุดเทียนนั่งสมาธิคนเดียวอยู่ในกระท่อม จน หวัดสุรินทร์ โดยมีหลวงปู่ดุลย์ อตุโล เป็น เคยถูกชาวบ้านกล่าวหาว่าเป็น "ผีปอบ" พระอุปัชฌาย์... เพราะระหว่างนั่งสมาธิอยู่นั้น เกิดแสงสว่าง โชติช่วงขึ้นแล้วก็ดับวูบไป แล้วก็เกิดขึ้นใหม่ สลับกันไป เย็นวันหนึ่ง หลังจากดูแลทำ ความสะอาดวัดเรียบร้อยแล้ว จึงไปพักผ่อน คลายเหนื่อยภายใต้ร่มเงาต้นลำใย และรำพึง อยู่ในใจว่า อธิษฐานจิต ภายใต้ บสะแก... ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยบุญ วันนั้น... เป็นวันจันทร์ ผู้เขียน และคณะได้นมัสการ "หลวงปู่จันทร์" ณ "เรานี้ได้หมั่นปัดกวาดกุฏิศาลาและ ศาลาหินอ่อนริมน้ำ ซึ่งเป็นหอฉันด้วย ปกติ สถานเวจกุฎี ตลอดจนปัดกวาดลานวัดและ ท่านฉันมื้อเดียวตอนเกือบ ๑๑ โมง นับเป็น รักษาเสนาสนะในวัดให้สะอาดอยู่ทุกวันเป็น บุญของพวกเราที่หลวงปู่จันทร์ท่านเมตตา กิจวัตรปกติ ย่อมจะได้กองกุศล มีผลา มาก เลยได้มีโอกาสกราบและฟังธรรมะ นิสงส์ใหญ่ เพราะกระทำไปด้วยจิตศรัทธา จากท่านเกือบชั่วโมงเต็ม หลวงปู่จันทร์เล่า เลื่อมใสในพระรัตนตรัย..." ขณะรำพึงอยู่เช่นนั้น ความปิติ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ทำให้ใจเข้าสู่ความ สงบโดยเร็วพลัน ราวกับว่าโลกทั้งโลกได้ หายไป ว่า ดินแปลงที่สร้างวัดนี้ ก็ค่อย ๆ ทำไป ในระหว่างนั้นใกล้เพลแล้ว ท่านจึง ให้คุณสถาพร สุนทรวิทยา และคุณสงคราม ขจรมาลี ประเคนบาตรและภัตตาหาร หลัง จากฉันเสร็จแล้ว ท่านก็เมตตาให้เวลาพวก เราต่อ โดยท่านเล่าว่า "สร้างวัดป่าชัยรังสีเสร็จ คงต้อง ไปพักผ่อนสักพักหนึ่ง ไปเหนือแล้วต่ออีสาน ถ้าเมืองลาวเปิดก็จะไปเที่ยวลาว แต่ลาวยัง เปิดไม่สนิท... อารมณ์ขันของ "หลวงปู่" ทำเอา พวกเราอมยิ้มไปตาม ๆ กัน ขณะเดียวกัน ท่านก็รู้ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับบ้านเมือง ของประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างดี คำว่า "เที่ยว" ของท่านก็หมายถึงการธุดงค์จารึก ไปตามป่าในภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย "ที่นี่ อาตมาถือหลักการอยู่ ๔ อย่างคือ การศึกษา ปฏิบัติ พัฒนาและเสีย สละ เป็นเครื่องตัดสินชีวิต เป็นหลักประกัน ชีวิตที่แท้จริง นอกนั้นก็จอมปลอม มารยา หลวงปู่ไม่มีความรู้หรอก ไม่จบ ป.๔ ด้วยซ้ำ... แต่การศึกษาธรรมของหลวงปู่มีข้อคิดเตือน ใจมากมาย แม้เป็นคำพูดเรียบง่ายธรรมดา แต่แฝงด้วยธรรมะลึกซึ้งเฉียบคม มีคุณค่า ยิ่งกว่าปริญญาทางโลก จนมิอาจประมาณได้ ความสามารถในเชิงบริหาร พัฒนาวัดป่า "ตอนแรกวัดนี้มีเนื้อที่แค่ ๒๕ ไร่ นี่ ชัยรังสีในช่วงระยะเพียง ๒ ปี ให้ก้าวไกลได้ ของท่านที่เห็นประจักษ์ กำลังขยาย ให้เขาถมที่อยู่ ดินที่นี่ถมไม่ได้ ถึงเพียงนี้ เป็นสิ่งยืนยันถึงบุญบารมี ต้องไปเอาดินจากกำแพงแสน จังหวัด แม้กระทั่งร่างกายของตัวเอง นครปฐม จึงจะปลูกต้นไม้ขึ้น ดินที่นี่เป็น เหลืออยู่แต่ใจที่สว่างคล้ายเป็นดวงอาทิตย์ ดินเปรี้ยว ตอนนี้มีพื้นที่เกือบ ๒๐๐ ไร่... พอ เมื่อจิตถอนคลายตัวออกมาเล็กน้อย จึงมี คาถาผุดขึ้นมาในความรู้สึกของจิตว่า พุทโธ พละวินิมุตโต ธัมโม และวินิมุตโต สังโฆ พละวินิมุตโต ซึ่งท่านได้ยึดถือเป็นคำภาวนาใน การเจริญกรรมฐานตลอดมา ทำให้ใจสงบ เป็นสมาธิได้ง่ายเสมอ คิดอะไรก็มักลุล่วง สำเร็จด้วยดี ทำให้อยากบวชเป็นสามเณร แล้วไม่เอามากเหนื่อย เรามองตามมือหลวงปู่ ที่ชี้ให้ดู บริเวณโดยรอบของวัด ซึ่งกำลังเริ่มก่อสร้าง อาคารวิหารต่าง ๆ ต้นไม้ส่วนใหญ่เพิ่งเริ่ม ปลูกยังไม่โตเต็มที่ "อาตมาเป็นตั้งแต่พลทหาร ถึง ผู้บัญชาการทีเดียว วางแผน วางผังเองหมด ใช้เวลา ๗ ปี มาครั้งแรกมาอยู่ใต้โคนต้น สะแก ไม่มีอะไรเลย อาตมานั่งภาวนาอธิษ มากยิ่งขึ้น แต่การบวชที่วัดป่าโยธาประสิทธิ์ ฐานอยู่ประมาณ ๒ ปี จึงจะมีผู้มาบริจาคที่ "ทำไปเถอะ คนทำงานคือคนที่ไม่ ตาย คนไม่ทำงานคือคนที่ตาย ก่อนตาย ชีวิตของพวกเธอเป็นทั้งวีรบุรุษ และวีรกรรม ชีวิตต้องอดทน..." พวกเราทั้ง ๔ คน ก้มลงกราบ หลวงปู่ด้วยความตื้นตัน คำพูดของท่าน ทำให้มีพลังใจที่จะทำงานเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาให้มากยิ่งขึ้น ท่านเล่าว่าชีวิตท่าน อยู่แบบลูกทุ่ง ก็ต้องอดทนแบบลูกทุ่ง เคย แร้นแค้นมากสบู่นกแก้ว ๑ ก้อนยังต้องนำ มาตัดแบ่งปัน ๔ ส่วนสำหรับพระ ๔ รูป "ที่นี่กลางวันฉันเสร็จก็ให้พัก บ่าย ๓๖ กัลยา ณ มิตร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More