ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นการมองมาที่ตัวเองและมองโลกอย่างมองไป เป็นเพียงการพบปะพูดคุยกันของ "คนดัง” เท่านั้น
ข้างหน้าจากที่เป็นมานั้น พระพุทธศาสนาถูก แล้วก็ละลายหายไปเป็นอากาศธาตุ แต่จะเป็น
แบ่งแยกออกเป็นนิกายต่าง ๆ มากมาย อย่างของ ประกายไฟดวงสำคัญที่จะส่งต่อความสว่างไสว
พม่า ลังกา ทิเบต มีถึง ๔-๕ นิกาย แต่ละนิกายก็ ไปสู่ใจของชาวพุทธทั่วโลก และสู่ใจของชาวโลก
มีความขัดแย้งกันมากบ้างน้อยบ้าง แม้ว่าจะใช้ ทั่วไป
พระวินัยฉบับเดียวกันก็ตาม ความเชื่อและ
พิธีกรรมของแต่ละนิกายก็มีความแตกต่างกัน
อีกมาก บางนิกายแทบจะเรียกว่าเป็นอีกศาสนา
ก็ว่าได้ แต่ก็ยังมีการนับถือ พระพุทธเจ้า นับถือ
พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งในการนับถือก็มีความ
แตกต่างกันในรายละเอียดอีกอย่างมากมาย
ในญี่ปุ่นเองก็มีหลายตระกูลที่เป็นพระบาง
นิกายมีอิทธิพลมากทางการเมือง ของไทยเราก็มี
ความแตกต่างกันอยู่บ้าง ซึ่งไม่มากนัก เมื่อเทียบ
กับประเทศอื่นที่นับถือพุทธ อย่างจีวร ทางทิเบต
เขาห่มสีแดงเลือดหมู จีนห่มสีเหลืองสด ญี่ปุ่นห่มดำ
อะไรอย่างนี้ แม้กระทั่งวันวิสาขบูชา แต่ละประเทศ
ก็ไม่ค่อยจะตรงกันในเรื่องพระพุทธเจ้าประสูติเมื่อไร
วันเดียวกันกับวันตรัสรู้ ปรินิพพานหรือเปล่า
ๆ
พระพุทธศาสนายังมีความแตกต่างในด้านความ
เชื่ออยู่มาก ซึ่งมีการตีความในคำสอน ก็ยิ่งทำให้
เกิดความแตกต่างกันมากขึ้นไปอีก ทั้ง ๆ ที่โดย
จุดรวมแล้ว ศาสนาพุทธมีจุดรวมที่สำคัญคือ เป็น
ศาสนาที่ให้ความสงบ ให้คนเชื่อด้วยเหตุผล ใช้
วิจารณญาณ"
ศตวรรษที่ ๒๐ กำลังผ่านไป ศตวรรษที่
๒๑ กำลังย่างกรายเข้ามา เทคโนโลยีและวิทยาการ
ใหม่ ๆ เจริญเติบโตอย่างยั้งไม่อยู่ จนศีลธรรมตาม
ไม่ทัน และเสื่อมทรุดไปจากใจของมนุษย์ใน
ศตวรรษที่ ๒๐ อย่างมากทีเดียว การสัมมนาครั้งนี้
ที่
จะมีผลทำให้ชาวศีลธรรมของชาวโลกดีขึ้นได้หรือไม่
ชาวพุทธทั้งหลายจะสามัคคีกัน ร่วมประสานงาน
ประสานใจ เพื่อความเป็นหนึ่งในพระพุทธศาสนา
ได้สักเพียงไร เชื่อว่าชาวพุทธทุกคนต้องการคำ
ตอบนี้
จึงหวังว่า การสัมมนาในครั้งนี้ จะไม่
หวังเหลือเกินว่าจะเป็นเช่นนั้น
๖๐ กัลยา ณ มิตร
Kalyanamitra.org