ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลวงพ่อตอบ ? Jฌหา
ท่านที่ฝึกสมาธิขั้นต้น เวลาเห็นนิมิต
ต่าง ๆ เรายังแยกไม่ออกว่า นิมิตจริง
นิมิตปลอมหรือนิมิตหลอน ก็ขอฝากไว้
๒ ประการคือ
๑. ควรอยู่ใกล้ครูบาอาจารย์
ให้มาก "เพื่อที่ท่านจะได้ช่วยแนะนำ”
๒. ถ้ายังหาครูบาอาจารย์ไม่ได้
ไม่ว่าเห็นนิมิตอะไร นึกนิมิตนั้นเป็น
ดวงแก้วหรือองค์พระให้หมด จะได้ไม่มี
การผิดพลาด แล้วน้อมเอาดวงแก้วหรือ
องค์พระนั้นมาตั้งไว้ที่กลางกาย รักษา
องค์พระหรือดวงแก้วนี้ไว้ให้ดีตลอดไป
และถ้ามีโอกาสว่าง ๆ ก็มาหาอาตมา
จะชี้ทางต่อให้
ความผิด
ถึงใครไม่รู้ แต่ตัวเราเองนั่นแหละรู้
ผิดบางครั้งอาจเป็นครู
แต่บางครั้ง ความผิดก็ทําให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไป
เพราะเป็นความผิดที่ไม่อาจทําคืนได้ !
ถาม กระผมเป็นพระ ถ้าต้องอาบัติแล้วไม่มีโอกาส
แก้ไข แต่ก็พยายามทำภาวนาอยู่ไม่หยุด จะสำเร็จมรรคผลได้
หรือไม่
เรื่องอาบัตินั้น ไม่ว่าอาบัติเล็กน้อยหรืออาบัติมากก็ตาม
Fi
อย่าดูเบาเรื่องเล็กน้อย ท่านให้ดูเป็นอาบัติหนักไว้ก่อน ถ้าอาบัติ
ปาราชิก ถึงไม่มีใครรู้ ก็ให้สึกไปเสีย อย่าอยู่ต่อไปเลย เพราะ
เป็นเหตุชี้ว่าสติของเราแย่มาก อินทรีย์ของเราไม่แก่กล้าพอ
สึกออกไปเสีย ขึ้นอยู่ต่อไป เดี๋ยวก็ไปทำความผิดอื่น ๆ ให้เป็น
อาบัติหนักเข้าไปอีก บาปจะท่วมหัวขึ้นไปใหญ่ เพศพระภิกษุ
เพศสามเณร เป็นเพศที่ทรงคุณใหญ่ เหมาะสำหรับผู้มีสติ
แก่กล้าพอสมควรแล้ว เหมือนไม้ที่เริ่มมีแก่นแล้วจึงจะอยู่ได้ เอา
มาสร้างบ้านเรือนได้ ถ้าไม้ยังไม่มีแก่น ขืนเอามาทำเสาไม่ช้าก็
หัก อยู่ไม่ได้ คนที่สติยังไม่แก่กล้า ถึงกับไปพลาดทำปาราชิกเข้า
เหมือนไม้ไม่มีแก่น รู้ตัวแล้วถอยไปเสีย อยู่ก็มีแต่ผุพังสึกออกไป
ไปทำความดีแบบฆราวาส ก็ยังมีโอกาสสร้างบุญสร้างกุศลต่อ
ไปได้ แต่ถ้าอยู่ในเพศสมณะเป็นพระภิกษุต่อไปก็กลายเป็นคน
ลวงโลก กลายเป็นไม้ผุ ๆ แล้วจะมีแต่ความวิปัตติสาร เกิดความ
หมองใจต่อไป
ๆ
กัลยา ณ มิ ต ร ๘๑