ข้อความต้นฉบับในหน้า
เรื่องทำความเข้าใจให้ตรงกันนี้
เป็นเรื่องที่สำคัญมาก หลวงพ่อเจอปัญหานี้
บ่อย ๆ คือใช้ให้ไปทำงานอย่างหนึ่ง เด็กไป
ทำอีกอย่างหนึ่ง บอกให้ไปทำอย่างนี้ ๆ นะ
ถามด้วยเข้าใจไหม ? เข้าใจ ตกเย็นมาดูงาน
กลายเป็นไปทำอีกอย่างหนึ่ง ต้องเรียกมา
เอ็ดมาว่ากัน ความจริงโบราณท่านมีวิธีแก้
ในเรื่องนี้คือ ถ้าหากผิดพลาด เข้าใจไม่ถูก
บ่อย ๆ เข้า เมื่อสั่งงานเสร็จท่านจะย้อนถาม
ตบท้ายไปว่า
ทวนคำสั่ง
ที่สั่งไปเข้าใจว่าอย่างไรให้
ถ้าบอกไม่ถูกก็โดนเขกหัว
ตรงนั้นเอง แต่การทำอย่างนี้ทำได้กับเด็ก ๆ
เท่านั้น แต่กับผู้ใหญ่ด้วยกันทำไม่ได้ เดี่ยว
จะเคืองกัน
เพราะฉะนั้น เวลารับคำสั่งอะไร
ก็ให้สอบสวนทวนความกันให้ดีให้มั่นใจเสีย
ก่อน สมัยหลวงพ่อเป็นเด็กก็เคยพลาดมาแล้ว
ทำให้ระมัดระวังเรื่องนี้มากเพราะเคยเจอเข้า
กับตัวเอง เมื่อตอนเรียนอยู่ชั้นประถม ตอน
เช้าคุณครูวานให้ไปสั่งกาแฟมาให้ เราเอง
เป็นเด็กก็ไม่รู้จักสังเกตเรื่องเวล่ำเวลากันละ
พอไปถึงร้านก็บอกว่า เอากาแฟมาแก้วหนึ่ง
เขาถามว่าเย็นหรือร้อน เรากำลังเหนื่อย
เพราะวิ่งไปเหงื่อออก เราก็คิดว่าเอ...มันร้อน
น่าจะสั่งอะไรเย็น ๆ ก็บอกเอากาแฟเย็นก็
แล้วกัน พอถือไปถึงห้องเรียนครูเห็นเข้าก็
ส่ายหน้า เพราะยังเช้าอยู่อากาศเย็น
แต่ท่านก็ต้องทนดื่มไปเพราะซื้อมาให้แล้ว
เอาไปให้ท่าน ๆ ถอนใจเฮือกเลย บ่นว่า
ร้อนจะตาย เอากาแฟร้อน มาให้ ผิดอีกแล้ว
ความผิดพลาดแบบนี้ เดี๋ยวนี้
หลวงพ่อก็เจอเข้ากับตัวเองบ่อย ๆ พอฉันเช้า
ๆ
เสร็จออกจากหอฉันไปดูแลรอบ ๆ
วัด ที่โน่น
บ้างที่นี่บ้าง กลับมาถึงที่ทำงาน ถ้าเป็น
เด็กคนเก่าเขาก็เอาผ้าร้อนมาให้เพราะเห็น
ว่ายังเช้าอยู่ แต่ถ้าเป็นเด็กคนใหม่ เขาก็
หวังดีนะ เห็นเดินตระเวนมารอบวัด คงจะ
ร้อน ก็เอาผ้าเย็นเจี๊ยบมาให้ ทำอย่างไรได้
ในเมื่อเขาเอามาให้แล้ว ก็ต้องใช้ แต่พอเช็ด
ควับเท่านั้น จามฟิต ๆ เลย หวัดเล่นงาน
เข้าให้แล้ว ก็ได้แต่นึกว่าเราทำไว้กับครูบา
อาจารย์อย่างไร ก็กลับมาได้กับเราอย่างนั้น
เพราะฉะนั้นก็ขอฝากเอาไว้ว่า แค่
กาแฟยังมีร้อนมีเย็น ผ้าก็ยังมีร้อนมีเย็น
ถ้าเรารับคำสั่งอะไรมาละก็ ช่วยสังเกต-
สังกา และถามให้มันแน่ ๆ เสียก่อน อย่า
อวดฉลาด ว่าเข้าใจไปหมดไม่สอบสวนทวน
ความเสียก่อน
นอกจาก
ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง
ทบทวนคำสั่งให้ชัด ๆ แล้ว เวลาผู้บังคับ
บัญชาสั่งงานผิด ก็คนเรายังไม่หมดกิเลส
ยังไม่เป็นพระอรหันต์ ก็มีสิทธิ์จะผิดได้ทั้ง
นั่นแหละ ถ้ามั่นใจว่าท่านผิดพลาดแน่แล้ว
ขืนปล่อยไปท่านต้องเสียหายแน่ อย่างไรเสีย
ก็ต้องเตือนกัน ไม่ใช่เห็นว่าผิดแล้วก็ปล่อย
ไปเลยตามเลย เราเป็นลูกน้องท่านถ้าท่าน
เสีย เราก็จะต้องพลอยเสียไปด้วย ถ้ากิจการ
ของท่านมีอันต้องล้มไปเราก็คงต้องล้มตาม
จะยิ่งยุ่งกันใหญ่ แต่การจะเตือนผู้ใหญ่นั้นมี
ข้อแม้อยู่ว่า ถ้าพูดโพล่งเตือนท่านต่อหน้า
ความที่เป็นเด็ก ทำอะไรผิดพลาด
เรื่อย ๆ เพราะไม่เข้าใจ และสังเกตอะไร
ไม่เป็น อีกคราวหนึ่ง ตอนเที่ยง ๆ คุณครู
คนเดิมใช้ให้ไปซื้อกาแฟอีก เราก็ไม่ได้สนใจ
ไต่ถามก่อน รีบวิ่งไปที่ร้านกาแฟ คิดว่า ชุมชนก็จะกลายเป็นการฉีกหน้า อาจจะ
เมื่อคราวที่แล้วเอากาแฟเย็นไปให้ดูท่าทาง กลายเป็นทำคุณบูชาโทษ อาจถูกสั่งย้าย
ท่านไม่ถูกใจ คราวนี้เลยสั่งกาแฟร้อน พอ
ภายใน ๒๔ ชม. ได้ การเตือนท่านไม่ให้
ท่านเสียหน้ามีอยู่หลายวิธีเช่น
- อาจกระซิบกระซาบ ให้รู้กัน
เพียงสองคนหรือ
-อาจเขียนหนังสือลอบส่งให้
ท่านอ่าน ซึ่งท่านจะเข้าใจได้เอง
หรือถ้าเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า
งานก็เร่งด่วนจะกระซิบกระซาบก็ไม่ถนัด
จะเขียนหนังสือส่งให้โอกาสก็ไม่อำนวย ก็
อาจใช้วิธีพูดขัดจังหวะแบบนุ่ม ๆ ไม่ใช่ขัด
คอนะ โดยพูดเรียนท่านว่า เดี๋ยวครับท่าน
ไอ้เรื่องอย่างนี้ เมื่อคราวที่แล้วท่านสั่งให้ทำ
แบบนั้น ๆ คราวนี้มันมีอะไรผิดพลาดจาก
คราวที่แล้วหรือครับ จึงทำไม่เหมือน
คราวที่แล้ว เราพูดเพียงเท่านี้ท่านก็จะฉุก
คิดได้ทันที โดยไม่คิดว่าโดนฉีกหน้า ท่าน
อาจคิดว่า "เออ ! จริงนะ ทำตามอย่าง
คราวที่แล้วดีกว่า" บางทีแม้ของเดิมท่านไม่
เคยทํามา เราเองทำเอาไว้ถ้าดีก็อ้างไปได้
เหมือนกัน ไม่เสียหาย
โดย
สิ่งเหล่านี้ขอให้ระวังให้ดี
เฉพาะคนไทย เรื่องเสียหน้านั้นกลัวกันนัก
ไม่รู้ว่าหน้ามันใหญ่ขนาดไหน
เสียทองไม่ว่าอย่าให้ต้องเสียหน้าเลย อย่าว่า
เสียเงิน
แต่คนอื่นคนไกล แม้สามีภรรยากันนี่แหละ
ถ้า
ภรรยาจะไปเตือนสามีนี่เตือนยากนัก
ไม่ดูจังหวะเดี๋ยวเกิดเรื่อง ยอมรับไม่ได้ขึ้น
มาเสียแล้ว เพราะรู้สึกเสียเหลี่ยมว่าถูกข่ม
เลยทำอึดอัดส่งเดชไป
ยังมีอีกกรณี
เรื่องรับคำสั่งมา
หลายงาน ก่อนทำต้องเช็คดูด้วยว่างาน
ไหนด่วนไม่ด่วน จัดลำดับก่อนหลังของงาน
ให้ดี เพราะถ้าเราไปอยู่กับผู้บังคับบัญชาที่
ขยัน ๆ ทำงานเก่งละก็ ดูเหมือนว่างาน
ทุกอย่างที่สั่งมาเป็นงานด่วนไปหมด แต่ว่า
๘๔ ก ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org