ผ้าไหมและการค้าในราชอาณาจักรโรมัน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 10 หน้า 25
หน้าที่ 25 / 124

สรุปเนื้อหา

จะซื้อผ้าไหมในราชอาณาจักรโรมัน ผ้าไหม ไกลโพ้น และสำหรับชาวโรมันก็เรียกจีนว่า วัตถุที่ส่อให้เห็นความเป็นนานาชาติของ นั้นมีค่าประดุจทองคำ เมืองฉางอาน ได้ถูกขุดพบเสมอในเมืองนี้ เซเรส เมืองผ้าไหม คนที่เดินทางมาตามเส้นทางสายไหมมัก นำเอาศาสนาของตนเข้ามาด้วย นิกายเนส- รูปที่ทำจากกระเบื้องอย่างอ่อนในยุค โตเรียนของคริสต์ศาสนานั้น กล่าวกันว่า เข้า ถัง แสดงให้เห็นถึงคนจากหลาย ๆ ประเทศ มาในเมืองฉางอานเมื่อประมาณปี พ.ศ.๑๑๒๘ และยังพบเหรียญกษาปณ์โบราณของญี่ปุ่นด้วย นิกายนี้เผยแพร่ไปอย่างรวดเร็วในฉางอาน - ดอกไม้เทียมทำด้วยผ้าไหม พบที่ บรรดาชื่อของผู้ที่ศรัทธาในศาสนานี้ได้จารึก เมืองสำคัญเมืองหนึ่งบนเส้นทางสายไหม ชื่อ เอาไว้ทั้งเป็นอักขระจีนและซีเรีย อันเป็น ทรูพาน อยู่ห่างจากเมืองฉางอานไปทางทิศ หลักฐานที่บ่

หัวข้อประเด็น

- ผ้าไหมและการค้าในราชอาณาจักรโรมัน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

จะซื้อผ้าไหมในราชอาณาจักรโรมัน ผ้าไหม ไกลโพ้น และสำหรับชาวโรมันก็เรียกจีนว่า วัตถุที่ส่อให้เห็นความเป็นนานาชาติของ นั้นมีค่าประดุจทองคำ เมืองฉางอาน ได้ถูกขุดพบเสมอในเมืองนี้ เซเรส เมืองผ้าไหม คนที่เดินทางมาตามเส้นทางสายไหมมัก นำเอาศาสนาของตนเข้ามาด้วย นิกายเนส- รูปที่ทำจากกระเบื้องอย่างอ่อนในยุค โตเรียนของคริสต์ศาสนานั้น กล่าวกันว่า เข้า ถัง แสดงให้เห็นถึงคนจากหลาย ๆ ประเทศ มาในเมืองฉางอานเมื่อประมาณปี พ.ศ.๑๑๒๘ และยังพบเหรียญกษาปณ์โบราณของญี่ปุ่นด้วย นิกายนี้เผยแพร่ไปอย่างรวดเร็วในฉางอาน - ดอกไม้เทียมทำด้วยผ้าไหม พบที่ บรรดาชื่อของผู้ที่ศรัทธาในศาสนานี้ได้จารึก เมืองสำคัญเมืองหนึ่งบนเส้นทางสายไหม ชื่อ เอาไว้ทั้งเป็นอักขระจีนและซีเรีย อันเป็น ทรูพาน อยู่ห่างจากเมืองฉางอานไปทางทิศ หลักฐานที่บ่งชัดถึงความเป็นนานาชาติของเมือง ตะวันตกประมาณ ๑,๕๐๐ ก.ม. ฉางอาน นอกจากศาสนาคริสต์แล้ว ศาสนา เมืองซีอานนั้นอยู่ในมณฑลชานสี มี ประชากร ๒ ล้านห้าแสนคน ประมาณสอง เท่าของฉางอานโบราณ ชื่อเมืองเปลี่ยนจาก ฉางอานมาเป็นซีอานเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๑ ในสมัยฉางอานโบราณนั้น การส่งออก ตัวไหมนั้นเป็นสิ่งต้องห้าม ดังนั้นกษัตริย์แห่ง ปีละสองหนที่ชนมุสลิมมาชุมนุมกันคับคั่งที่ซีอาน อิสลามได้มาอยู่ ณ ที่นี่มาหลายปีแล้ว มี หอสวดมนต์อันสำคัญที่เรียกว่า ชิงเจินจื่อ ชนชาวมุสลิมผินหน้าสู่เม็กกะวันละ ๕ เวลา เพื่อสวดมนต์ ต่างก็ล้างเนื้อล้างตัวทุกครั้งที่สวด เพื่อฉลองพิธีประจำปี ในราชวงศ์ถังได้มี โคทาน (Khotan) จึงได้ขอให้เจ้าสาวของ พระองค์ ซึ่งเป็นเจ้าหญิงชาวจีนได้นำรังไหม จดหมายเหตุบอกไว้ว่า เมืองนี้มีชนมุสลิมอยู่ ติดตัวมาด้วยยามที่มาเข้าพิธีอภิเษก แต่องค์ ประมาณ พันคน แต่ในทุกวันนี้มีมาก หญิงลักลอบนำออกมาได้สำเร็จเพียงไม่กี่ตัว กาล กว่านั้นกว่า ๑๐ เท่า ต่อมา ผ้าไหมก็ข้ามขุนเขาแห่งพาเมียร์ ทะเล ๑ แต่ก็หามีสิ่งใดจะมามีอิทธิพลต่อจีนไป (ซ้าย) นักท่องเที่ยวชาวต่าง ประเทศกำลังชมวัดไปหม่า (วัดม้าขาว) เมืองลั่วหยาง ซึ่ง เป็นวัดทางพุทธศาสนาแห่งแรก ของจีน สร้างเมื่อปี ค.ศ. ๑๘ (ล่าง) ด่านเจียอี้กวน ที่ตั้งอยู่ ในเขตมณฑลกันซู่ ซึ่งเป็น จุดปลายสุดของกำแพงเมือง จีนด้านตะวันตก สร้างขึ้นในปี ๑๓๗๒ สมัยราชวงศ์หมิง เมื่อขึ้นไปยืนบนหอคอยของ ด่านแห่งนี้ ก็จะมองเห็น ทัศนียภาพเขตนอกกำแพงได้ ทรายแห่งอาระเบีย แล้วมาจนถึงกรุงโรมอัน ได้มากเยี่ยงอีกศาสนาหนึ่ง ที่เข้ามาสู่จีนทาง กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา กัลยาณมิตร ๒๓ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More