ข้อความต้นฉบับในหน้า
ธ ร ร ม ธ า ร า
เพื่อสร้างเครดิตหรือ
เราก็ต้องหามาเลี้ยงเขาจนได้
กู๊ดวิลล์ไว้ในลูกค้าหรือเพื่อนร่วมวงการค้า แต่เบื้องหลัง
จริง ๆ แล้ว ฐานะของฉันย่ำแย่มาก ฐานะของพี่
ยังดีกว่าน้องหลายเท่า”
"โธ่ แกจะมาเอาอะไรกับนายตำรวจจน ๆ อย่างพี่
อาศัยเงินเดือนที่หลวงท่านให้ทานกินไปเป็นเดือน ๆ
จะเอาที่ไหนมาร่ำรวย เป็นข้าราชการมันก็ดีแต่เกียรติ
เท่านั้น คิดหวังรวยจากราชการไม่มีทางหรอก”
"ทำไมจะไม่มี” พี่ชายรองพูดขึ้นอย่างรู้ที่
"เป็นตำรวจอย่างพี่นี้แหละ ถ้ารู้จักหากินก็รวยเร็วนัก
ให้เขาเปิดบ่อนการพนันขึ้นสึก ๒-๓ แห่ง แล้วคุมก็
ขี้เกียจจะรวย ฉันเห็นคนอื่นเขารวยกันออกโครม ๆ
รู้จักใช้อำนาจหน้าที่ให้เป็นประโยชน์บ้าง”
"พวกพ่อค้ามันก็อย่างนี้แหละ” พี่ชายใหญ่
พูดด้วยสำเนียงเยาะ ๆ "เห็นแก่ได้เห็นแก่เงิน โดย
ไม่คำนึงถึงศีลธรรมและกฎหมายบ้านเมือง ขอให้ได้
เป็นพอ คนอื่นจะเป็นอย่างไรก็ช่าง พี่ว่าพวกพ่อค้า
นี่แหละทำให้ข้าราชการเสียคน พวกเที่ยวเอาทอง
ของกำนัลต่าง ๆ ไปประเคนให้เพื่อขออภิสิทธิ์บางอย่าง
การคอรัปชั่นมันถึงได้เกิดขึ้น”
พี่ชายรองหัวเราะอย่างเย้ยหยัน แล้วพูดว่า
"ถ้าข้าราชการแน่จริง ก็ไม่ควรจะรับทรัพย์จากพ่อค้า
ถ้าผู้รับไม่รับเสียอย่างเดียวก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"แกพูดเอาแต่ได้ตามเคย” พี่ชายใหญ่ค้าน
"ถ้าพี่จะพูดว่า ถ้าไม่มีผู้ให้เสียอย่างเดียวก็
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แกจะว่าอย่างไง เพราะมีผู้ให้จึงมี
ผู้รับ เพราะมีผู้เสนอ จึงมีผู้สนอง ถ้าไม่มีผู้ให้ ก็ไม่
มีผู้รับ ฉะนั้นความผิดเบื้องต้นจึงอยู่ที่ผู้ให้
"ผู้ให้มันต้องมีวันยังค่ำ
"มีคนเขาว่ากันว่า ถ้ามัวห่วงยศ ก็อดยัด
"พี่อยากจะยอมอดตาย มากกว่าจะอยู่อย่าง
อิ่มหมีพีมัน แต่ถูกเขาประณามสาปแช่ง
"งั้นก็แสดงว่าพี่ไม่ต้องการความร่ำรวย มีอยู่
มีกินไปวัน ๆ ก็พอแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นพี่จะ
เอาสมบัติมรดกของน้องไปทำไม ยกให้ฉันเสียหมด
ไม่ดีหรือ?”
"ไม่ใช่พี่ไม่อยากรวย อยากรวยเหมือนกัน
แต่รวยโดยทางที่ชอบธรรม ไม่ใช่รวยในทางทุจริต
ผิดกฎหมายและศีลธรรม สมบัติของน้องที่ได้มา
โดยชอบธรรม พี่ก็ควรรับ แกมีฐานะดีกว่าพี่อยู่แล้ว
แกก็ไม่ควรจะมาเรียกร้องสิทธิหรือแกว่ายังไง”
ชายใหญ่หันมาถามอาตมาเป็นครั้งแรก หลังจาก
อภิปรายกับพี่ชายรองมาเป็นเวลานาน
อาตมาไม่ตอบ เพราะเห็นว่าไม่จำเป็นอะไร
ที่จะไปร่วมถกเถียงด้วยอำนาจความโลภ ความโกรธ
ความหลงกับพี่ทั้งสอง อีกทั้งรู้สึกสังเวชสลดใจต่อ
ความโลภอันไม่รู้จักสิ้นสุดของมนุษย์ ตามความเป็น
จริงแล้ว ชีวิตมนุษย์ต้องการอาหารพออิ่มท้อง วัน
ละมือสองมื้อ ต้องการเสื้อผ้าพอกันหนาวร้อนและ
ความอาย ต้องการที่อยู่พอวางหลังลงนอนวางก้นลงนั่ง
ต้องการยาพอบำบัดทุกขเวทนาที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ
เท่านั้น ถ้ามนุษย์มีเพียงปัจจัย ๔ บำรุงร่างกาย
เท่าที่จำเป็น และมีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
ต่อกัน ก็จะอยู่ในโลกนี้ได้อย่างมีความสุข แต่เพราะ
มนุษย์ตกเป็นทาสของตัณหา บำเรอตัณหามากกว่า
ที่จะบำรุงชีวิต จึงมีการเบียดเบียนเข่นฆ่ากัน โลกจึง
เดือดร้อนวุ่นวาย อาตมาตัดสินใจบอกพี่ชายทั้งสองว่า
"น้องจะไม่ยกมรดกให้ใครและอาจจะไม่บวช
แล้วก็เดินออกจากบ้านไปท่ามกลางความ
เพราะการให้เป็น
ด้วย”
เมื่อไม่มีทุนไม่มีกำไร
ตกตะลึงของพี่ชายทั้งสอง
การลงทุนแบบหนึ่ง พ่อค้าต้องมีการลงทุนเพื่อหวังกำไร
ถ้าไม่มีการลงทุนก็ไม่มีกำไร
ก็ไม่ใช่การค้า”
"เชิญแกลงทุนของแกไปตามสบายเถอะ แต่
อย่ามาลงทุนกับพี่ก็แล้วกัน ไม่มีวันสำเร็จดอก พี่จะ
ไม่ทำลายกฎหมาย ศีลธรรมและเกียรติยศชื่อเสียง
ของวงศ์ตระกูล เพราะเห็นแก่อามิสสินจ้างเป็นอันขาด”
อ่านต่อฉบับหน้า
๑๑๔ กัลยาณมิตร
ที่ไหนมีอยากที่นั่นมีทุกข์