ข้อความต้นฉบับในหน้า
และศีขรินเพื่อนเดินทางขึ้นสู่เกวียนเล่มที่ ๓ จากเล่มหน้า
ขบวนเกวียนเคลื่อนออก โคซึ่งได้รับการปรนปรือมา
อย่างดี และมีลักษณะเป็นมงคล ย่างเท้าพาเกวียน
ไปด้วยท่าทางสง่าและบึกบึน
ว
เนตายืนมองขบวนเกวียนซึ่งเคลื่อนไปช้า ๆ
จนสุดสายตา เธอรู้สึกเหมือนดวงใจของ
เธอจะหลุดลอยไปด้วยพร้อม ๆ กันนั้น
น้ำตาก็ไหลพรากลงอาบแก้ม ใครเล่าจะ
ทราบซึ้งถึงความรู้สึกของเธอยิ่งกว่าตัวเธอเอง ตั้งแต่
ลืมตาขึ้นดูโลก ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้รับรสแห่ง
การพลัดพรากจากคนอันเป็นที่รัก ดวงใจของเธอยัง
บอบบางเกินไปที่จะทนต่อการกระแทกกระทั้นแห่ง
ปิยวิปโยคทุกข์อันมักจะมีอยู่เสมอในชีวิตมนุษย์ผู้กระ
เสือกกระสนอยู่ในทะเลแห่งความหวัง ความต้องการ
ความปรารถนาในอิฏฐารมณ์อันชื่นชูใจ
ดังนั้น เมื่อกลับสู่ตำหนัก เธอก็เป็นอันทำ
อะไรเข้าห้องปิดประตูทิ้งตัวลงบนที่นอน ซบหน้าลง
กับหมอนแล้วถอนสะอื้นอยู่ไปมา เธอคิดถึงอโศก-
คิดถึงอย่างมาก ภาพขบวนเกวียนเคลื่อนออกไป ยัง
ติดตาเตือนใจเธออยู่ หลับตาลงทีไรภาพนั้นก็ปรากฏ
เหมือนภาพหลอน แต่อโศกเล่าเวลานี้เขาทำอะไร
เขาคิดถึงใคร เขาจะคิดถึงเธอบ้างไหมหนอ หรือเขา
กำลังหัวเราะร่าเริงสนุกสนานอยู่กับศีขรินเพื่อนคู่ใจ
ของเขา ของอันมีค่ายิ่งสำหรับเธอซึ่งเธอได้มอบให้เขา
ไปนั้น เขาจะพอใจมันหรือไม่ เขาจะถนอมหวงแหน
มันอย่างที่เธอตั้งใจไว้ หรือเขาจะมองดูมันเหมือน
เศษไม้ท่อนหนึ่งซึ่งไม่มีความหมายอะไรแก่เขาเลย
อนิจจา! วิเนตา-ถ้าเธอทราบวาระจิตของคนที่เธอ
มุ่งมองและปองรัก เธอจะต้องชอกช้ำอีกสักปานใด
ดีแล้วที่ธรรมชาติได้ช่วยปกปิดเรื่องนี้ไว้ เพื่อมนุษย์
จะได้หล่อเลี้ยงดวงใจของตนไว้ด้วยความหวัง จนกระทั่ง
ถึงเวลาอันสมควร และรู้ได้เองว่าควรจะหวังต่อไป
หรือค่อย ๆ ถอนความหวังออกมาทีละน้อย เหมือน
คนเจ็บดึงเส้นด้ายจากรอยแผล...
สายแล้ว แสงแดดแผดกล้ายิ่งขึ้น อโศกและ
000000000
100
ศีขรินดึงผ้าโพกให้เอียงมาด้านหน้าเพื่อกันความร้อน
จากดวงอาทิตย์
ขบวนเกวียนยังคงเคลื่อนต่อไป
ผ่านทุ่งสาลีเกษตรซึ่งกำลังออกรวงเหลืองอร่ามสุดสายตา
รวงที่มีเมล็ดเต็มมากก็โน้มก้านลงอ่อนช้อยเหมือน
แสดงอาการคารวะแก่ผู้สัญจร เฉกเช่นบุคคลผู้มี
คุณธรรมความดีเต็มเปี่ยมในตน มักอ่อนน้อมค้อม
ให้แก่บุคคลผู้ควรแก่คารวะ ส่วนรวงใดเป็นรวงลีบ
ก็ชี้โด่แข็งกระด้าง เหมือนบุคคลผู้ปราศจาก
คุณความดีภายในแสดงอาการแข็งกระด้าง อวดดี โอหัง
ดั่งหนึ่งว่าตนเองประเสริฐเลิศมนุษย์ ไม่ยอมอ่อนน้อม
แก่ใครเลย
บางแห่งเป็นป่าอันรื่นรมย์ มีพันธุ์ไม้หลายหลาก
บ้างมีผลย้อยระย้า บ้างมีดอกหลากสี สัณฐานงาม
กลิ่นหอมอบอวลให้ความชื่นจิตแก่ผู้เดินทาง โดยไม่
หวังผลตอบแทนใด ๆ
บางแห่งที่ขบวนเกวียนผ่านไป เมื่อมองไป
เบื้องหน้าจะเห็นขุนเขาใหญ่เสมอเมฆดำทะมึน บาง
แห่งเป็นหุบเหวด้วยตรอกโตรกชะโงกถ้ำชะวากรุ้ง
๑๐๖ กั ล ย า ณ มิตร