กัณหธรรมและการเห็นธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 10 หน้า 77
หน้าที่ 77 / 124

สรุปเนื้อหา

กัณหธรรม หรือ ธรรมดำ หรืออกุศลธรรม หรือธรรมอันเป็นบาปนั่นเอง กระแส ธรรมดำนี้ ประกอบด้วยกิเลส ๓ ตระกูล คือ โลภ โกรธ หลง ที่จะคอยบังคับใจ ของเราไม่ให้หยุดไม่ให้นิ่ง และสอนให้ เรานึกคิดพูดทำในสิ่งที่เขาต้องการ แล้ว ก็เก็บผลของการกระทำนั้นไปเป็นวิบาก ติดไปในศูนย์กลางกายเป็นผังสำเร็จของเขา ส่งให้ไปเสวยผล ทุกข์ตั้งแต่เริ่มลงมือ กระทำจนกระทั่งใกล้เวลาจะละโลก เมื่อ ละโลกไปแล้ว ก็จะนำไปเกิดในอบายภูมิ เป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย หรือสัตว์ เดรัจฉานเหล่านี้เป็นต้น แล้วก็มาเสวย ทุกข์ต่อในเมืองมนุษย์ ให้เป็นมนุษย์ที่ ทนทุกข์ทรมานด้วยทุกข์โศกโรคภัยวิบัติ ต่าง ๆ จนกระทั่งแตกกายทำลายขันธ์ไป บุญจะพุ่งไปที่นั่น เข้าขจัดกวาดล้างกัน ขจัดสิ่งเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป การเห็นได้ อย่างนี้ เรียกว่าเห็นได้วิเศษ เห็นได้แจ่มแ

หัวข้อประเด็น

- กัณหธรรมและการเห็นธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กัณหธรรม หรือ ธรรมดำ หรืออกุศลธรรม หรือธรรมอันเป็นบาปนั่นเอง กระแส ธรรมดำนี้ ประกอบด้วยกิเลส ๓ ตระกูล คือ โลภ โกรธ หลง ที่จะคอยบังคับใจ ของเราไม่ให้หยุดไม่ให้นิ่ง และสอนให้ เรานึกคิดพูดทำในสิ่งที่เขาต้องการ แล้ว ก็เก็บผลของการกระทำนั้นไปเป็นวิบาก ติดไปในศูนย์กลางกายเป็นผังสำเร็จของเขา ส่งให้ไปเสวยผล ทุกข์ตั้งแต่เริ่มลงมือ กระทำจนกระทั่งใกล้เวลาจะละโลก เมื่อ ละโลกไปแล้ว ก็จะนำไปเกิดในอบายภูมิ เป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย หรือสัตว์ เดรัจฉานเหล่านี้เป็นต้น แล้วก็มาเสวย ทุกข์ต่อในเมืองมนุษย์ ให้เป็นมนุษย์ที่ ทนทุกข์ทรมานด้วยทุกข์โศกโรคภัยวิบัติ ต่าง ๆ จนกระทั่งแตกกายทำลายขันธ์ไป บุญจะพุ่งไปที่นั่น เข้าขจัดกวาดล้างกัน ขจัดสิ่งเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป การเห็นได้ อย่างนี้ เรียกว่าเห็นได้วิเศษ เห็นได้แจ่มแจ้ง เห็นได้แตกต่างจากการเห็นได้ด้วยตาของ มนุษย์ ภาษาบาลีเรียกว่าวิปัสสนา คือ การเห็นที่เห็นได้รอบตัว รอบด้าน นั่นเอง ธรรมจักขุคือ ดวงตาของธรรมกายจะ เห็นได้ตลอดจนถึงที่มาของกิเลสอาสวะ ว่าเข้ามาบังคับใจของเราได้อย่างไรและ จะแก้ไขได้ด้วยวิธีการอย่างไร มิใช่รู้เห็น หยาบ 17 เพียงแค่อาการของมันที่เกิดขึ้น กับตัวเรา หรือเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า มันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เท่านั้น มนุษย์ ไม่รู้จักตัวจริงของกิเลส จึงทำให้ไม่ สามารถกำจัดมันให้พ้นตัวออกไป ต้อง ทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างดิ้นไม่หลุด แต่ ธรรมกายรู้เห็นได้ตลอดถึงต้นสายปลายเหตุ นี่คือสิ่งที่กิเลสอาสวะทั้งหลายได้บังคับ จนกิเลสหมดสิ้นไปจนไม่มีเหลือ แล้ว ที่แท้จริงของทุกสิ่งจึงพ้นทุกข์ได้ ธรรม เรามานานนักหนาแล้ว โดยที่ไม่มีใคร ธรรมกายก็จะขยายส่วนกว้างออกไปเป็น กายจึงเป็นตัววิปัสสนา คือตัวผู้เห็น ทราบว่าเริ่มต้นกันมาตั้งแต่เมื่อใด เรา ๒๐ วา สูง ๒๐ วา เป็นธรรมกายอรหัต และหยั่งรู้เรื่องราวของทุกสิ่งทุกอย่างได้ จะเอาชนะสิ่งนี้ได้ก็ต้องอาศัยบุญกุศล เป็นพระอรหันต์ทั้งวันทั้งคืนทั้งหลับทั้งตื่น ด้วยญาณรัตนะ จนกระทั่งเป็นผู้หลุดพ้น แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น กระแสบุญ กิเลสอาสวะที่เคยผูกมัดเราไว้ให้ติดอยู่ เข้าถึงความเป็นนิจจัง สุขัง อัตตา คือ กุศลของเราเกิดขึ้นจากการทำทาน รักษา ในภพสาม เพื่อให้เราต้องเวียนว่ายตาย ตัวตนที่แท้จริงที่มีแต่ความสุขเพียงอย่าง ศีล และเจริญภาวนา เมื่อกระแสบุญนี้ เกิดต่อไปไม่รู้จักจบจักสิ้น ก็จะดึงดูดเรา เดียวล้วน ๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง มีมากเข้า เพราะเราได้ทำทาน รักษาศีล ให้ผูกติดอยู่ในภพสามอีกต่อไปไม่ได้ เมื่อ เป็นอย่างอื่นอีกต่อไป เพราะฉะนั้น และเจริญภาวนาบ่อยครั้ง ก็จะทำให้เรา เป็นเช่นนี้ กายธรรมของเราก็จะมุ่งตรง ธรรมกายจึงมีความสำคัญสูงสุดสำหรับ เข้าถึงธรรมกาย และด้วยจักขุของธรรม | เข้าสู่อายตนะนิพพานทันที สิ่งนี้ได้เกิด มนุษย์ทุกคนที่เราจะต้องทำให้เข้าถึงได้ กายหรือดวงตาธรรม เราก็จะมองเห็น ขึ้นแล้วกับกายธรรมของพระพุทธเจ้า และ ตัวกิเลสอาสวะที่เข้ามาบังคับเรานานแสน และหยั่งรู้เรื่องราวทั้งหมดด้วยญาณรัตนะ พระอรหันต์ทั้งหลายผู้ตรัสรู้ล่วงหน้าเรา นาน ก็จะไม่อาจสามารถบังคับเราได้ ของธรรมกาย ว่ากิเลสอาสวะเข้าไปบังคับ ไปแล้ว เนื่องจากเราไม่สามารถมองเห็น อีกต่อไป ในอดีตที่ผ่านมาเขาบังคับเรา ธาตุธรรมเห็นจำคิดรู้ของเราได้อย่างไร กิเลสอาสวะได้ด้วยตามนุษย์ เราเพียง โดยที่เราไม่รู้สึกตัว หรือบางทีรู้สึกตัว และในเวลาเดียวกัน กระแสบุญก็จะตัด | รู้จักกิเลสอาสวะแค่อาการของมันที่สำแดง แล้วว่าสิ่งนี้ไม่ดี ไม่สมควรทำแต่ก็ยัง กระแสบาป คือกระแสสีขาวจะกำจัด ออกเท่านั้น รู้ว่านี่เป็นอาการของความโลภ อดทำไม่ได้ก็มี เช่น รู้ว่ากินเหล้าแล้วจะ กระแสสีดำที่ซ่อนเร้นอยู่ในกลางของกลาง นี่เป็นอาการของความโกรธ และนี่เป็น มีผลเสียต่อร่างกาย จิตใจ และสิ่งแวดล้อม ที่หุ้มเคลือบ เอิบอาบซึมซาบ ปูนเป็น อาการของความหลง ดังนี้เป็นต้น เราจึง แต่ก็ยังอดกินไม่ได้นั่นแหละ เขาเข้าไป สวมซ้อนร้อยไส้ในกายของทุก ๆ กาย จำเป็นต้องอาศัยตาของธรรมกายที่สามารถ บังคับเราแล้วหรือรู้ว่าสิ่งนี้ดี สมควรทำ จิตในจิต ธรรม เวทนาในเวทนา ธรรมใน มองเห็นได้รอบตัวทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง แต่ก็ไม่อยากทำ เช่นรู้ว่านั่งธรรมะดี แต่ กระแสบุญนี้จะหลั่งไหลเข้ามา บนล่าง เห็นทั้งเรื่องราวในอดีต ปัจจุบัน ขี้เกียจนั่ง นั่นแหละ เขาเข้าไปบังคับเรา กำจัดกระแสบาปให้หมดสิ้นเชื้อไม่เหลือ และอนาคต เป็นผู้เห็นซึ่งจะทำให้เรารู้ แล้ว เราจะเอาชนะเขาได้หรือไม่ ก็ขึ้น เศษ กระแสบาปอยู่ที่ไหน กระแส เห็นทั้งเหตุทั้งผลและวิบาก ตลอดจนวิธี อยู่กับธรรมกายเท่านั้นที่จะเป็นตัวตัดสิน กัลยาณมิตร ๗๕ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More