การแบ่งประเภทของบุคคลตามการใช้ทรัพย์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 10 หน้า 67
หน้าที่ 67 / 124

สรุปเนื้อหา

เ ศ ร ษ ฐ ศ า ส ต ร์ เ ชิ ง พุ ท ธ เวลาใช้ทรัพย์ก็แบ่งเป็น ๓ ประเภท ซึ่งเป็นกองคลังกองเสบียงใหญ่ของการ เหมือนกันคือ พวกหนึ่งไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข เผยแผ่พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ พวกที่ ๒ เลี้ยง เป็นฝ่ายชาย อีกท่านหนึ่งเป็นฝ่ายหญิง ตนเป็นสุข แต่ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ แล้ว แต่พวกสุดท้ายนี้ยังแบ่งเป็น ๒ พวกคือ คือนางวิสาขามหาอุบาสิกา ปัจจัย ๔ ทรัพย์ต้นทุนของชีวิต เป็นยอด เราได้ดูหลักฐานกันมาพอสมควร พวกสุดท้ายเลี้ยงตัวแบ่งปันแล้วก็ทำบุญ เศรษฐีนีในยุคนั้น ตั้งหน้าตั้งตาเป็นกอง แล้ว ในเรื่องหลักธรรมที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ เสบียงให้พระภิกษุ เป็นกองคลังในการ ที่กล่าวไว้ในพระพุทธศาสนา อาตมาขอ เผยแผ่พระพุทธศาสนา ทำให้พระพุทธ เพิ่มอีกนิดหน่อย พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสนาแผ่ขยายไปทั่วชมพูทวีป

หัวข้อประเด็น

- การแบ่งประเภทของบุคคลตามการใช้ทรัพย์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เ ศ ร ษ ฐ ศ า ส ต ร์ เ ชิ ง พุ ท ธ เวลาใช้ทรัพย์ก็แบ่งเป็น ๓ ประเภท ซึ่งเป็นกองคลังกองเสบียงใหญ่ของการ เหมือนกันคือ พวกหนึ่งไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข เผยแผ่พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ พวกที่ ๒ เลี้ยง เป็นฝ่ายชาย อีกท่านหนึ่งเป็นฝ่ายหญิง ตนเป็นสุข แต่ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ แล้ว แต่พวกสุดท้ายนี้ยังแบ่งเป็น ๒ พวกคือ คือนางวิสาขามหาอุบาสิกา ปัจจัย ๔ ทรัพย์ต้นทุนของชีวิต เป็นยอด เราได้ดูหลักฐานกันมาพอสมควร พวกสุดท้ายเลี้ยงตัวแบ่งปันแล้วก็ทำบุญ เศรษฐีนีในยุคนั้น ตั้งหน้าตั้งตาเป็นกอง แล้ว ในเรื่องหลักธรรมที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ เสบียงให้พระภิกษุ เป็นกองคลังในการ ที่กล่าวไว้ในพระพุทธศาสนา อาตมาขอ เผยแผ่พระพุทธศาสนา ทำให้พระพุทธ เพิ่มอีกนิดหน่อย พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสนาแผ่ขยายไปทั่วชมพูทวีป ๑.พวกที่เลี้ยงตัวเป็นสุข ทั้งแบ่ง ได้ตรัสเอาไว้ว่า เนื่องจากชีวิตของคนเรา ปั้นและทำบุญ แต่เป็นคนกำหนัด ไม่มี ทั้งหมดนี้เป็นการแบ่งคนในเชิง เป็นทุกข์มาตั้งแต่เกิดอย่างที่ว่ามาแล้ว การ ปัญญา ไม่เห็นโทษ ไม่เห็นทุกข์ ไม่ เศรษฐศาสตร์ที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก ที่จะดำเนินชีวิตต่อไปได้นั้น มีความจำเป็น เห็นภัยในวัฏสงสาร พูดง่าย ๆ นะ ต้องอาศัยทรัพยากร และทรัพยากรส่วน พวกนี้เป็นเศรษฐีใจบุญ หรือว่าเป็นคนดี โลกนี้เป็น ที่ขาดไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในชีวิตนั้น พระองค์ทรงเรียกว่า ปัจจัย ๔ เป็น ทรัพยากรที่ต้องหาเข้ามาสำหรับหล่อเลี้ยง ชีวิตให้ได้ ไม่งั้นเป็นทุกข์ ขาดแคลนก็ เป็นทุกข์ ถ้าขาดไปทั้งหมดจะถึงกับ ล้มตายกัน ปัจจัย ๔ นี้พระองค์ทรงถือว่า เป็นทรัพย์เบื้องต้น เป็นทรัพย์ต้นทุนของ ชีวิต ประกอบด้วยอะไรบ้าง ก็มี เพราะ มีสัมมาอาชีวะ รู้จักหาในทางที่ชอบแล้วก็ ใจกว้างด้วย แบ่งปันกันกิน มีเพื่อนมีฝูง เยอะ แล้วก็มีจิตเป็นบุญเป็นกุศล แต่มอง เรื่องคุณธรรมเองไม่ค่อยออก ฉะนั้นไหน ๆ ก็มีเงินเยอะแล้ว ก็ขอมี เมียเยอะ ๆ อีกสักหน่อยน่า จะได้ชื่นใจ คือเป็นคนมีกำหนัด ไม่มีปัญญา คำว่า ไม่มีปัญญาในที่นี้ ไม่ใช่ไม่มีปัญญาใน การหา ในการใช้ในการรักษาทรัพย์ แต่ ไม่มีปัญญาที่จะเห็นทุกข์เห็นโทษในการ เวียนว่ายตายเกิดในโลกนี้ เพราะฉะนั้น เขาก็แสวงหาความสุขแต่ในชีวิตปัจจุบัน ลืมเผื่อไปว่า ถ้าตายไปแล้วไม่สูญจะ บ้านพักชั่วคราว มาฝึกตัวเองกัน อะไรที่มันไม่เอื้อใ อำนวยนัก ก็ต้อง ทนกันบ้างแหละ... ๑. เครื่องนุ่งห่ม ๒. อาหาร ๓. ที่อยู่อาศัย แล้วก็ ๔. ยารักษาโรค ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แมจะขาด กันแบบชั่วคราวก็เล่นเอาย่ำแย่กันแหละ ต้องเกิด ต้องไปต่ออีกล่ะ ข้อนี้ไม่ค่อย ดูพระองค์มองในเชิงเศรษฐศาสตร์แล้วก็ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ พร่องไปหมด ได้สนใจเท่าที่ควร ก็เลยมีพวกที่ ๒ แบ่งคนนะ น่าเสียดายที่พวกเราไม่เคย ถ้าขาดแบบถาวรไม่ว่าประการใดประการ เกิดขึ้น ๒. พวกที่เมื่อได้ทรัพย์ในทางที่ ชอบแล้ว ก็เลี้ยงตนให้เป็นสุข พร้อมทั้ง แบ่งปันและทำบุญ แต่เป็นคนไม่กำหนัด มีปัญญา เห็นโทษ เห็นภัยในการเวียนว่าย บุคคลตัวอย่างของพวกนี้ใน ตายเกิด ไปเปิดพระไตรปิฎกดูกัน จริง ๆ แล้ว ในเรื่องของอัยการนี้ พระองค์พูดไว้เยอะ เลย เพราะอะไร เพราะว่าพระสัมมา สัมพุทธเจ้าได้ทรงบริหารคนหมู่มาก เพราะ ฉะนั้นในเรื่องของการตรากฎหมาย เรื่อง ของการยกฟ้องในหมู่คณะ เรื่องสารพัด มีหมด ขบวนการของอัยการนั้นได้มี สมัยพุทธกาลก็คือ อนาถบิณฑิกเศรษฐี อยู่แล้วในพระไตรปิฎกนั่นแหละ หนึ่ง ก็บอกได้เลยว่าตายสถานเดียว เพราะฉะนั้น หลักฐานนี้ก็ยิ่งเน้นให้เห็น ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานั้นทรง เห็นความสำคัญของวิชาเศรษฐศาสตร์ เป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ทรงเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง ของเศรษฐกิจเป็นเลิศทีเดียว lile. ปัจจัยทั้ง นี้ พระสัมมาสัม พุทธเจ้าของเรา ทรงให้หลักเกณฑ์การ กัลยาณมิตร ๖๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More