ข้อความต้นฉบับในหน้า
๔๐ กัลยา ณ มิตร
พระเจ้าจันทรคุปต์นั้น คิดการใหญ่
ถอยที่ตั้งไปยังอินเดียเหนือเพื่อระดมกำลัง
เข้ามาสู้กับราชวงศ์ของพวกมคธ การรุก
เข้ามาของอเล็กซานเดอร์ และทำให้
จันทรคุปต์ไปพบกับอเล็กซานเดอร์พร้อมกับ
พราหมณ์ที่ชื่อ เกาตีลย์ ก็ยิ่งทำให้จันทร
(ภาพบน)
ตุ๊กตาแพะภูเขาศิลปะกรีก-บาคเตรียน เป็นส่วน
หนึ่งบนมงกุฎของกษัตริย์ ห่วงที่ใต้กีบเท้าเพื่อให้
เป็นฐานรองรับ ชาวคูชานดั้งเดิม ไม่เห็นความ
สำคัญของสิ่งนี้ตามประเพณีของกรีก-บาคเตรียน
จึงน่าห่วงออกจากกีบเท้า
คุปต์สามารถสามัคคีกับกำลังต่างชาติและ
รู้กระบวนยุทธใหม่ ๆ
จันทรคุปต์เข้ายึดมคธได้สมใจแต่
เป็นภายหลังจากที่พวกกรีกส่วนหนึ่งกลับไป
และอีกส่วนหนึ่งจัดตั้งกำลังปกครองอินเดีย
เหนือไว้
เมกาเธนีส เป็นผู้ให้อรรถาธิบาย
เกี่ยวกับความเป็นไปในอาณาจักรคุปตะ
ของพระเจ้าจันทรคุปต์ไว้มากและถูกอ้างอิง
มาก หลังจันทรคุปต์ก็มาถึงยุคพินทุสาร
และหลานของพระเจ้าจันทรคุปต์ ซึ่งคือ
พระเจ้าอโศกมหาราช ครองราชย์แผ่
อิทธิพลทั้งด้านกำลังและด้านวัฒนธรรม
ไปอย่างกว้างขวาง
เดมิทิอุส เป็นกษัตริย์ต่างชาติองค์
ที่ ๓ ซึ่งข้ามเทือกเขาฮินดูกูช เข้ามาตี
อินเดียโดยได้เข้าครอบครองดินแดนทาง
ตอนตะวันตกเฉียงเหนือไว้
ดิมิทิอุสบุกอินเดียนั้น ก็อาศัย
แนวทางพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ โดยได้
ถือว่าพระองค์นั้น สืบสายวงศ์พระเจ้า
อเล็กซานเดอร์ จึงต้องมีภารกิจต่อเนื่อง
ที่จะเข้ามาดูแลเขตการปกครองในดินแดน
ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ไว้
หลักฐานที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ
"คัมภีร์ปุราณะยุค” ซึ่งกล่าวว่า เมื่อ
พวกกรีก (ยะวะนะ) เข้ามาครอบครอง
ปาฏลีบุตรนั้น ก็ไม่ได้หวังตั้งมั่นอยู่ที่
มัธยมประเทศ (ระหว่างพื้นที่นครมถุรา
ถึงปาฏลีบุตร) เหตุผลที่ปุราณะยุคกล่าว
ตอนนี้ ก็เพราะว่า พวกกรีกทะเลาะกัน
เองเป็นสำคัญ
เหตุที่กรีกทะเลาะกันก็เพราะใน