ข้อความต้นฉบับในหน้า
เศรษ
ศรษฐศาสตร์เชิงพุท
ปาลูกถาธรรม
โดย หลวงพ่อทัตตชีโว
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
ประเภทของบุคคลจําแนกตาม
ได้มาแล้วไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ไม่
กลุ่มที่ ๒ ลักษณะการแสวงหา
แบ่งปันให้ใคร ไม่ว่าพรรคพวกเพื่อนฝูง ทรัพย์มีทั้งในทางที่ไม่ชอบและที่ชอบ
สติปัญญาแห่งการใช้ทรัพย์ พ่อแม่พี่น้อง ไม่ปั่น แล้วแม้จะทำบุญ พูดง่าย ๆ ตอนอารมณ์ไม่ดี เห็นแก่ได้
กับพระสงฆ์องค์เจ้าก็ไม่ทำ พอได้มาก็
ขอแสดงหลักฐานอีกอย่างหนึ่งตาม เก็บเงียบไปเลย
ความรู้ความเข้าใจเชิงเศรษฐศาสตร์คือ นี่เป็นประเภทที่หนึ่ง มีอยู่ในโลกนี้
พระพุทธองค์ทรงแบ่งประเภทของบุคคล ได้มาแล้วไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ไม่แบ่งปัน
จำแนกตามสติปัญญาแห่งการใช้ทรัพย์ ไม่ทำบุญ
ล
กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่
การแสวงหาทรัพย์ และก็ใช้ทรัพย์เป็น ประเภทที่ ๒ เมื่อได้มาแล้วก็
เลี้ยงตนให้เป็นสุข รู้นะว่าได้มาแล้วต้อง
กลุ่มที่ ๑ แสวงหาทรัพย์มาใน กินอย่างไร ต้องเก็บอย่างไร ต้องใช้
ทางที่ไม่ชอบ อาจจะโกง อาจจะปล้น อย่างไร แต่ว่าไม่เคยแบ่งปันให้ใครเลย
หรือคอรัปชั่นเขามา หรืออะไรก็ตามที แล้วก็ไม่เคยทำบุญด้วยคือฉลาดขึ้นอีก
หรือแม้ที่สุดไม่ได้โกง ไม่ได้คอรัปชั่น นิดหนึ่ง ยังไงก็เอาตัวรอด ส่วนคนอื่น
แต่ว่าไปค้าอาวุธได้มา รวยมาด้วย
การค้าอาวุธ รวยมาด้วยการค้าเหล้า
รวยมาด้วยการเปิดคลับเปิดบาร์อะไรก็
ตามที ถือว่าได้มาในทางที่ไม่ชอบ แค่นั้น
ยังไม่พอ มาดูการใช้ทรัพย์ของเขาบ้างว่า
วิธีการใช้มีอยู่ ๓ ประเภท
ประเภทที่ ๑ เมื่อได้มาแล้ว ก็ไม่
เลี้ยงตนให้เป็นสุข อาจจะตระหนี่ขี้เหนียว
ไม่ยอมกินก็เป็นได้ หรือไม่ตระหนี่ไม่
ขี้เหนียว แต่กินในสิ่งที่ไม่ควรจะกิน เช่น
กินเหล้าหัวตำดินเลย อย่างนี้เป็นต้น
ไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข แล้วก็ไม่เคย
แบ่งปันให้ใครด้วย ตัวเองก็ไม่กิน หรือ
กินก็กินในสิ่งที่ไม่น่าจะกิน แล้วไม่เคย
รอดไม่รอดฉันไม่เกี่ยว ก็ยังดีกว่าพวกแรก
เพราะพวกแรกรวยมาแล้ว ยังเอาตัวไม่
รอด ส่วนพวกที่ ๒ รวยแล้ว แล้วก็เอา
ตัวรอดด้วย
ประเภทที่
ทางที่ไม่ชอบแบบแสบ 1 นั่นแหละ
แล้วก็ฉลาดในการใช้คือ เลี้ยงตนเองให้
เป็นสุข แล้วก็แบ่งปันพรรคพวกกินกันด้วย
พูดง่าย ๆ กินกันเป็นทีมว่างั้นเถอะ
แล้วก็ทำบุญนะ โกงมาแสบมา แต่ถึง
เวลาทำบุญก็ทํา ประเภทผู้ร้ายผู้ดี อะไร
ทำนองนั้น หรือที่โบราณเรียกว่า วัดก็
เข้าเหล้ามันก็กิน บุญมันก็ทำ บาปกรรม
มันก็สร้าง ถึงคราวตาย บาปก็ไม่พอจะ
๓ ได้ทรัพย์มาแล้วใน
ให้ปันใคร พรรคพวกเพื่อนฝูงไม่มีทางล่ะ ตกนรก บุญก็ไม่พอจะขึ้นสวรรค์ เลยอยู่
ไม่มีการกระเซ็นไปให้เลยเชียว
ตามศาลพระภูมิไป ก็เป็นยังงั้นแหละ
มีทางไหนเอาได้เอาทั้งนั้น แต่ถ้าอารมณ์ดี
เอ๊ะ! ไอ้โน่นก็บาป ไอ้นี่ก็บาปไม่เอา ไม่ทำ
คือเป็นลม ๆ ถ้าจะว่าไปก็คล้าย ๆ ยังงี้
ถ้าตอนที่เห็นทรัพย์นิด ๆ หน่อย ๆ ก็
ๆ
เอ้อ... อย่าไปเอาเขาเลยมันบาป แต่พอ
ก้อนโตเข้า เอ... บาปก็บาปเถอะวะ
เงินก้อนนี้สบายไปตั้งหลายวัน ว่าเข้านั่น
พวกนี้เป็นพวกที่มีมโนธรรมมากกว่า
พวกแรก แต่ว่าก็ยัง ๆ กิ่ง ๆ คือถ้า
ๆ ๆ
ลาภผลก้อนไม่โต ก็ยังคำนึงถึงบุญบาป
แต่พอลาภผลก้อนโตเข้า อย่ามาพูดเลย
มันไม่รู้เรื่องซะแล้ว เมื่อได้มาแล้ว เขาก็
มีอาการต่าง ๆ แบ่งเป็น ๓ ประเภท
อย่างกลุ่มแรกคือ ประเภทหนึ่งไม่เลี้ยงตน
ให้เป็นสุข ไม่แบ่งปันไม่ทำบุญ ประเภท
๒. เลี้ยงตนให้เป็นสุข แต่ว่าไม่แบ่งปัน
ไม่ทำบุญ แล้วประเภทที่ เลี้ยงตนให้
เป็นสุขพร้อมทั้งแบ่งปัน พร้อมทั้งทำบุญ
นี่ก็เป็นอีกกลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มที่
m
๒
ดูพระองค์มองในเชิงเศรษฐศาสตร์
แล้วก็แบ่งคนนะ น่าเสียดายที่พวกเรา
ไม่เคยไปเปิดพระไตรปิฎกดูกัน จริง ๆ
แล้ว ในเรื่องของอัยการนี้ พระองค์พูด
ไว้เยอะเลย
กลุ่มที่ ๓ แสวงหาทรัพย์ในทาง
ชอบธรรม มีคุณธรรม เรื่องไปคด ไปโกง
ไปแสบกับใครไม่เอา มีสัมมาอาชีวะดี
๖๔ กัลยา ณ มิตร
Kalyanamitra.org