เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 10 หน้า 66
หน้าที่ 66 / 124

สรุปเนื้อหา

เศรษ ศรษฐศาสตร์เชิงพุท ปาลูกถาธรรม โดย หลวงพ่อทัตตชีโว (ต่อจากฉบับที่แล้ว) ประเภทของบุคคลจําแนกตาม ได้มาแล้วไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ไม่ กลุ่มที่ ๒ ลักษณะการแสวงหา แบ่งปันให้ใคร ไม่ว่าพรรคพวกเพื่อนฝูง ทรัพย์มีทั้งในทางที่ไม่ชอบและที่ชอบ สติปัญญาแห่งการใช้ทรัพย์ พ่อแม่พี่น้อง ไม่ปั่น แล้วแม้จะทำบุญ พูดง่าย ๆ ตอนอารมณ์ไม่ดี เห็นแก่ได้ กับพระสงฆ์องค์เจ้าก็ไม่ทำ พอได้มาก็ ขอแสดงหลักฐานอีกอย่างหนึ่งตาม เก็บเงียบไปเลย ความรู้ความเข้าใจเชิงเศรษฐศาสตร์คือ นี่เป็นประเภทที่หนึ่ง มีอยู่ในโลกนี้ พระพุทธองค์ทรงแบ่งประเภทของบุคคล ได้มาแล้วไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ไม่แบ่งปัน จำแนกตามสติปัญญาแห่งการใช้ทรัพย์ ไม่ทำบุญ ล กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ การแสวงหาทรัพย์ และก็ใช้ทรัพย์เป็น ประเภทที่ ๒ เมื่อได้มาแล้วก็ เลี้ยงตนให้เ

หัวข้อประเด็น

- เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เศรษ ศรษฐศาสตร์เชิงพุท ปาลูกถาธรรม โดย หลวงพ่อทัตตชีโว (ต่อจากฉบับที่แล้ว) ประเภทของบุคคลจําแนกตาม ได้มาแล้วไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ไม่ กลุ่มที่ ๒ ลักษณะการแสวงหา แบ่งปันให้ใคร ไม่ว่าพรรคพวกเพื่อนฝูง ทรัพย์มีทั้งในทางที่ไม่ชอบและที่ชอบ สติปัญญาแห่งการใช้ทรัพย์ พ่อแม่พี่น้อง ไม่ปั่น แล้วแม้จะทำบุญ พูดง่าย ๆ ตอนอารมณ์ไม่ดี เห็นแก่ได้ กับพระสงฆ์องค์เจ้าก็ไม่ทำ พอได้มาก็ ขอแสดงหลักฐานอีกอย่างหนึ่งตาม เก็บเงียบไปเลย ความรู้ความเข้าใจเชิงเศรษฐศาสตร์คือ นี่เป็นประเภทที่หนึ่ง มีอยู่ในโลกนี้ พระพุทธองค์ทรงแบ่งประเภทของบุคคล ได้มาแล้วไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ไม่แบ่งปัน จำแนกตามสติปัญญาแห่งการใช้ทรัพย์ ไม่ทำบุญ ล กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ การแสวงหาทรัพย์ และก็ใช้ทรัพย์เป็น ประเภทที่ ๒ เมื่อได้มาแล้วก็ เลี้ยงตนให้เป็นสุข รู้นะว่าได้มาแล้วต้อง กลุ่มที่ ๑ แสวงหาทรัพย์มาใน กินอย่างไร ต้องเก็บอย่างไร ต้องใช้ ทางที่ไม่ชอบ อาจจะโกง อาจจะปล้น อย่างไร แต่ว่าไม่เคยแบ่งปันให้ใครเลย หรือคอรัปชั่นเขามา หรืออะไรก็ตามที แล้วก็ไม่เคยทำบุญด้วยคือฉลาดขึ้นอีก หรือแม้ที่สุดไม่ได้โกง ไม่ได้คอรัปชั่น นิดหนึ่ง ยังไงก็เอาตัวรอด ส่วนคนอื่น แต่ว่าไปค้าอาวุธได้มา รวยมาด้วย การค้าอาวุธ รวยมาด้วยการค้าเหล้า รวยมาด้วยการเปิดคลับเปิดบาร์อะไรก็ ตามที ถือว่าได้มาในทางที่ไม่ชอบ แค่นั้น ยังไม่พอ มาดูการใช้ทรัพย์ของเขาบ้างว่า วิธีการใช้มีอยู่ ๓ ประเภท ประเภทที่ ๑ เมื่อได้มาแล้ว ก็ไม่ เลี้ยงตนให้เป็นสุข อาจจะตระหนี่ขี้เหนียว ไม่ยอมกินก็เป็นได้ หรือไม่ตระหนี่ไม่ ขี้เหนียว แต่กินในสิ่งที่ไม่ควรจะกิน เช่น กินเหล้าหัวตำดินเลย อย่างนี้เป็นต้น ไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข แล้วก็ไม่เคย แบ่งปันให้ใครด้วย ตัวเองก็ไม่กิน หรือ กินก็กินในสิ่งที่ไม่น่าจะกิน แล้วไม่เคย รอดไม่รอดฉันไม่เกี่ยว ก็ยังดีกว่าพวกแรก เพราะพวกแรกรวยมาแล้ว ยังเอาตัวไม่ รอด ส่วนพวกที่ ๒ รวยแล้ว แล้วก็เอา ตัวรอดด้วย ประเภทที่ ทางที่ไม่ชอบแบบแสบ 1 นั่นแหละ แล้วก็ฉลาดในการใช้คือ เลี้ยงตนเองให้ เป็นสุข แล้วก็แบ่งปันพรรคพวกกินกันด้วย พูดง่าย ๆ กินกันเป็นทีมว่างั้นเถอะ แล้วก็ทำบุญนะ โกงมาแสบมา แต่ถึง เวลาทำบุญก็ทํา ประเภทผู้ร้ายผู้ดี อะไร ทำนองนั้น หรือที่โบราณเรียกว่า วัดก็ เข้าเหล้ามันก็กิน บุญมันก็ทำ บาปกรรม มันก็สร้าง ถึงคราวตาย บาปก็ไม่พอจะ ๓ ได้ทรัพย์มาแล้วใน ให้ปันใคร พรรคพวกเพื่อนฝูงไม่มีทางล่ะ ตกนรก บุญก็ไม่พอจะขึ้นสวรรค์ เลยอยู่ ไม่มีการกระเซ็นไปให้เลยเชียว ตามศาลพระภูมิไป ก็เป็นยังงั้นแหละ มีทางไหนเอาได้เอาทั้งนั้น แต่ถ้าอารมณ์ดี เอ๊ะ! ไอ้โน่นก็บาป ไอ้นี่ก็บาปไม่เอา ไม่ทำ คือเป็นลม ๆ ถ้าจะว่าไปก็คล้าย ๆ ยังงี้ ถ้าตอนที่เห็นทรัพย์นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ ๆ เอ้อ... อย่าไปเอาเขาเลยมันบาป แต่พอ ก้อนโตเข้า เอ... บาปก็บาปเถอะวะ เงินก้อนนี้สบายไปตั้งหลายวัน ว่าเข้านั่น พวกนี้เป็นพวกที่มีมโนธรรมมากกว่า พวกแรก แต่ว่าก็ยัง ๆ กิ่ง ๆ คือถ้า ๆ ๆ ลาภผลก้อนไม่โต ก็ยังคำนึงถึงบุญบาป แต่พอลาภผลก้อนโตเข้า อย่ามาพูดเลย มันไม่รู้เรื่องซะแล้ว เมื่อได้มาแล้ว เขาก็ มีอาการต่าง ๆ แบ่งเป็น ๓ ประเภท อย่างกลุ่มแรกคือ ประเภทหนึ่งไม่เลี้ยงตน ให้เป็นสุข ไม่แบ่งปันไม่ทำบุญ ประเภท ๒. เลี้ยงตนให้เป็นสุข แต่ว่าไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ แล้วประเภทที่ เลี้ยงตนให้ เป็นสุขพร้อมทั้งแบ่งปัน พร้อมทั้งทำบุญ นี่ก็เป็นอีกกลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มที่ m ๒ ดูพระองค์มองในเชิงเศรษฐศาสตร์ แล้วก็แบ่งคนนะ น่าเสียดายที่พวกเรา ไม่เคยไปเปิดพระไตรปิฎกดูกัน จริง ๆ แล้ว ในเรื่องของอัยการนี้ พระองค์พูด ไว้เยอะเลย กลุ่มที่ ๓ แสวงหาทรัพย์ในทาง ชอบธรรม มีคุณธรรม เรื่องไปคด ไปโกง ไปแสบกับใครไม่เอา มีสัมมาอาชีวะดี ๖๔ กัลยา ณ มิตร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More