ข้อความต้นฉบับในหน้า
เ ศ ร ษ ฐ ศ า ส ต ร์ เ ชิ ง พุ ท ธ
ใช้ไว้ว่า
ใช้สอยแล้วต้องเปิดโอกาสให้ใจของเรา
ข้อ ๔
๑. ให้บริโภคใช้สอยกันแค่พอดี แสวงหาความรู้ แสวงหาความจริงของ
ไม่ใช่เหลือเฟือ เพราะเราก็รู้ ๆ กันอยู่ว่า ชีวิต แล้วก็แสวงหาความดีด้วย เพราะ
ทรัพยากรที่มีอยู่ในโลกนี้จำกัด แต่ไม่ได้ ฉะนั้น การที่คนเรากินและใช้แต่พอดี
หมายความว่าไม่พอนะ มันมีพอ แต่ แล้วไปทำความดี ถ้าว่าไปแล้วก็คือ
การดำรงชีวิต
ขณะนี้ที่บางคนไม่พอเพราะมีบางคนเอาไป หัวใจเศรษฐศาสตร์ของชาวพุทธกันละ
เกินพอ ยกตัวอย่างเช่น ในขณะที่รัฐบาล
อเมริกาต้องการที่จะให้สินค้าชนิดใดชนิด
หนึ่ง เช่น พวกข้าวปลาอาหารราคาสูง
เพื่อรายได้ของเศรษฐีบางกลุ่ม เขาก็
อาจจะเอาข้าวไปทิ้งทะเลเสียเป็นหมื่น
เป็นแสนตัน เพื่อให้ข้าวขาดตลาดราคา
ตามหลักฆราวาสธรรม
มีชีวิตอยู่ได้แล้วก็เลยนอน นึกเที่ยว นึกเตร่
เฮฮาไป ถ้าเอาแค่นั้น ชาตินี้ก็ไม่สามารถ
ที่จะหลุดพ้นจากวัฏสงสาร หรือการ
เวียนว่ายตายเกิดกันหรอก
๓. ขันติ อดทน ในเมื่ออะไร ๆ
มันก็จำกัด เราก็ต้องอดต้องทนกัน
สำหรับเรื่องของความอดทนนี้ ขอชี้ให้ดู
สักนิด ถ้าพูดถึงความอดทน ทุกท่านที่
นั่งอยู่นี่ก็เชื่อว่าตัวเองมีความอดทนด้วย
กันทั้งนั้น แต่เดี๋ยวลองดูแล้วจะพบว่า
จากหลักฐานที่ทำให้เราสรุปได้อย่าง ความอดทนของเรายังอยู่ในระดับที่ไม่พอ
นั้น อาตมาก็เลยนึกทบทวนว่า ทรงสอน
ก็พบ
มันจะได้สูงขึ้น ในเวลาเดียวกันเอธิโอเปีย วิธีดำเนินชีวิตหรือคุณธรรมเบื้องต้นของ
กำลังอดกันทั้งประเทศ พูดง่าย ๆ คือ มนุษย์ไว้ในหมวดธรรมใดบ้าง
จริง ๆ แล้วทรัพยากรทั้งโลกนี้มีพอจะ หมวดธรรมหมวดหนึ่งคือ ฆราวาสธรรม
เลี้ยงคนทั้งโลก แต่ว่า เนื่องจากการ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราก็ได้ยินกันมาตั้งแต่
แบ่งสรรปันส่วนดีไม่พอ บางกลุ่มก็เลยอด เล็ก ๆ อีกนั่นแหละ สภาพแวดล้อมที่เป็น
อดเอาตาย บางกลุ่มก็เหลือเฟือจนไม่รู้ จริงต่าง ๆ ที่เราได้เห็นกันนั้น พระองค์
จะเอาไปทำอะไรต้องเอาไปเททิ้ง
ตามพุทธประสงค์ เพราะอะไร เพราะ
ความอดทนของคนเรา ถ้าจะแบ่งแล้วมี
| อยู่ ๔ ระดับด้วยกัน
ระดับที่ ๑. อดทนต่อความลำบาก
ตรากตรำ พูดง่าย ๆ อดทนต่อสภาพ
ดินฟ้าอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น ร้อน
เกินไป หนาวเกินไป ลุ่มเกินไป ดอน
เห็นมาก่อนแล้ว แล้วก็ทรงสรุปว่า ทรัพยากร | เกินไป สารพัดมันก็ต้องทนกัน อย่า
สภาพอย่างนี้ไม่ใช่มีเฉพาะอเมริกา ที่มีอยู่นี่ถ้าจะให้พอหล่อเลี้ยงให้เรานี่มี โวยวายไปเลยถือเสียว่า โลกนี้เป็นบ้าน
หรอก ในบ้านเมืองเราก็มี มหาเศรษฐี ความสุขกันได้ทั้งโลก จะต้องดำรงชีวิต พักชั่วคราว มาฝึกตัวเองกัน อะไรที่มัน
บางท่านถึงกับพูดว่า อาหารเลี้ยงสุนัข
ไม่เอื้ออำนวยนัก ก็ต้องทนกันบ้างแหละ
ของท่านน่ะดีกว่าอาหารของคนจนเสียอีก
ตามฆราวาสธรรมมา ๔ อย่าง คือ
๑. สัจจะ มีความซื่อสัตย์ต่อกัน มันจะหนาวจะร้อน จะอ่อนจะแข็งยังไง
อะไรทำนองนี้ มันก็ชักยุ่งเหมือนกันแหละ ในการที่จะแบ่งกันกิน แบ่งกันใช้ พอให้
เอาของไม่ควรไปเปรียบกันเข้ามันก็เลยยุ่ง ชีวิตนั้นดำเนินไปได้ คือให้เกิดความ
a.
ขนมา
พอดขนมา
ก็ยังพยายามหากินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
อด ๆ ทน ๆ กันไป ไม่คิดคิดคิดโกง
คิดเอาเปรียบ คิดคอรัปชั่นล่ะ สำหรับ
เรื่องของเศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ ก็ ๒. ทมะ คือมีความข่มใจ รวม ความอดทนต่อความลำบากตรากตรำนี้
เป็นเรื่องของที่จะสอนให้มนุษย์นี่บริโภค ทั้งฝึกตัวเองไปในตัวด้วย พูดง่าย ๆ คือ อาตมามั่นใจว่าพวกเรามีพอ แต่ขอให้รู้
ใช้สอยแต่เพียงพอดี ที่เรียกว่าพอดีเป็น เมื่อมีความสัตย์ซื่อต่อการที่จะแบ่งสรรปัน ไว้ว่า นั่นเป็นความอดทนแค่ระดับอนุบาล
ยังไง คือพอที่จะดับความทุกข์ทางกาย ส่วนทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในโลกนี้ เป็นความอดทนขั้นต้นของมนุษย์
ระดับที่ ๒. อดทนต่อทุกขเวทนา
ข้อ ๒. ให้จิตใจมีโอกาสแสวงหา ก็จะต้องฝึกข่มใจตัวเอง คือพอมีเรี่ยวแรง คือทนต่อความเจ็บไข้ได้ป่วย
ความรู้ ความจริงของชีวิต คือไม่ใช่เพื่อ แล้วอย่าปล่อยเรี่ยวแรงไปเพื่ออย่างอื่น ปวดหัว จะตัวร้อนบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ
ให้ชีวิตของเรานี่คงอยู่ได้นี่มองที่ร่างกาย ให้เอามาใช้สำหรับการข่มใจ ก็อย่าขี้แง ถึงเวลาก็ต้องลุกขึ้นมาทำงาน
พอแค่จะดับนะ
ให้ได้กินได้ใช้กันอย่างทั่วหน้า แล้วทุกคน
และการ
แค่ร่างกายคงอยู่ได้แค่นั้น พอมีบริโภค ฝึกตัวเองให้มันดีขึ้น ไม่ใช่พอมีเรี่ยวแรง ทำการกันไป
มันจะ
แล้วก็ไม่เป็นคนเหยาะ
55 กัลยาณมิตร
Kalyanamitra.org