ข้อความต้นฉบับในหน้า
ท่านหญิงในฐานะเป็นประธานขององค์การพุทธ
ศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก
ข้าพเจ้าอ่าน
ข้าพเจ้าได้ทูลเชิญให้
เป็นองค์ประธานประชุม เพลิงให้คุณป้าที่วัดเทพ
ศิรินทราวาส ฯพณฯ ประกาศน์ อวยชัย ใน
ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภานิติบัญญัติ
แห่งชาติ เป็นผู้จุดเพลิงในการเผาจริง ค่าไว้
อาลัยเขียนโดย พระหัตถ์ของท่านหญิงนี้สำหรับ
พิมพ์ในหนังสือแจกในงานวันนั้น
แล้วแปลกใจมาก คิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น อาจจะ
เป็นการบังเอิญหรืออาจจะมีอะไรมาดลบันดาลใจ
ก็ได้ ในคืนนั้นเมื่อตาสว่างก็อ่านต่อไปถึงบทพระ
ราชนิพนธ์ต่าง ๆ รู้สึกว่าสำนวนเขียนของท่าน
หญิงสั้นและกระทัดรัดมาก เป็นสำนวนที่แปลก
ท่านหญิงได้บันทึกเรื่องต่าง 7
ในอดีตที่น่ารู้ไว้
มาก ข้าพเจ้าไม่ขอโฆษณาแต่เห็นว่าเป็นหนังสือ
ที่น่าอ่านที่สุดเล่มหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าเคยอ่านมา
อ่านแล้วเพลินวางไม่ลง
อีกสองวันต่อมาเป็นวันอังคาร คุณสุรพงษ์
(เดอะมะ) ได้มารับข้าพเจ้าที่โรงแรมลินคอล์น
ไปรับประทานอาหารกลางวัน
และเลยพา
ข้าพเจ้าไปดูกิจการของสามสหาย คือคุณสุรพงษ์,
คุณธาริน และคุณต้อง เป็นคนไทย ๓ คนที่มา
ตั้งตัวทำธุรกิจที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ดูร้าน
ขายปลีกแห่งเก่าชื่อว่า “ตลาดบางรัก” ดูร้าน
ขายปลีกแห่งใหม่ ที่ตำบล "โพโนม่า และดูโกดัง
เก็บสินค้าขายส่งอีกแห่งหนึ่ง ข้าพเจ้าจำชื่อตำบล
ไม่ได้ ข้าพเจ้ารู้สึกทึ่งในความสามารถของบุคคล
ทั้งสามท่าน เมื่อแรกเริ่มมาประเทศสหรัฐอเมริกา
มีเงินติดตัวมาไม่มากเท่าไหร่ แต่มาต่อสู้สร้างตัว
มาได้ถึงขนาดนี้ ทั้งสามเป็นคนใจกว้างขวาง พูด
เสียงดังและตรงไปตรงมา มีปัญหาอะไรก็ถาม
โดยไม่ปิดบัง ข้าพเจ้าให้คำแนะนำเท่าที่จะให้ได้
บางคนในสหรัฐฯคิดว่ากิจการของทั้งสามคนจะไป
ไม่รอด เพราะขยายตัวเร็วมาก แต่ในสายตา
ของข้าพเจ้าคิดว่าไปรอด เพราะทั้งสามคนนี้มี
ความสามารถ มีความสามัคคีและเป็นคนเอาจริง
เอาจัง ข้อสำคัญยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
และรีบแก้ไขทันต่อเวลา ข้าพเจ้าแนะนำให้หยุด
การขยายตัวไว้ก่อน และปรับปรุงกิจการภายใน
ให้เรียบร้อย เมื่อเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยขยายตัว
ออกไปอีกเท่าที่กำลังทางการเงินจะอำนวยให้
ข้าพเจ้าเลี้ยงลูกเพิ่มหญิง ว่องวานิช มา
จนอายุได้ ๒๕ ปี ส่งไปเรียนที่ประเทศสหรัฐ
อเมริกาตั้งแต่อายุ ๑๑ ปี เมื่อเขาเรียนจบข้าพเจ้า
ผู้เป็นพ่อก็ดีใจอย่างยิ่ง ถ้าแม่สาวิกายังมีชีวิตอยู่
จะดีใจยิ่งกว่าข้าพเจ้า มีเพื่อนสนใจถามว่า
ข้าพเจ้าอบรมลูกอย่างไร จึงได้ลูกที่เป็นชาวพุทธ
และรักประเทศไทย เพื่อน ๆ ส่วนมากส่งลูกคน
ไทยที่ดี ๆ ไป แต่กลับได้ลูกฝรั่งที่ไม่ดีกลับมาทำ
ให้พ่อแม่อึดอัดใจมาก ข้าพเจ้าตอบว่าแรกทีเดียว
พ่อแม่ต้องทำตัวให้ดี ให้ลูกเลื่อมใสศรัทธาเสียก่อน
หลังจากนั้น "คำพูด" หรือ "คำแนะนำ
ของพ่อแม่จึงจะศักดิ์สิทธิ์ พ่อแม่ที่ประพฤติตัวไม่
เรียบร้อยแต่ไปสอนลูกให้เรียบร้อย จะไม่ประสบ
ผลสำเร็จเข้าทำนองปรัชญาที่ว่าปากว่าตาขยิบ “Do
as I say, but don't do as I do."
ข้าพเจ้าพูดกับลูกบ่อย ๆ ว่า “พ่อแม่
รักลูกจึงเสียสละส่งลูกมาเรียนเมืองนอก เพื่อเรียน
Technology ของเขาซึ่งก้าวหน้ากว่าของเรามาก
ขอให้ตั้งใจเรียน แต่ในด้าน “วัฒนธรรม” นั้น
ของไทยเราดีกว่าอย่างเปรียบเทียบกันไม่ได้ ทุกปี
ขณะหยุดเรียนซัมเมอร์ ข้าพเจ้ายอมเสียเงินค่า
เดินทางนำลูกทุกคนกลับมาประเทศไทย และบอก
ลูกว่าไม่มีที่ไหนดีกว่าบ้านของเรา “No where is
becter than home" หรือ "Home Sweet
home" เราเกิดบนผืนแผ่นดินไทย แผ่นดินไทย
เลี้ยงปู่ย่าตายาย และพ่อแม่มาอย่างสุขสบาย
เราลูกหลานควรจะต้องกตัญญูต่อแผ่นดินไทย เมื่อ
เรียนได้ความรู้แล้วขอให้นำกลับมาช่วยพัฒนา
ประเทศไทย แผ่นดินไทยต้องการความช่วยเหลือ
กัลยาณมิตร ๙๑