พระราชภารกิจและการเสด็จเยือนต่างประเทศ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 4 หน้า 23
หน้าที่ 23 / 112

สรุปเนื้อหา

ตลอดถึงทรงศึกษาเพิ่มเติมนอกหลักสูตรต่าง ๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ และทรงศึกษาได้ดี จนประสบความสำเร็จ มีความเชี่ยวชาญถึงขนาด ทรงนำมาใช้ในพระราชภารกิจ เพื่อแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ให้แก่อาณาประชาราษฎร์ของพระองค์ได้ ตัวอย่างเช่น ทรงศึกษาทางด้านแผนที่ การถ่าย ภาพจากดาวเทียม จนสามารถนำไปใช้วิจัยป่าไม้ ทูล และสภาพดินที่มีปัญหาทางภาคใต้ จนทำให้ พสกนิกรทั้งหลายต่างสงสัยและห่วงใยว่า กระหม่อมแก้ว เอาเวลาที่ไหนหนอ... เพื่อพัก ผ่อนพระวรกาย ในเมื่อทุกลมหายใจนั้นมีแต่ ประชาชนและทรงงานเพื่อประชาชน แม้ว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จะ มีพระราชภารกิจในแต่ละวันมากมายเพียงใด ก็ จะทรงตื่นบรรทมก่อน 5๖.๐๐ น.เสมอ แล้วทรง ดนตรีที่โปรดเช่น ระนาด ซอด้วง ๗.๐๐ น. จึง เสวยพระกระยาหาร ขณะเสวยพระกระยาหารเช้า มักเริ่มทรงงานไปด้วย ข้

หัวข้อประเด็น

- พระราชภารกิจและการเสด็จเยือนต่างประเทศ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ตลอดถึงทรงศึกษาเพิ่มเติมนอกหลักสูตรต่าง ๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ และทรงศึกษาได้ดี จนประสบความสำเร็จ มีความเชี่ยวชาญถึงขนาด ทรงนำมาใช้ในพระราชภารกิจ เพื่อแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ให้แก่อาณาประชาราษฎร์ของพระองค์ได้ ตัวอย่างเช่น ทรงศึกษาทางด้านแผนที่ การถ่าย ภาพจากดาวเทียม จนสามารถนำไปใช้วิจัยป่าไม้ ทูล และสภาพดินที่มีปัญหาทางภาคใต้ จนทำให้ พสกนิกรทั้งหลายต่างสงสัยและห่วงใยว่า กระหม่อมแก้ว เอาเวลาที่ไหนหนอ... เพื่อพัก ผ่อนพระวรกาย ในเมื่อทุกลมหายใจนั้นมีแต่ ประชาชนและทรงงานเพื่อประชาชน แม้ว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จะ มีพระราชภารกิจในแต่ละวันมากมายเพียงใด ก็ จะทรงตื่นบรรทมก่อน 5๖.๐๐ น.เสมอ แล้วทรง ดนตรีที่โปรดเช่น ระนาด ซอด้วง ๗.๐๐ น. จึง เสวยพระกระยาหาร ขณะเสวยพระกระยาหารเช้า มักเริ่มทรงงานไปด้วย ข้าราชบริพารเล่าว่า พระองค์ไม่เคยทรงบ่นว่าเบื่อหรือเซ็งเลย ตรงกัน ข้ามกลับหามุมมองจากการปฏิบัติพระราชภารกิจ อันหนักหน่วงให้เป็นเรื่องขัน คลายความวิตกกังวล ครั้งหนึ่งพระองค์เสด็จฯเยี่ยมราษฎรในแดนทุรกัน ดาร ซึ่งแห้งแล้งมาก พอเสด็จฯไปถึงพายุฝนก็ พัดแรง จนฝุ่นฟุ้งกระจาย ชาวบ้านก็ร้องว่า “ท่านมีบุญแท้พาฝนมาด้วย” พระองค์กลับทรง พึมพำว่า "คือ... ท่านมีบุญแท้ หายใจไม่ออก แล้ว” (เพราะทรงแพ้ฝุ่นมาก) เมื่อ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินไปเจริญพระ ราชไมตรีกับสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ.๒๕๒๔ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเรื่อง "ย่ำแดนมังกร" ตอนหนึ่งได้ทรงเล่าถึงงานเลี้ยงซึ่งทางการจีนจัด ถวายว่า " คนที่ดีใจว่าได้รับประทานหมาอีกคน หนึ่งคือคุณหมอดนัย คราวที่แล้วรู้สึกเสียเปรียบ . ข้าพเจ้า เพราะไปออกหน่วยแพทย์เสียอีกทางหนึ่ง ผู้ที่ไม่ยอมรับประทานหมาอีกคนคือ ป้าจัน เพราะมองไปเห็นหมาดำกระดุกกระดิกอยู่เรื่อย ท่านผู้ว่าฯอธิบายว่า สุนัขที่ใช้ต้องอายุ ๕-๖ เดือน เป็นหมา ถึงจะดี” “...ตุ๊กแกที่เขาเอามาให้ดูนั้นตัวไม่โตนัก ยาวประมาณหนึ่งคืบ ตาสีเหลือง เมื่อข้าพเจ้า ดูเสร็จแล้วเขาก็เอาไปโชว์ตามโต๊ะต่าง ๆ ภุชชงค์ ถึงกับเอาแว่นขยายขึ้นมาส่อง ได้ความว่ากสิณ ให้ตุ๊กแกอ้าปากและตรวจดูคอ แอ่วจัดการขอ ตุ๊กแกมาให้กสิณ ซึ่งกสิณก็ได้แก้มัดแล้วเอาไป ปล่อยไว้ที่ก้อนหิน ตกลงกสิณเป็นคนเดียวที่ได้ ทำบุญในวันวิสาขบูชา โดยการปล่อยตุ๊กแก แทนการปล่อยนกปล่อยปลา... " และจากพระราชนิพนธ์เรื่องย่ำแดนมังกร นี่เอง ยังได้สะท้อนให้ทราบถึงพระราชภารกิจใน การเสด็จเยือนต่างประเทศแต่ละครั้ง ซึ่งเป็นที่ ประจักษ์กันอยู่แล้วว่า ทรงทำหน้าที่ “ทูตสันถว ไมตรี” ได้ดีเยี่ยม ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับ นานาประเทศได้เจริญรุดหน้าไปด้วยดี ก็เพราะ พระองค์ทรงเป็นบุคคลหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญ เฉกเช่นเดียวกันที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า จุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ทรงน่าสถาบันวิทยา ศาสตร์ไทยไปสู่สายตาชาวโลก ได้รับรู้ถึงความ สามารถของนักวิทยาศาสตร์ไทย “... เมื่อพูดถึงการกินอะไรประหลาด ๆ นี้ จะต้องอธิบายต่อไปอีกนิดหน่อยว่า เป็นเรื่อง ของการเจริญสัมพันธไมตรี เราได้รับการอบรมว่า การไปต่างประเทศทุกครั้งเป็นราชการ ไม่ได้ไป เที่ยวเล่น ฉะนั้นก็ไม่มีสิทธิ์อยากจะทำอะไร ไม่ อยากจะทำอะไร ไปหรือไม่ไปต้องแล้วแต่เจ้าภาพ หน้าที่ของเราก็คือเป็นตัวแทนของประเทศที่จะ นำเอาความปรารถนาดีของชาวไทยไปสู่ประเทศ เจ้าภาพ แล้วนำของประเทศเจ้าภาพมาสู่ประเทศ ไทย พร้อมทั้งหารือแลกเปลี่ยนความรู้ความ ก ล ย า า ณ ม ต ร ๒๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More