ข้อความต้นฉบับในหน้า
1983
1989
0
น
หยดย้อยนั้นเปราะบาง มีชีวิตอยู่ในบริเวณช่อง
แคบ ๆ ที่อุณหภูมิของน้ำควรจะคงอยู่ในระดับ
๗๐ ฟาเรนไฮต์ มีอาหารไม่มากนัก และมีสาร
พิษน้อย แต่ที่อุทยานน้ำ Pennekamp นี้ น้ำ
มีอุณหภูมิต่ำถึง ๖๐ ฟาเรนไฮต์ ในหน้าหนาว
มีอาหารและสารพิษในปริมาณมากเกินไป นอก
จากนี้ การท่องเที่ยวตามแนวปะการังได้ส่งผล
ถึงระบบนิเวศน์วิทยาที่บอบบางของ Pennekamp
ด้วย
ในช่วงปี ค.ศ.๑๙๕๐ ในขณะที่นักดำ
น้ำรู้สึกว่าเป็นผู้บุกเบิกซึ่งกำลังสำรวจดินแดน
มหัศจรรย์ หลังจากที่ Jacques
Consteau ได้เป็นผู้ร่วมสร้างฟองใต้น้ำขึ้น เหล่า
นักดำน้ำทั้งหลายได้ใช้เครื่องมือเหล่านี้แข่งขัน
Yves
กันไปยังแนวปะการังใต้น้ำ ในขณะที่ไม่มีกฎหมาย
จำกัดเรื่องการแทงปลา หรือการเก็บสะสมปะการัง
และหอย คนดำน้ำที่เลินเล่อได้แทงปลากันไปเป็น
ต้น ๆ
เมื่อได้มีบทความเปิดเผยเรื่องอุทยาน
ใต้น้ำนี้ในปี ๑๙๖๒ เรือและนักดำน้ำได้หลั่งไหล
กันเข้ามายังแนวปะการัง ทำให้เกิดแรงกดดันใหม่
ต่อสภาวะแวดล้อมใต้น้ำอุทยาน Pennekamp
ซึ่งงดงามและไปถึงได้ง่าย กลายเป็นจุดหมาย
อีกแห่งหนึ่งของนักประดาน้ำ มีผู้เข้ามาชมเกือบ
สองล้านคนต่อปี นับโดยเฉลี่ย
และจะทวีคูณขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงวันสุดสัปดาห์
ที่อากาศอบอุ่น
๓,๐๐๐ คนต่อวัน
เรือและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากเรือทำ
ให้น้ำเป็นพิษ รวมทั้งถ้วยโฟม กระป๋องอลูมิเนียม
แก้ว ถุงพลาสติก และตาข่ายจับปลายาวเป็น
ไมล์ด้วย ขยะเหล่านี้ไม่ได้ไปไหน ไม่ค่อยผุพัง
และทำลายได้ยาก
คนว่ายน้ำนับพันทั้งชน ทั้งกระแทก
แนวปะการังเหล่านี้ ถ้าเหนื่อยนักก็ขึ้นไปยืน
บนปะการัง ซึ่งดูแล้วเหมือนกับยืนบนก้อนหิน
แต่การโดนเท้า รองเท้า ถังดำน้ำ และเท้ามนุษย์กบ
แตะเพียงเบา ๆ ก็ทำให้ส่วนที่มีชีวิตของปะการัง
อ่อนแรงลงได้แล้ว แล้วพวก Algae ก็จะทำลาย
สต
ก ล ย า ณ ม ต ร