ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไม้สิบสองหล่อด้วยโลหะ มีลวดลายตกแต่งต่าง ๆ
กัน ปิดทองงดงาม ภายในมีใบเสมาคู่ ท่านพระครูว่า
"ทำด้วยหินดำจากเขมร เดิมสลักหยาบ ๆ แต่
รัชกาลที่ ๓ โปรดให้ช่างไทยแต่งปราบหน้าใหม่
แล้วแกะสลักให้วิจิตรงดงาม” ฉันดูแล้ว มันก็
คือหินชนวนนั่นเอง ที่ว่างามคือตรงเอวเสมา
แกะสลักเป็นพญานาค เศียร ลำตัวเลื้อยขึ้น
ไปถึงยอดเสมา ซึ่งทำเป็นชั้น อีกทีหนึ่ง
ส่วนฐานรองเสมารัชกาลที่ ๓ โปรดให้นำศิลา
ลายจากเกาะสีชังสลักเป็นลายบัวแย้มจ้ะ
เราลอดซุ้มประตูกำแพงแก้วที่มีบาตร
๓
1
น้ำมนต์ ผ่านชานแคบ ๆ ก่อนขึ้นบันได ฉันก็
เหลือบเห็นกำแพงแก้วที่ล้อมชานมุขลดหรือฐาน
ทักษิณสลักลายภาพเรื่องรามเกียรติ์ มีโคลงจา
รึก ติดไว้ข้างล่าง พอขึ้นบันได ๗ คน เข้าไป
ดูด้านใน เขาประดับศิลาลายเป็นแก้วชิงดวง
เบญจ์เอ้ย... ประตูทางเข้าพระอุโบสถงดงามมาก
ด้านหน้ามีถึง
ลงรักปิดทอง
m
ประตู ซุ้มจรนัสประตูและ
หน้าต่างสลักด้วยไม้แก่น ยอดเป็นทรงมงกุฎ
ประดับกระจก ส่วนตัว
บานประตูด้านนอกประดับมุก เป็นภาพเรื่อง
รามเกียรติ์ ลายละเอียดยิบเลย มุกก็เป็นมุกไฟ
นะเบญจ์ มีสีฟ้า สีชมพู สีเขียวผสมอยู่ด้วย
เลยทำให้เกิดเป็นสีเหลือบแวววาว ส่วนด้านใน
ประดับเขียนลายรดน้ำเป็นลายต้นไม้ ดอกไม้ นก
และที่เด่นอยู่กลาง คือภาพพัดพระราชาคณะ
และพระครูทั้งฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสีทั้งใน
กรุงและหัวเมือง งานเหล่านี้ล้วนเป็นฝีมือช่าง
สิบหมู่ซึ่งขณะนั้นมีกรมหมื่นภูมินทร์ภักดี ราช
โอรสในรัชกาลที่ ๓ ทรงลงมือกำกับเองเชียว
ฉันข้ามธรณีประตูพระอุโบสถเข้าไปพร้อม
๑
พี่นิภา ได้กราบหลวงพ่อประธาน ซึ่งรัชกาลที่
โปรดให้อัญเชิญมาจากวัดศาลาสี่หน้า (ปัจจุบัน
คือวัดคูหาสวรรค์) จากฝั่งธนฯนี่เองจ้ะ แล้ว
พระราชทานนามว่า พระพุทธเทวปฏิมากร ตรง
ผ้าทิพย์ของฐานชุกชี มีตราอุณาโลมพระราช
สัญจักรในรัชกาลที่ 9 ภายในมีผอบหินที่รัชกาลที่
โปรดให้ประดิษฐานพระบรมอัฐิ (บางส่วน)
ยอดประตูพระอุโบสถทรงมงกุฎ สลักด้วยไม้แก่น ลงรัก
ปิดทองประดับกระจก
พระพุทธเทวปฏิมากร ณ พระอุโบสถวัดโพธิ์
๗๔ ก ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org