ข้อความต้นฉบับในหน้า
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
ฉ
นใช้เวลาสงบใจอยู่พักใหญ่ อย่าง
ยอมรับว่าใจที่เคยสงบได้โดยง่าย
คะแนน นั้นมีอาการกระเพื่อมระริกเล็กน้อย
ด้วยความหวาดลึก ๆ สิ่งเดียวเท่านั้นที่นำมาฆ่า
ความหวาดหวั่นได้ คือความมั่นในคุณธรรม
1
ของพระพุทธองค์ ของครูบาอาจารย์ และของ
ตัวเอง...ว่ามีแต่ความปรารถนาดีกับบุคคลเหล่านั้น
อย่างเต็มที่ และแน่วแน่...แน่แล้วหรือ
"เอาเถอะ”...ฉันรำพึงในใจ
“ถึงแม้ว่าจะมิได้เก่งกล้า
ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงผู้หญิง
ธรรมดา ๆ แต่ด้วย
ความปรารถนาดี
ต่อบรรพชนเหล่า
นี้.....ฉันจะ
ลองดู”
แล้วก็
หลับตาลงเสีย
เพื่อตัดสัมผัส
ภายนอกที่อาจทำ
ให้อารมณ์ของฉันสั่น
ไหว เหลือแต่เพียง
ความรู้สึกโดดเดี่ยว...อิสระ กับ
สัมผัสพลิ้วของลมที่ไล้เรือนกายอยู่อย่างปรานี...
ซึ่งแน่นอนที่สุด ไม่ใช่ลม หรือความเย็นจาก
เครื่องปรับอากาศ...ฉันค่อย ๆ ประจงรวมขวัญ
ของตัวเอง เข้าไปร้อยชิดสนิทอยู่กับสติ และ
สัมปชัญญะ...อย่างให้ทั้งหมดที่เป็นใจของฉัน
รวมจรดสนิทเข้าหากัน...เพื่อพลังของความเป็น
หนึ่งจะได้เกิดขึ้น
และในท่ามกลางความสว่างเรื่องนวล
ในใจ...ฉันหยั่งสติ สัมปชัญญะ และขวัญใส ๆ
ลงไปในระหว่างความสว่างนุ่มนั้น กระทั่งรู้สึก
ถึงกระแสความปีติ ชุ่มชื่น เย็นซ่านแผ่กระจาย
ไปทั่วทั้งดวงใจภายใน และร่างกายภายนอก...
ดุจดั่งรากแก้วของต้นไม้ใหญ่...ที่หยั่งรากลึกลง
ไปพบแหล่งน้ำอันอุดม
ที่นี้ ขณะนี้ ตรงนี้...ตรงกลางความเจิดจรัส
ฉันทบทวนความรัก ความปรารถนาดีของตัวเอง
ต่อบรรพชนอีกครั้ง แล้วจึงน้อมรำลึกถึงพระกรุณา
- ธิคุณ พระวิสุทธิคุณ และพระปัญญาธิคุณ
ขององค์พระพุทธเจ้า...น้อมถึง
พระคุณของหลวงพ่อ น้อม
ถึงคุณยายแม่ชีผู้เป็น
ที่เคารพ และเป็น
ยิ่งกว่าครูของฉัน
แล้วจึงปล่อยใจ
...วางใจ ให้
แผ่กว้าง แน่ว
นิ่ง และสงบ
อยู่ชั่วระยะ
หนึ่ง
ฉันลืมตาขึ้นอีกครั้ง
เพื่อมองดูภาพที่มองเห็น
ด้วยตามนุษย์ธรรมดานี้ว่า ยัง
- คงเหมือนเดิมหรือไม่...เหมือนเดิม
ยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่เงียบ...นิ่ง ความ
โหยไห้ หวาดกลัวหายไป คงเหลือแต่ความ
เงียบ...เงียบอย่างประหลาด กับแววตาแห้ง
ระแหงที่ต่างเพ่งมองมายังฉัน......
มีหวัง......
อย่าง
ฉันหลับตาลงอีกครั้ง...เจ้าประคุณเอ๋ย
...ความทุกข์หนอช่างกระไรเลย...เอาเถอะ...ฉัน
จะช่วย ช่วยอย่างเต็มความสามารถ...และโปรด
กั ล ย า ณ ม ต ร ๘๕