ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไม่มีน้ำตาตกจากธิดาพราหมณ์เลย เธอกัดฟันทน
จนสลบแน่นิ่งไปคาหวาย ภาพนั้นติดตาเตือนใจพ่อ
อยู่จนกระทั่งปัจจุบันนี้
“พ่อได้พยายามอ้อนวอนพระบิดาให้เห็น
แก่มนุษยธรรม พ่อยอมรับอย่างเต็มที่ว่า เหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความผิดของพ่อเอง ในที่สุดพระบิดา
ก็พระทัยอ่อน เพราะเห็นแก่พ่อ แต่ความรังเกียจ
เกลียดชังต่อชลิตานั้นมิลดลงเลย พระบิดาได้ลั่น
วาจาเด็ดขาดว่า เมื่อชลิตาคลอดแล้ว ให้ออกไป
จากวังอย่าได้อยู่ให้เห็นหน้าอีก อย่างไร ๆ ดูที่ท่า
พระบิดาจะยังเห็นแก่พ่อและหลานของพระองค์อยู่
"ลูกเอย! ในระยะนั้นพ่อเองก็เศร้าใจใน
เคราะห์กรรมของชลิตาสุดจะประมาณได้ เคราะห์
กรรมซึ่งพ่อเป็นผู้ก่อขึ้น ยิ่งคิดถึงคำของพระบิดาที่ว่า
เมื่อชลิตาคลอดแล้วให้ออกจากวังอย่างรวดเร็วที่สุด
ด้วยแล้ว มันก่อความระทมเศร้าให้พ่อสุดที่จะหา
อะไรเปรียบปาน
"ทำไมหนอ มนุษย์จึงพอใจที่จะปฏิบัติ
ต่อมนุษย์ด้วยกันเยี่ยงปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงบางชนิด
เป็นต้นว่า โค ควาย เมื่อมันออกลูกแล้วเจ้าของ
เอาแต่ลูกมันไว้ ส่วนแม่มันอาจจะนำไปขายไปฆ่าที่
ไหนก็ได้”
- พ่อคอยปลอบประโลมใจชลิตาให้คลายกังวล
ด้วยคิดว่า เมื่อพระบิดาได้เห็นหน้าหลานพระองค์
อาจทรงเปลี่ยนความคิดก็ได้ แต่ความคิดของพ่อผิด
เมื่อชลิตาคลอดบุตรแล้ว พระบิดายิ่งทรงเกรี้ยวกราด
มากขึ้น เพราะเห็นว่าชลิตาไม่มีประโยชน์อีกต่อไป
เร่งวันเร่งคืนขับไล่ชลิตาให้ออกไปเพื่อพระองค์จะได้
หาสตรีคนใหม่ให้พ่อ แต่พระบิดาก็คงคะเนใจพ่อผิดไป
เวลานั้นพ่อตั้งใจอย่างแน่วแน่เสียแล้วว่าจะไม่ยอม
ทอดทิ้งชลิตาเป็นอันขาด ถ้าเธอได้รับทุกข์อย่างไร
พ่อก็จะขอร่วมทุกข์อันนั้นด้วย
ในที่สุดวันเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้ง
ใหญ่ในชีวิตพ่อก็มาถึงเมื่อ วันหนึ่งพ่อตื่นขึ้นในเวลาเช้า
ไม่เห็นชลิตา พบแต่จดหมายฉบับหนึ่งของเธอมีใจ
ความสำคัญดังนี้
ทูลฝ่าบาททรงทราบ
หม่อมฉันต้องตัดใจจากพระองค์ไปด้วย
ความอาลัยอาวรณ์เป็นที่ยิ่ง หัวอกหญิงเป็นอย่างไร
นั้น น้อยคนนักที่ซาบซึ้ง แทงทะลุ หม่อมฉันรัก
ฝ่าบาทรักลูกหญิง แต่ที่จำใจที่ต้องทิ้งไปก็เพื่อ
ความสงบสุขแห่งครอบครัวของฝ่าบาท หม่อมฉัน
คิดจะพาลูกหญิงไปด้วย แต่เมื่อทบทวนดูผลได้ผล
เสียโดยตลอดแล้ว เห็นว่าลูกอยู่กับฝ่าบาทจะสบาย
และปลอดภัยกว่าอยู่กับหม่อมฉัน เรื่องความรักนั้น
อย่าพูดเลยว่ามีมากเท่าใด หม่อมฉันไม่อาจประมาณ
๙๔ ก ล ย า ณ ม ต ร