ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในรัชกาลที่ 9 นับว่าฉันโชคดีมากเลยที่ได้กราบ
พระประธาน แล้วยังได้ถวายบังคมพระบรมอัฐิ
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ไปด้วยพร้อม ๆ กัน
an
k
ชั้น ชั้นบน
พระอุโบสถเดิมมีขนาดเล็ก กว้างยาว
ถึงเสาประธาน ๑๖ ต้น ภายในพระอุโบสถเท่า
นั้น รัชกาลที่ ๓ โปรดให้ขยายออกไปทั้ง ๒ ด้าน
องค์พระประธานเลยดูเล็กไปถนัดใจ พระองค์จึง
ทรงแก้ไขด้วยการเสริมฐานเป็น
ให้คงรูปทรงเดิมเป็นประดิษฐานพระประธาน
ฐานชั้น ๒ ใหญ่ขึ้นมาหน่อยประดิษฐานพระ
อัครสาวกของเก่า ๒ องค์ ฐานขั้น ๓ ซึ่งใหญ่สุด
ประดิษฐานพระอรหันต์ที่หล่อใหม่อีก 4 รูป ฐานทั้ง
ชั้นปั้นลายกุดั่น ทาสีแดงปิดทองประดับกระจก
มีรูปเทวดา ยักษ์ ครุฑนั่งประนมมือหล่อ
ด้วยดีบุกปิดทองเรียงรอบฐาน งามจริง ๆ เลย
นอกจากนี้ พระองค์ยังโปรดฯให้สร้างเครื่อง
สมณบริโภคขนาดใหญ่ โต๊ะหมู่บูชาชุดพิเศษ
คือหมู่ ๑๒ และธูปเทียนแพหลวงขนาดใหญ่
ถวายพระประธาน พูดถึงรูปเทียนแพ ฉันไปได้
ความรู้มาจาก ท่านพระครูสุนทรโฆษิตว่า ดอก
ไม้ธูปเทียนแพของหลวง เทียนรองรูปนะ ดอก
ไม้อยู่บนนั้นแน่นอน ถ้าของประชาชน ดอกไม้เทียน
รูป คือรูปที่รองเทียนจ้ะ เพราะรูปแข็งกว่าเทียน
ที่พื้นด้านข้างฐานพระประธาน มีช้าง
ทองเหลือง 6 เชือก สร้างสมัยรัชกาลที่ ๕
คือในงานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทา
กุมารีรัตน์ วัดต่าง ๆ ทำของประดับประกอบ
ด้วยดอกไม้ไฟ วัดโพธิ์หล่อช้าง ๒ เชือกนี้ เมื่อ
งานแล้วเสร็จ รัชกาลที่ ๕ โปรดให้นำมาถวาย
พระประธานเป็นพุทธบูชา
ฉันชอบใจมากก็คือภาพเขียนบนผนัง
ระหว่างหน้าต่างพระอุโบสถ เป็นเรื่องราวของ
พุทธสาวกแต่ละองค์ ท่านพระครูสุนทรโฆษิตบอกว่า
ล้วนแต่เป็นเอตทัคคะทั้งสิ้น คือเป็นพุทธสาวกผู้
ยอดเยี่ยมในทางใดทางหนึ่งเป็นพิเศษ ท่านเคย
เล่าแต่ละช่วงภาพให้ฟัง ฉันลืมเกือบหมดแล้ว
รู้แต่ว่าสนุกดี ถ้าเด็ก ๆ คงชอบ เสาประธานมี
๑๖ ต้น แต่ละต้นเขียนสีน้ำมันเป็นลายดอกไม้
ก้านแย่งสลับนกน่ารักจัง ฉันถ่ายไว้หลายภาพ
ถ้าไม่เสียจะส่งมาให้ดูนะ อีกอย่างที่ชอบก็คือ
บานหน้าต่าง ด้านนอกเป็นรูปแก้วชิงดวงประดับ
กระจกปิดทอง ด้านในซิแจ๋วจริง ๆ เป็นรูปตรา
พัดพระราชาคณะชั้นต่าง
ชั้นราช ชั้นเทพ
ชั้นธรรม ชั้นพุทธ ได้ความรู้ดีนะมาเที่ยววัดนี้
ตอนขอบล่างของบานหน้าต่างประมาณสักคืบ
เก่า
ๆ เคยฟัง
เป็นนิทานที่พวกเราเมื่อเด็ก
1
คือเรื่องตากับยาย ปลูกถั่วปลุกงาให้หลานเฝ้า
หลายไม่เฝ้าไปเล่นว่าว... ไปจนจบเรื่อง ก็บาน
หน้าต่างแยะนี่ ก็เล่าได้จบ ฉันจะชอบใจจริง ๆ
คิดถึงว่าคนสมัยก่อนท่านช่างฉลาดนะ คนเฒ่า
คนแก่มาวัดมาฟังเทศน์ แต่ต้องเลี้ยงหลาน ก็
เอาหลานมาด้วย สอนหลานด้วยภาพสนุกดี
นับเป็นการเรียนธรรมะขั้นพื้นฐานเชียวนะ เด็ก
ก็ไม่ชนดีด้วย ภาพทั้งหลายที่ฉันกล่าวมาล้วน
เขียนด้วยช่างหลวงวังหลวง และช่างหลวงวัง
หน้าในรัชกาลที่ ๓ ทั้งสิ้น เรียกว่าระดมช่างฝีมือ
เอกทั้งนั้น ฝีมือจึงงามจัด ดูจะงามกว่าวัดอื่นที่
นี่เป็นความเห็นส่วนตัวของฉันเท่านั้น
เคยดูมา
ห้ามเบญจ์เถียงจ้ะ
โอ้ย! เมื่อยมือแล้วละ เบญจล่ะเบื่อ
อ่านเบื่อเที่ยววัดรึยัง นี่พรรณนาอย่างหยาบ ๆ
เฉพาะพระอุโบสถนะ ยังยาวถึงเพียงนี้ ฉะนั้น
วันนี้ฉันจึงขอจบก่อนนะ จะว่าขี้โกงก็เอาเถอะ
ไว้คราวหน้าขอต่อเรื่องเที่ยววัดโพธิ์อีกหน่อยแล้วกัน
เบญจคงไม่ว่ากระไรนะจ๊ะ
หวังว่าเธอคงสบายดี และไม่ตาลาย
หรือองกับการเขียนของเรานะ โธ่... อุตส่าห์
เรียบเรียงแล้วนา
ด้วยรักและผูกพันฝันถึง
ลักขณา สกุนะสิงห์
ก ล ย า ณ ม ต ร
๗๕