ข้อความต้นฉบับในหน้า
จดหมายจากฮาร์วาร์ด
(ต่อจากหน้า ๑๔)
เมืองอยู่ด้านนอกของบอสตัน เมืองนี้ภายหลัง
เปลี่ยนชื่อมาเป็นเมืองเคมบริดจ์ การสอนนั้น
เริ่มตั้งแต่มีครูเพียงคนเดียว และมีนักเรียนเพียง
๑๒ คน มีลักษณะเป็นโรงเรียนกินนอน
หลังจากเปิดทำการมาได้ประมาณ ๒ ปี
อาจารย์ที่แวะเวียนมาสอนที่โรงเรียนแห่งนี้ท่าน
หนึ่งชื่อ นายจอห์น ฮาร์วาร์ด ซึ่งอาศัยอยู่ที่
เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง อยู่ห่างขึ้นไปทางตอนเหนือ
7
ของเคมบริดจ์เล็กน้อย
อาจารย์ท่านนี้เรียนจบ
นับเป็นการ
ทางศาสนาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในอังกฤษ
ต่อมาได้ถึงแก่กรรมลงด้วยวัณโรค นายจอห์น
ฮาร์วาร์ดได้ทิ้งมรดกไว้ให้ เป็นเงินก้อนหนึ่ง ซึ่ง
ไม่มากเท่าใดนัก กับหนังสือประมาณ ๔๐๐ เล่ม
ให้เป็นสมบัติของโรงเรียนแห่งนี้
บริจาคครั้งสําคัญและใหญ่ที่สุดในประวัติของ
โรงเรียน นับแต่นั้นมาโรงเรียนแห่งนี้ก็ได้ชื่ออย่าง
เป็นทางการว่า ฮาร์วาร์ดคอลเลจ (Harvard Col
lege) นักการศาสนาและบาทหลวงส่วนใหญ่ที่
จบจากวิทยาลัยแห่งนี้ ในสมัยแรก ๆ ก็กระจัด
กระจายอยู่ในสังคมต่าง ๆ ของ New England
หรืออังกฤษใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนรัฐ ๕-๖
รัฐที่ติดฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก สถาบันการ
ศึกษานี้ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากศาสนาคริสต์
นิกายต่าง ๆ ในยุคนั้น
ไดนัก
ในยุคต้นวิทยาลัยแห่งนี้ไม่ได้เจริญเท่า
เพราะศาสนาเข้ามามีส่วนจำกัดความ
เจริญเติบโตทางวิชาการ ความขัดแย้งระหว่าง
นักวิชาการกับนักการศาสนามีมากขึ้นเรื่อย
จนในที่สุดได้มีการเลือกตั้งอธิการบดีคนแรกชื่อ
1
มิสเตอร์จอห์น ลีเวอร์ตต์ (John Leverett)
เป็นอธิการบดีคนแรกของวิทยาลัย มีการบริหาร
ซึ่งมุ่งไปทางวิชาการล้วน ๆ ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๗๐๘
เป็นต้นมา ฮาร์วาร์ดจึงค่อย ๆ เจริญเติบโตไป
ทางด้านวิชาการ และขยายขอบเขตหลักสูตรให้
กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางวิทยา
ศาสตร์ ขณะนั้นก็มีนักวิชาการ และนักปราชญ์
ที่มีชื่อเสียงเกิดขึ้นหลายคน ซึ่งได้ทำชื่อเสียง
อย่างมากให้กับวิทยาลัยแห่งนี้
เจริญมาถึงจุดสูงสุดในสมัยที่มิสเตอร์ชาร์ล ดับบลิว
อีเลียต (Charles W.Eliot) เป็นอธิการบดีที่จัด
๕๔ ก ล ย า ณ ม ต ร
ฮาร์วาร์ดเดย
ว่าเป็นอธิการบดีที่หนุ่มมากในยุคนั้น และอยู่ใน
ตำแหน่งติดต่อกันถึง ๔๐ ปี ทำให้วิทยาลัยเล็ก ๆ
ในต่างจังหวัดแห่งหนึ่งกลายเป็นมหาวิทยาลัยที่
ทันสมัย
เกิดคณะนิติศาสตร์ แพทยศาสตร์
บัณฑิตวิทยาลัย คณะธุรกิจ คณะทันตแพทย์
วิทยาศาสตร์ และศิลปศาสตร์ เกิดขึ้นในยุคนี้
จำนวนนักศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก ๑,๐๐๐
คน เป็น ๓,๐๐๐ คน และทรัพย์สินเพิ่มขึ้นถึง
๑๐ เท่าตัว คือจาก ๒ ล้านดอลลาร์เป็น ๒๒
ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นยุคที่มีการวางรากฐาน
อย่างสำคัญให้กับมหาวิทยาลัย และสืบต่อมา
จนถึงยุคปัจจุบันนี้
เมื่อระบบวิทยาลัยเริ่มพัฒนาขึ้นมา
การขยายวิชาสาขาต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นถึง ๕๑ สาขา
ด้วยกัน มีระบบการติวเกิดขึ้น ซึ่งเป็นระบบที่มี
การสอนแบบไม่เป็นทางการแก่นักศึกษาในแต่
ละสาขาของตน นับเป็นลักษณะพิเศษสำหรับ
การสอนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ในยุคของอธิการ
บดีชื่อ ลอเลนซ์ โรเวล ฮาร์วาร์ดก็มีการพัฒนา
ขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง โดยการสร้างบ้านขึ้นให้
นักศึกษาอยู่รวมกัน เพื่อสร้างบรรยากาศทาง
วิชาการให้เกิดขึ้น มีทั้งหมด ๒๒ หลังด้วยกัน
ในบ้านแต่ละหลังก็จะมีอาจารย์ตำแหน่งหนึ่งที่
เรียกว่า Residence Master และอาจารย์ที่
ทำหน้าที่ติวให้นักศึกษา มีห้องอาหารและห้องสมุด
ให้ใช้ร่วมกัน มีตารางเวลาสำหรับการเข้าสังคม
การออกกำลังกาย และกิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรม
ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด
และเคมบริดจ์ในยุคนั้น
เริ่มจะไม่
ระบบของมหาวิทยาลัยเริ่มเป็นระบบของ
ราชการมากขึ้น กิจการงานต่าง
คล่องตัว อธิการบดีอีกสมัยหนึ่งเมื่อประมาณ ๔๐
ปีมาแล้ว จึงเริ่มแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่าง ๆ
เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาเฉพาะทางขึ้น มีการ
ขยายขอบข่ายการศึกษา โดยให้นักศึกษาได้มี
โอกาสเลือกวิชาที่ตัวเองถนัดได้ รายได้ส่วนใหญ่
ส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี ๑๙๕๓-๑๙๗๑
ได้มาจากการระดมทุนรับบริจาคจากทั่วโลกและ
จากศิษย์เก่าเพื่อนำมาขยายการบริการทางการ
ศึกษา และการระดมทุนครั้งนั้นก็ประสบความ
Kalyanamitra.org