ข้อความต้นฉบับในหน้า
I'
โรมัน สินค้าที่สำคัญ ซึ่งชาวอินเดียต้องการจาก
ภาคเอเชียอาคเนย์ก็คือ ทอง เครื่องเทศ ไม้หอม
และยางไม้หอม โดยเฉพาะทองนั้นชาวอินเดียต้อง
การมาก เพราะเหตุว่า ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่
ก็ถูกตัดขาดจากการคมนาคมในภาคกลางของทวีป
เอเชีย ไม่อาจจัดหาซื้อทองมาจากแคว้นไซบีเรียน
ได้ดังก่อน นอกจากนี้จักรพรรดิโรมันในต้น
พุทธศตวรรษที่ ๗ ก็ทรงห้ามมิให้เหรียญทอง
โรมันรั่วไหลออกมานอกราชอาณาจักรมากมาย
ดังเคย ชื่อของสถานที่ต่าง ๆ ที่ชาวอินเดียเดิน
ๆ
ทางออกมาค้าขายทางภาคเอเชียอาคเนย์ เช่น
สุวรรณภูมิ สุวรรณทวีป ตักโกละ กรรบูรทวีป
นาริเกลทวีป ย่อมแสดงให้เห็นถึงความสำคัญ
ของสินค้าต่าง ๆ”
เมื่อราชวงศ์จิ้นรวมประเทศจีนเป็นหนึ่ง
เดียวแล้ว ก็ได้แสวงหาผลประโยชน์จากการค้า
ทางทะเล ได้มีคณะทูตจากอาณาจักรฟูนัน ไป
เยือนจีนหลายครั้งระหว่าง พ.ศ.๒๑๑-๕๓๐
ในปี พ.ศ.๕๒๓ ดังไถ อธิบายอาณา
จักรฟูนั้นว่า "มีเมืองซึ่งมีกำแพงรอบ มีพระราชวัง
และบ้านประชาชน ประชาชนมีหน้าตาน่าเกลียด
ผิวดำ ผมหยิก ไม่สวมเสื้อผ้าและเดินเท้าเปล่า
มีอัธยาศัยใจคอง่าย ๆ และไม่ชอบลักขโมย...
ชอบสลักเครื่องประดับและทำการแกะสลักภาชนะ
ที่ใช้รับประทานอาหารมักทำด้วยเงิน ภาษาที่ใช้
ก็คล้ายกับตัวอักษรของชนชาติชู (Hou คือ
ประชาชนในภาคกลางของทวีปเอเชียที่ใช้ตัวอักษร
ตามแบบอินเดีย)
ในพ.ศ.๙๐๐ อาณาจักรฟูนั้นต้องตกอยู่
ภายใต้การปกครองของชนต่างชาติ
"ในต้นปีนั้น เถียนจูจันกันกษัตริย์แห่ง
อาณาจักรฟูนันได้ทรงส่งช้างที่ฝึกแล้ว เข้ามาเป็น
เครื่องราชบรรณาการ คำว่า เถียนจู เป็นคำที่
ชาวจีนใช้เรียกประเทศอินเดีย และเกี้ยนจูจันกัน
ก็คือ จันกันชาวอินเดีย คำว่า “ฉันกัน” นี้อาจตรง
คำว่า “จันทัน” ซึ่งเป็น ตำแหน่งเจ้านายของ
พวกยุยเจ้ หรืออินเดีย-ศกะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ราชวงศ์กุษาณะในสายของพระเจ้ากนิษกะ โดย
เหตุนี้เถียนจูจันกันจึงคงเป็นเชื้อกษัตริย์มาจาก
ประเทศอินเดีย..... พวกกุษาณะเคยแผ่อำนาจ
ของตนลงมาถึงแถบลุ่มแม่น้ำคงคา..."
เพื่อให้ชัดเจนขึ้น ขอกล่าวว่า
ชาว
และ
อินเดีย-ศกะนั้นหมายถึง อินโด-อารยัน
บริเวณที่พูดถึงในขณะนั้น ก็คือประชาชนชาว
กรีกที่ปะปนกับอิหร่าน และอาณาจักรอินเดีย-ศกะ
นี้คืออาณาจักรบาดเตรียน (Bactrian) ซึ่งอยู่
ทางอินเดียเหนือบริเวณปัจจุบันคือ ทางตอนใต้
ของรัสเซียปัจจุบันและอาณาจักรนี้กินบริเวณถึง
อัฟกานิสถาน ในปัจจุบันด้วย
ราชวงศ์ที่ปกครองอินเดียอยู่คือ ราชวงศ์
ยูไทเดมุส (Euthyaemus) มีความสัมพันธ์
ใกล้ชิดกับราชวงศ์เซเลสุดซี (Seleucid) ซึ่งคุม
อียิปต์ (อัฟริกาเหนือ)
W.W.Tarn ระบุว่า ตามเอกสารโบราณ
นั้น การตั้งชุมชนของพวกอาณานิคมกรีกที่ไกลสุด
(Farther East) ก็คือ ชุมชนจากพวกอารยันที่
มีลูกผสมกรีก-เปอร์เซีย หรือกรีก-อิหร่าน และ
กรีก-อารยันอินเดีย เรียกว่า เขตปกครองของ
ราชวงศ์เชเลอุด ซึ่งปัจจุบันคือบริเวณพังงา, กระบี่,
ตรัง ทางฝั่งอันดามัน และฟากอ่าวไทย คือ
บริเวณไชยาถึงอ่าวบ้านดอน
W.W.Tarn กล่าวว่า
“ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๖-๗ พวก
บาดเตรียได้แยกอิสระจากอาณาจักรเซเลชุด
และเป็นที่ชัดเจนว่าในบาคเตรีย มีชาวกรีกจำนวน
มากตั้งถิ่นฐานอยู่ ทั้งนี้เพราะอเล็กซานเดอร์ได้
ทั้งทหารรับจ้างไว้ถึงหนึ่งหมื่นคน มีม้าถึง ๓,๐๐๐
ตัว... ในจังหวะเดียวกันนั้น เกิดสู้รบระหว่าง
พวกเร่ร่อน(พวกโตการหรือพวกตักโกละ) บริเวณ
ใต้รัสเซียและบริเวณอัฟกานิสถาน จึงทําให้
ประชาชนกรีกถูกฆ่าตาย ๒๓,๐๐๐ คน แต่ตัว
เลขนี้ ดิโอโดรัส (Diodorus) คำนวณพลาด
33
ผู้เขียนขอย้ำว่า ข้อความอ้างมานี้ตรง
กับข้อสันนิษฐานของหม่อมเจ้าสุภัทรดิศ แต่ชื่อ
กษัตริย์ที่มาจากอินเดียนั้น คำว่าอินเดียเวลานั้นไม่มี
มีแต่ชื่อทวีป คนที่มาจากทวีปอินเดียขณะนั้นคือ
ก ล ย า ณ ม ต ร
mo