ข้อความต้นฉบับในหน้า
กระหย่งเท้าเข่าขัด เหลี่ยมถ้า
เดี๋ยวองค์อีกสองหัตถ์ ไหว้เหวี่ยง อยู่เฮย
แหงนพักตร์ที่เพ่งฟ้า บอกแก้วิงเวียน"
พระอริยวงศ์มุนี ผู้นิพนธ์
โดยเข้า
“เป็นไง แจ๋วไหม” พี่นิภาถาม ฉัน
พยักหน้าพร้อมทั้งยกหัวแม่โป้งขวาขึ้นแทนคำตอบ
แล้วชวนพี่นิภาเข้าไปในพระอุโบสถ
ประตูพระระเบียงชั้นนอก ผ่านลานหิน ซึ่งมีตุ๊กตาจีน
เห็นพวกตุ๊กตาจีนเป็นรูปตาแป๊ะแบกเจดีย์จีนที่
เรียกว่า "ถะ” พวกนี้ล้วนเป็นอับเฉาที่พวกคนจีน
ใส่ท้องเรือมากันเรือโคลงเคลง ดังที่เคยปรากฏ
ในร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ ๑ ที่ว่า
"อับเฉาประจุเรือกันโคลง” ไงล่ะเบญจ์ แล้วจึง
เข้าประตูระเบียงชั้นใน จึงจะถึงลานหินรอบ
พระอุโบสถ ที่พระระเบียงรอบพระอุโบสถมี
พระพุทธรูปมากมายเรียงเป็นแถว
๒๕๔ องค์ ชั้นในมี ๑๕๐ องค์
๑
ชั้นนอกมี
เบญจ์รู้มั้ย เดี๋ยวนี้ฉันเป็นนักอ่านประจำ
บ้านเลย เพราะถามน้าน้อยมาก ๆ น้าน้อยจะ
ยิ้มและส่งหนังสือพงศาวดารเป็นตั้งเลยให้ยืมอ่าน
ฉะนั้นฉันก็ต้องขออ้างพงศาวดารนะจ๊ะว่า ขณะ
ที่รัชกาลที่ 9 กำลังทรงสร้างวัดพระเชตุพนฯ ได้
โปรดฯให้อัญเชิญพระพุทธรูปสมัยอยุธยาอันหล่อ
ด้วยทองเหลือง ทองสำริด ตามวัดร้างในหัวเมือง
เหนือและภาคกลาง ๑,๒๕๘ องค์ บางองค์ก็
ยังงามสมบูรณ์แบบอยู่ บางองค์ชำรุด พระองค์
ก็โปรดให้ช่างหล่อต่อเติมเสริมแต่งให้สมบูรณ์
แล้วประดิษฐานไว้ ณ พระระเบียงพระอุโบสถ
ทั้งชั้นนอกและชั้นใน ในพระวิหารทั้ง ๔ ที่พระ
วิหารคด และที่ระเบียงรอบพระมหาเจดีย์อีก
พี่นิภาได้แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ว่า
ทรงนำพระพุทธรูปมาไว้ที่นี่
"การที่รัชกาลที่ ๑
น่ะดีแล้ว เพราะคนสมัยนี้โลภไม่กลัวบาป ขโมย
พระพุทธรูปไปขายให้ชาวต่างชาติ อีกหน่อยเรา
อยากดูพระพุทธรูปหรืออะไรต่อมิอะไรที่คนไทย
สมัยก่อนสร้างสมไว้ ต้องบินไปดูที่ญี่ปุ่น ที่สหรัฐฯ
ที่ฝรั่งเศสโน่น น่าอายไหมล่ะ” เสียงพี่นิภาซัก
เครียดเพราะเลือดอนุรักษ์ของโบราณมาแรง ฉัน
ประตูยอดมงกุฎประดับด้วยกระเบื้องถ้วย (ถ่ายด้านใน)
ทางเข้าวัดพระเชตุพนฯ
ตาแป๊ะหรือยักษ์ก็ไม่ทราบ แบกถะ (เจดีย์แบบจีน)
Kalyanamitra.org
กั ล ย า ณ ม ต ร ๗๑