ข้อความต้นฉบับในหน้า
คนไทยซึ่งเป็นผู้หล่อพระพุทธรูปเอง”
"สาธุ ดีจริงที่รัชกาลที่
๑
ทรงเห็น
การณ์ไกล” ฉันพนมมือด้วยรำลึกถึงพระมหา
กรุณาธิคุณของพระองค์
เราสองคนเดินผ่านประตูของระเบียงชั้น
ในเข้าไป ก็ถึงลานหินกว้างรอบพระอุโบสถมี
พระมหาธาตุ ๔ มุม ทำเป็นรูปปรางค์ ประดับ
หินลายต่าง ๆ จากนั้นจึงจะถึงกำแพงแก้วล้อม
พระอุโบสถอีกที่หนึ่ง ที่กำแพงแก้วมีซุ้มประตูทางเข้า
- ซุ้มสลับกับซุ้มใบเสมา ๘ ซุ้มซึ่งตั้งบนกำแพง
ฉันขออธิบายตรงกำแพงแก้วนี้มากหน่อยนะจ๊ะ
เพราะติดใจมากเลยอยากให้เบญจ์ได้รู้ด้วยจ้ะ
หน้าซุ้มประตูกำแพงแก้วพระอุโบสถ มี
สัตว์ประหลาดยืนเฝ้าประตู ๆ ละคู่ พระครูสุนทร
โฆษิต คณะ ก.๓๒ เคยบอกฉันนานแล้วว่า
เขาเรียกว่า "สาง” เป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์เกิด
จากพ่อสิงห์ผสมกับแม่เสือ หน้าตาจึงไม่ใช่เสือ
และไม่ใช่สิงห์ที่เราเคยเห็นรูปปั้น เบญจดูรูปเอง
แล้วกันนะ ฉันบรรยายไม่ถูกหรอกจ้ะ รู้แต่ว่า
มันทำด้วยสำริดในสมัยรัชกาลที่ ๓ ส่วนแท่นรอง
สางทั้งหมดใช้ศิลาจากเขาสำเภา เมืองลพบุรี
มาสลัก
ตัวซุ้มประตูก็แปลกอีกนั่นแหละ คือ
ทำด้วยหินชนิดเดียวกับหินปูพื้นลาน คือจาก
อ่างศิลา ชลบุรี ทำเป็นซุ้มประตูโค้ง เหนือโค้ง
ประตูทำเป็นยอด ฉันเคยเข้าใจผิดคิดว่าเป็น
เจดีย์บริวาร แต่ท่านพระครูฯ บอกว่าเป็นบาตร
น้ำมนต์ ๙ บาตรจ้ะ ใบยอดใหญ่ที่สุดแกะเป็น
ลายบัวด้วยนะ ท่านว่า "ใครเดินลอดประตูนี้
ถือเป็นสิริมงคล” เพราะได้ผ่านน้ำมนต์ถึง ๙ บาตร
"โอ้โฮ ก็เปียกแย่ซิคะ แล้วขาออกก็
ต้องลอดออกมาอีก
"ยิ่งเปียกมากยิ่งดี ขาออกก็ได้น้ำมนต์
อีกกันเสนียดจัญไรไงล่ะ” ท่านพูดเล่น "ประตู
ที่มีบาตรน้ำมนต์หินแบบนี้มีที่วัดพระเชตุพนฯ
แห่งเดียวเท่านั้น..... แห่งเดียวในโลกด้วย”
ซุ้มใบเสมา ตั้งอยู่กำแพงแก้ว ตัวซุ้ม
ทำด้วยหินจากอ่างศิลา มียอดเป็นรูปเจดีย์ย่อมุม
รูปสางคู่หน้าประตูทางเข้าเขตพระอุโบสถ
รูปสางคู่เฝ้าประตูทางจะเข้าเขตพระอุโบสถ เหนือประตูเป็น
รูปหม้อน้ำมนต์ ๙ ใบ
ลวดลายบนใบเสมาวัดพระเชตุพนฯ
กั ล ย า ณ ม ต ร ๗๓