ข้อความต้นฉบับในหน้า
ความรักนั้นได้ ชีวิตของหม่อมฉันจะระหกระเหินไป
อย่างไร ก็สุดแต่กรรมเถิด ชีวิตหญิงนั้นมีความ
ลำบากทั้งในเบื้องต้น ท่ามกลางและที่สุด แต่จะทำ
อย่างไรได้หม่อมฉันเกิดมาอย่างนี้เสียแล้ว ฝ่าบาท
อย่าพะวงเรื่องติดตามหม่อมฉันเลยจะไม่มีทางตาม
ได้พบ ขอฝากลูกหญิงคนเดียวด้วย ลาก่อนลาเป็น
ครั้งสุดท้าย”
ๆ
"ลูกเอย! ชลิตา มารดาของเจ้าจากไปแล้ว
จากไปด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความร้าวระบม และ
เสียสละ เพราะแม่ของเจ้ารักเจ้ามากนั่นเองจึงทิ้งลูก
ไว้กับพ่อ ถึงแม่ของเจ้าจะสั่งพ่อไม่ให้ตาม แต่พ่อก็
ไม่ยอมเชื่อฟัง พ่อออกติดตามค้นหาแม่ของเจ้า
ทุกหนทุกแห่งในแคว้นวิเทหะ และแคว้นใกล้เคียง พ่อยัง
ไปถึงสาวัตถี สาเกต และอีกหลาย ๆ เมืองที่คิดว่า
อาจจะพบแม่ของเจ้าได้ นาน ๆ ครั้งพ่อจึงจะกลับ
มายังกรุงมิถิลา กลับมาวังของพ่อ ความปรารถนา
สูงสุดของพ่อเวลานั้นคือ ความปรารถนาที่จะได้พบ
แม่ของเจ้า พ่อได้ฝากเจ้าไว้กับพระมารดา ซึ่งดู
เหมือนพระองค์จะทรงรักใคร่เอ็นดูเจ้าที่อยู่ พ่อมา
ตักสิลานครซึ่งพ่อเคยมาอยู่เป็นเวลาหลายปี นอก
จากกรุงมิถิลาแล้ว เวลานั้นพ่อรู้จักตักสิลาดีที่สุด
แต่ก็หมดหวังไม่มีร่องรอยเลย พ่อเวียนไปที่บ้าน
กาฬคามหลายครั้ง ด้วยหวังว่าแม่เจ้าอาจกลับไปที่
นั่น แต่ก็ผิดหวังทุกครั้ง เวลานั้นพราหมณ์ชราผู้
เป็นปู่ของมารดาเจ้าได้เสียชีวิตไปแล้ว ถ้ายังมีชีวิต
อยู่คงจะโทมนัสหาน้อยไม่ ดีแล้วที่ท่านจากโลกไป
ด้วยความหวังอันสดชื่น”
"ลูกเอย! จงจำไว้เถิดว่า สิ่งที่ทำให้เรา
ผิดหวังก็คือความหวังนั่นเองมิใช่อะไรอื่น ถึงจะหา
แม่เจ้าไม่พบ แต่พ่อก็สร้างความหวังไว้เสมอว่า จะ
พบแม่ของเจ้าสักครั้งหนึ่งก่อนตาย และด้วย
ความหวังอันนี้เองทำให้พ่อมีชีวิตอยู่ได้
เมื่อเวลาล่วงเลยมานานพอสมควรจาก
เวลานั้น ความหวังของพ่อก็ลดน้อยลงทุก ๆ วัน พ่อ
จึงตัดสินใจนำเจ้าออกจากวัง โดยการหนีพระบิดา
มารดามา และมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เจ้ายังจำความอะไร
มิได้เลย แม้เวลานี้พ่อก็ยังหวังอยู่ว่า ถ้าไม่รีบตาย
เสียก่อนพ่ออาจจะได้พบแม่ของเจ้า
พ่อคิดว่าแม่
ของเจ้ายังไม่ตาย หากพ่อไม่ได้มีโอกาสพบ ตัวเจ้า
เองอาจได้พบ พ่อจึงเล่าเรื่องให้เจ้าทราบไว้”
เลื่อนลอย
อาบแก้ม
พาวรีเล่าจบ มองเหม่อไปเบื้องหน้าอย่าง
โลธรา สาวน้อยมีน้ำตาพร่างพรายลง
“ลูกเอย!” พาวพูดต่อเมื่อนิ่งกันไปครู่หนึ่ง
"ชีวิตมนุษย์เป็นของไม่แน่นอน คนที่เคยหวังกันไว้ว่า
จะได้เป็นใหญ่เป็นโตภายหน้า อาจจะไม่ได้เป็นอะไร
คนที่ไม่มีใครเคยคาดหวังเลย อาจจะเป็นใหญ่เป็น
โตขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นจงอย่าดูถูกคน ชีวิตของ
เจ้าก็เช่นกัน ถ้าต่อไปภายหน้าเจ้ามีโอกาสเป็นใหญ่
ขึ้นมา มีคนอยู่ใต้ปกครองมาก เจ้าจงปฏิบัติต่อเขา
อย่างที่เขาเป็นมนุษย์มีความรู้สึก รู้จักชื่นชมและ
ขมขื่นเช่นเดียวกับเรา
เป็นความเข้าใจผิดของคนใหญ่คนโตเป็น
อันมากที่มัวหลงแต่ตัวเอง ไม่ค่อยจะนำพาต่อ
ความรู้สึกของผู้น้อยเสียบ้างเลย ที่เขาไม่พูดเพราะ
เขาพูดไม่ออก ตำแหน่งฐานะเทียบกันไม่ได้ เขาจึง
จำต้องนิ่งทน และยอมรับทุกสิ่งทุกอย่าง แต่นั่น
มิได้หมายความว่าเขาจะไม่มีความรู้สึก เขาอาจจะ
มีความรู้สึกปวดร้าวขมขื่นอยู่ภายใน นายที่ชอบดุด่า
ผู้น้อยโดยไม่มีเหตุผลสมควร ถือเอาอารมณ์ตนเป็น
เหตุผลอยู่เสมอ ๆ นั้น ถ้าได้ฟังผู้น้อยสนทนากัน
อย่างเปิดอกเสียบ้างก็จะรู้ว่าเขามีความฉลาด เขาดู
คนออก เขาอ่านคนเป็น เขารู้ว่านายคนไหนเป็น
อย่างไร นายสามารถอ่านคนอยู่ใต้บังคับบัญชาออก
อย่างไร คนอยู่ใต้บังคับบัญชาก็สามารถอ่านนิสัย
ของนายตนออกอย่างนั้น แต่นายบางคนมัวหลงตน
เข้าใจว่าตนนั้นฉลาดล้ำ คนอื่นไม่อาจรู้เท่าทันตนได้
เขาจึงถือตัวว่าวิเศษเสียแต่ผู้เดียว คนอื่นล้วนเป็น
คนโง่ไปสิ้น ถ้ารูปการณ์เป็นดังนี้คนที่โง่ที่สุดก็คือ
คนที่ดูถูกคนนั่นเอง”
อ่านต่อฉบับหน้า
Kalyanamitra.org
ก ล ย า ณ ม ต ร
๙๕