ข้อความต้นฉบับในหน้า
อีกแล้ว...พร้อม ๆ กับกลิ่นหอมจางของจันกระ
พอดอกน้อย สัมผัสของฉันบอกให้ทราบได้ทันที
ว่า....เหตุการณ์ต่าง ๆ เริ่มเปลี่ยนแปลง เพราะ
นอกจากกลิ่นเจือจางของจันกระพ้อ ฉันยังแว่ว
เสียงสังคีตดีดสีเวียนเข้ามาอีกครั้ง ด้วยท่วงทำนอง
ที่แปลกออกไป เป็นทำนองของความสดใส
คล้าย ๆ การไหลของน้ำ คล้าย ๆ ฟ้ายามเช้า
ที่ตะวันกำลังคลี่ม่านทองออกอย่างช้า ๆ
ฉันรีบลืมตาขึ้น...โอ ฉันรู้สึก
ขนลุกวูบด้วยความปีติใจ...ข้าง
หน้าฉันบัดนี้ คือผู้คนที่
มีหน้าตาผ่องใส ฉัน
เห็นรอยยิ้มบนใบ
หน้า ฉันเห็น
ความหวังใน
แววตา...ฉัน
สัมผัสกระแส
แห่งความรู้คุณ
ที่หลั่งไหลมา
ห่อหุ้มล้อมกาย
และใจอยู่ริน ๆ
นี่แหละหนอ...
พระคุณของพระศาสนา...
พระคุณของพระพุทธเจ้า พระคุณของครูบาอา
จารย์ที่ทำให้ฉัน และบรรพชนของเราคลาย
0
และถามขึ้นทันที
"ค่ะ..หลับสนิทไปนานทีเดียว..อรรถ
เห็นรึเปล่าคะ...ดูซิคะ” ฉันชี้ไปข้างหน้า เนื่อง
จากสภาพตึกรามของโรงแรมยังไม่กลับคืน เพียง
แต่ภาพซ้อนที่เกิดขึ้นมาตั้งนานนั้น กำลัง
เปลี่ยนแปลงจากความรวดร้าว เป็นความสวยงาม
...และทุกคนมองมาที่อรรถอย่างพอใจ
“อือม..นี่เมตตาเขาละซี..ดี..ขอบใจ
..ขอบใจจริง ๆ อรรถพูดด้วยคำพูดแปร่งหู
- ซึ่งฉันก็ไม่ติดใจอีกแล้ว เพราะถึงแม้ขณะ
นี้เขาอาจจะไม่ใช่อรรถคนปัจจุบัน
แต่ก็เป็นอรรถที่รักฉันไม่เคย
เปลี่ยนแปลง
พูด พลาง
อรรถขยับตัวลุก
ขึ้น ตาฉันไม่ฝาด
แน่..ฉันมองเห็น
คล้ายร่างกาย
ของเขาใหญ่โต
กำยำขึ้นกว่าเดิม
ราวกับมีอีกร่าง
หนึ่งซ้อนแนบอยู่..
ฉัน และร่างนั้นก็แต่งตัว
ด้วยเครื่องแบบของนักรบ
โบราณสีออกเทาจาง ๆ
ฉันรีบลุกขึ้น ใจหาย ...เกรงว่าเขาจะ
ลุกไปจากฉัน...แต่เขากลับเดินวกเข้ามาหา
ขณะที่ฉันรีบก้าวเท้าออกไป...
ทุกข์โทมนัสที่อัดแน่นมานานนับร้อยปี...แน่นอน
...ถึงแม้จะไม่แน่ใจว่าทุกดวงวิญญาณจะเป็นสุข
หรือพ้นทุกข์...แต่ฉันก็ดีใจที่ได้ทำหน้าที่ และได้
คลายทุกข์ไปได้บ้างแล้ว แม้จะไม่หมดสิ้น แต่ก็
คือการเปิดหนทางให้บรรพชนเหล่านั้นได้สานต่อ
เบื้องหน้าจึงยึดตัวเองไว้ ขณะสอดแขนไปโอบ
ด้วยตัวเอง...
"เอ๊ะ..นี่ผมหลับไปหรือ...” อรรถขยับตัว
อรรถโอบเอวฉันไว้เช่นเคย..และทำท่า
จะเดินต่อไป..เพียงแต่ฉันพอจะเข้าใจในเหตุการณ์
รอบเอวของเขาอย่างไม่ให้ทันรู้ตัวว่าจริง ๆ แล้ว
ฉันต้องการจะยึดเขาเอาไว้
เขาหยุด..แล้วเราทั้งสองต่างก็ยืนมองดู
ก ล ย า ณ ม ต ร
๗