ข้อความต้นฉบับในหน้า
อยู่กี่คนก็ช่าง ตายไปด้วยกันไม่ได้
เกิดคนเดียวตายคนเดียวทั้งนั้น ก็
แฝดกันมาไม่ใช่ด้วยกันดอกหรือ
จะแฝดหรือจะติดกันอย่างไรก็ตาม
เถอะ คนละจิต คนละใจทั้งนั้น
ต่างคนต่างมา ต่างคนต่างไป ต่าง
คนต่างตาย ต่างคนต่างเกิด เมื่อรู้
ชัดดังนี้ วิธีจะละขันธ์ ๕ ถอดขันธ์
๕ ทิ้ง วิธีจะถอดสละขันธ์ ๕ วาง
ขันธ์ ๕ นั้น ต้องเป็นผู้ตั้งอยู่ใน
สังวรกถา ที่จะตั้งอยู่ในสังวรกถาได้
ต้องอาศัยมีความรู้ ความเห็นแยบ
คาย เห็นแยบคายอย่างไร? รู้เห็น
แยบคาย ความยินดีในรูปใน
อารมณ์นั้น ๆ ต้องปล่อยวาง ต้อง
ละ ต้องทิ้งความยินดีในอารมณ์
นั้น ๆ ถ้ายังยึดความยินดีในอารมณ์
อยู่ ปล่อยขันธ์ ๕ ไม่ได้ การยึด
อารมณ์ยินดีในอารมณ์ ท่านยกเป็น
ตำรับตำราไว้ เป็นเนติแบบแผน
เป็นภาษามคธว่า
สุภานุปสฺสี วิหรนต์
อินทริเยสุ อสวุฒิ
- โภชนมหิ อตฺตญฺญู
กุสต์ หินวีริย์
ติ เว ปลาตี มาโร
วาโต รุกข์ว ทุพพล์ ฯ
แปลเป็นสยามภาษาว่าผู้ที่เห็น
อารมณ์งาม สุภานุปสฺสี ผู้ที่เห็น
อารมณ์งาม รูปารมณ์ก็ดี สัททารมณ์
คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์
ผู้เห็นอารมณ์งาม รูป เสียง กลิ่น รส
โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ นั่นแหละ
เราท่านทั้งหลาย เกิด
มาหญิงชายทุกถ้วน
หน้า ล้วนแต๊แขกการะ
ขันธ์ ด้วยกันทั้งนั้น
ขันธ์ เป็นของหนัก
ไม่ใช่ของเขา หนัก
อย่างไร หนักตั้งแต่
อุบัติตั้งแต่อยู่ในท้อง
เรียกว่าสุภานุปสฺสี ผู้เห็นอารมณ์
งามอยู่ ไม่สำรวมในอินทรีย์ทั้งหลาย
ไม่รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร
มีความเกียจคร้าน กุสต์ จมอยู่ใน
อาการอันบัณฑิตพึงเกลียด หินวีริย์
มีความเพียรเลวทราม ต์ เว ปสติ
มาโร มารย่อมประหารบุคคลผู้นั้นได้
วาโต รุกข์ว ทุพพล เหมือนลม
ประหารต้นไม้อันมีกำลังทุพพลภาพ
ได้ฉันนั้น นี้พระคาถาต้น คาถา
สองรองลงไป
อสุภานุปสฺส วิหรนต์
อินทริเยสุ สุสวุฒิ
โภชนมหิ จ มตฺตญฺญ์
สุทธ์ อารทธวิริย์
ติ เว นปฺปสหยี มาโร
วาโต เสลัว ปพฺพต์ ฯ
ผู้ที่เห็นอารมณ์อันไม่งาม
สำรวมดีในอินทรีย์ทั้งหลาย รู้จัก
ประมาณในการบริโภคอาหาร หรือ
โภชนาหาร มีความเชื่อปรารภความ
ไม่ได้ฉันนั้น
ตั้งแต่เกิดในท้อง
มารดาหนักเรื่อยมา
เพียรอยู่ มารย่อมประหารบุคคลผู้
นั้นไม่ได้ เหมือนอย่างลมประหาร
ภูเขาอันล้วนแล้วด้วยศิลาเขยื้อน
จกฺขุนา สํวโร สาธุ
สาธุ โสเตน สํวโร
2
ฆาเนน สํวโร สาธุ
-
สาธุ ชิวหาย สํวโร
-
กาเยน สํวโร สาธุ
สาธุ วาจาย สํวโร
มนสา สํวโร สาธุ
สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร
มิถุนายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๑๓.