การบริหารเวลาและการศึกษา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 6 หน้า 50
หน้าที่ 50 / 113

สรุปเนื้อหา

เร็ว จากที่เคยอ่านหนังสือ ๒ ช.ม. กว่าจะจำได้ แต่พอมา นั่งสมาธิเดี๋ยวเดียวสัก ๑ ช.ม.หรือ ๑๕ นาทีก็จำได้แล้ว” การเรียนให้ดีอย่างเดียว โดยที่ไม่มีการเข้าร่วม กิจกรรมเลย ผู้นั้นคงจะรู้จักแต่วิชาการในตำรับตำรา หาได้รู้จักคนไม่ แต่การดำรงชีวิตในการทำงาน เราต้อง มีทั้งสองอย่างควบคู่กันไป มิเช่นนั้นคงจะเข้าตำรา “ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด” เป็นแน่ “ตลอดเวลาที่อยู่ชมรมพุทธ ได้ศึกษาเรื่องสมาธิกับเพื่อน จึงเข้าใจว่าสมาธิช่วยให้เราเรียนรู้ ได้เร็วขึ้น ความจําดีขึ้นมาก สามารถโยงความคิดต่าง ๆ ได้เร็ว จากที่เคยอ่านหนังสือ ๒ ซ.ม. กว่าจะจําได้ แต่พอมานั่งสมาริเดี๋ยวเดียว ก ๑ ซ.ม. หรือ ๑๕ นาทีก็จําได้แล้ว” แต่การเรียนที่ควบคู่ไปกับกิจกรรม ซึ่งจะทำได้ดี ทั้งสองประการนั้น จำเป็นต้องรู้จักแบ่งเวลาให้เหมาะ สมพอคว

หัวข้อประเด็น

- การบริหารเวลาและการศึกษา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เร็ว จากที่เคยอ่านหนังสือ ๒ ช.ม. กว่าจะจำได้ แต่พอมา นั่งสมาธิเดี๋ยวเดียวสัก ๑ ช.ม.หรือ ๑๕ นาทีก็จำได้แล้ว” การเรียนให้ดีอย่างเดียว โดยที่ไม่มีการเข้าร่วม กิจกรรมเลย ผู้นั้นคงจะรู้จักแต่วิชาการในตำรับตำรา หาได้รู้จักคนไม่ แต่การดำรงชีวิตในการทำงาน เราต้อง มีทั้งสองอย่างควบคู่กันไป มิเช่นนั้นคงจะเข้าตำรา “ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด” เป็นแน่ “ตลอดเวลาที่อยู่ชมรมพุทธ ได้ศึกษาเรื่องสมาธิกับเพื่อน จึงเข้าใจว่าสมาธิช่วยให้เราเรียนรู้ ได้เร็วขึ้น ความจําดีขึ้นมาก สามารถโยงความคิดต่าง ๆ ได้เร็ว จากที่เคยอ่านหนังสือ ๒ ซ.ม. กว่าจะจําได้ แต่พอมานั่งสมาริเดี๋ยวเดียว ก ๑ ซ.ม. หรือ ๑๕ นาทีก็จําได้แล้ว” แต่การเรียนที่ควบคู่ไปกับกิจกรรม ซึ่งจะทำได้ดี ทั้งสองประการนั้น จำเป็นต้องรู้จักแบ่งเวลาให้เหมาะ สมพอควร กิจกรรมไม่มากเกินไปและการเรียนก็ต้อง ไม่น้อยไป มิเช่นนั้นเป้าหมายแห่งความสำเร็จในการ ศึกษาก็คงจะล่มสลายอย่างแน่นอน เรามาฟังเธอดูซิว่า มีหลักในการบริหารเวลาและตัวเองเช่นไร “เรื่องเวลาไม่มีปัญหาสำหรับเอ๋ เพราะต้องเข้า เรียนทุกครั้ง ความรู้ในห้องเรียนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ ๘๐ % ของวิชาความรู้ได้จากห้องเรียน เวลาสอบถ้า อ่าน หนังสือไม่ทัน จุดนี้ห้องเรียนจะช่วยได้ ส่วนมาก จะอ่านหนังสือช่วงเช้า เพราะอากาศสดชื่น และเอ๋จะ ต้องนั่งสมาธิก่อนประมาณ ๑๕-๒๐ นาที แล้วค่อยอ่าน ทบทวนตำราไปตลอด เพื่อเก็บสะสมเรื่อย ๆ” นอกจากจะเรียนเก่งแล้ว น้องเอ๋ยังมีแนวความ คิดที่ดีในการใช้ความรู้การศึกษาให้เป็นประโยชน์กับสังคม โลก เธอเล่าไว้อย่างน่าฟังว่า “การศึกษาเป็นสิ่งเชื่อมโยง ยกฐานะสังคม การ ที่จะช่วยเหลือสังคมได้ ต้องเริ่มจากตัวเราเป็นตัวอย่าง ทีดีก่อน ฝึกตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ให้เป็น คนที่มีความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม การที่จะตั้งความ หวังให้คนนั้นเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อาจจะเป็นการตั้งที่ สูงเกินไป แต่ก็มีทางเป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับตัวเขาเองว่า เขาจะเลือกทำตามหรือไม่ เราเป็นเพียงผู้ชี้แนะ ซึ่ง ขณะเดียวกัน ผู้ชี้แนะก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีได้ด้วย” - การเกิดมาแล้วทำตัวเองให้อยู่รอด เช่นนั้นเรา ก็อยู่ได้ แต่การทำให้สังคมและเพื่อนร่วมโลกมีความสุข หรือพ้นจากสภาพความทุกข์ที่มีอยู่ เป็นสิ่งที่น่าคิด อยากให้ทุกคนคิดว่าทุก ๆ ชีวิตในโลกเป็นเพื่อนร่วม ทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ และตายด้วยกันทั้งสิ้น ถ้าคิด อย่างนี้ได้ ความรู้สึกที่ว่า ทุกคนเป็นพี่น้องกันไม่ใช่ ใครอื่นก็จะเกิดขึ้น ดังนั้นความรู้สึกที่อยากจะช่วย เหลือกันและกันก็จะมีมาก เพราะถ้าเรามีความรู้ใน ระดับที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้ เราก็จะยื่นมือเข้าไปช่วย ในขณะเดียวกันก็พัฒนาตัวเอง ไปพร้อม ๆ กันด้วย ๔๘ กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๖
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More