ข้อความต้นฉบับในหน้า
แม้จะเกลือกกลั้วอยู่ในหม้อแกงจน และพระโลหิตกะ
๓
ได้นิมนต์พระเมตติยะ และพระ
ภุมมะกะให้ไปฉันที่เรือนของท่าน
กัลยาณภัตติกคฤหบดีในวันพรุ่งนี้
บังเอิญวันนั้น ท่านคฤหบดีมีกิจธุระ
ต้องไปที่วัด จึงแวะเข้าไปหาพระ
ทัพพมัลลบุตรเถระและได้ฟังธรรม
จากท่าน เมื่อทราบถึงเรื่องนิมนต์
จึงเกิดความเสียใจ คิดว่า “ภิกษุผู้
ลามกทั้งหลายจักไปฉันที่เรือนของ
เรา”
สึกกร่อน เหี้ยนหดหมดไป ก็หารู้ คู่ที่ ๒ และ คู่ที่ ๓ เคยทำล่วง
ไม่ว่ารสแกงเปรี้ยวหวานมันเค็ม สิกขาบทและยังเป็นต้นบัญญัติด้วย
อย่างไร เหมือนคนชั่วที่ไม่อาจจะรับ การเป็นต้นบัญญัติ หมายถึง การ ครั้นกลับไปถึงบ้าน ท่านค
รู้คุณความดีของคนทำดีได้ เมื่อเรา กระทำในสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หบดีจึงสั่งให้ทาสี จัดอาสนะและ
ทราบเช่นนี้แล้ว ก็อย่าเสียใจจาก ยังไม่เคยตรัสห้ามไว้และเมื่อเกิดเหตุ ปลายข้าวกับน้ำผักดองไว้ที่ซุ้มประตู
ซึ่งเป็นความเสียหายร้ายแรง พระ และให้คอยปฏิบัติภิกษุทั้งสองที่จะ
ภัยประเภทนี้เลย จะทำให้สูญเสีย
ขึ้นมา
ความสุข อันเกิดจากการทำความดี องค์จึงถือเหตุนั้นบัญญัติเป็นข้อห้าม มาฉันในวันพรุ่งนี้
ของเราไปเสียเปล่า ๆ จึงยึดคติที่ว่า
“ดีคงเป็นดีไม่มีเสื่อม เหมือนเกลือ
ที่คงไว้ซึ่งความเค็ม”
พระเมตติยะ และพระภูม
กล่าวถึงพระเมตติยะ และ
พระภุมมชกะ คู่กรณีของพระทัพพ
มชกะ คิดถึงวันพรุ่งนี้ว่าตัวเองจะ
ได้ไปฉันที่เรือนของท่านคฤหบดี
ดีใจจนนอนไม่หลับ พอรุ่งเช้าก็รีบ
ออกไปที่เรือนของท่านคฤหบดี ฝ่าย
ทาสี เมื่อพระทั้ง ๒ รูปมาถึงก็นิมนต์
เรื่องนี้มีตัวอย่าง จากการทำ มัลลบุตร เมื่อท่านทั้งสองเป็นพระ
ความดีของพระทัพพมัลลบุตร จน ภิกษุที่ได้เคยทำละเมิดล่วงสิกขาบท
ทำให้พระภิกษุ ๒ รูป คิดให้ร้าย จน
เกิดเรื่องเกิดราวกัน เรื่องมีอยู่ว่า
ในครั้งนั้น พระภิกษุกลุ่มหนึ่ง
มีทั้งหมด 5 รูป เรียกว่า “พระฉัพ
พัคคีย์” พระภิกษุกลุ่มนี้ เคยทำล่วง
สิกขาบทที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติ
ไว้ ในจำนวน 5 รูปนี้แบ่งเป็น ๓ คู่
แต่ละคู่มีบริวาร ๕๐๐ รูป
คู่ที่ ๑ ได้แก่ พระเมตติยะ
และพระภุมมชกะ เคยทำล่วงสิกขา
บท แต่ไม่เคยเป็นต้นบัญญัติ
คู่ที่ ๒ ได้แก่ พระอัสสชิ และ
พระปุนัพพสุกะ
"
คู่ที ๓ ได้แก่ พระปัณฑกะ
มาแล้ว ชาวเมืองราชคฤห์ ก็ถวาย
บิณฑบาตท่านเพียงข้าวปลายเกรียน ให้นั่งบนอาสนะที่เตรียมไว้ และนำ
(ปลายข้าว)กับน้ำผักดองซึ่งต่างจาก
พระเถระทั้งหลายที่ได้รับบิณฑบาต
ด้วยเนยใสบ้าง แกงอุตตริภังคะบ้าง
ในการถวายทานครั้งนั้นท่าน
กัลยาณภัตติกคฤหบดี พร้อมด้วย
บุตรภรรยา คอยจัดแจงภัตตาหาร
อันประณีต ถวายแด่พระภิกษุวันละ
ที่เป็นประจำ และคอยปฏิบัติอยู่
ในโรงฉัน เฝ้าดูแลไต่ถามสิ่งใดหมด
l
จะได้เพิ่มเติมอีก ด้วยความสนใจ
เป็นพิเศษ
ข้าวปลายเกรียนกับน้ำผักดองมา
ถวาย
พระเมตติยะและพระภุม
มากะเห็นอาหารแล้วก็ประหลาดใจ
กล่าวแก่ทาสีว่าที่ตนมานี้ เพื่อฉัน
ภัตตาหารตามที่ท่านคฤหบดีถวาย
เป็นประจำ ทาสีตอบว่า ที่ทำเช่นนี้
เพราะท่านคฤหบดีสั่งให้ทำ
พระภิกษุทั้ง ๒ รูป ได้ฟัง
ดังนั้นก็เสียใจ คิดว่าพระทัพพมัลล
บุตรเถระคงจะยุยงให้ท่านคฤหบดี
วันหนึ่งพระทัพพมัลลบุตร ไม่พอใจ ในท่านทั้งสองเป็นแน่
มิถุนายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๘๔