ความดีและความเสียใจ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 6 หน้า 91
หน้าที่ 91 / 113

สรุปเนื้อหา

แม้จะเกลือกกลั้วอยู่ในหม้อแกงจน และพระโลหิตกะ ได้นิมนต์พระเมตติยะ และพระ ภุมมะกะให้ไปฉันที่เรือนของท่าน กัลยาณภัตติกคฤหบดีในวันพรุ่งนี้ บังเอิญวันนั้น ท่านคฤหบดีมีกิจธุระ ต้องไปที่วัด จึงแวะเข้าไปหาพระ ทัพพมัลลบุตรเถระและได้ฟังธรรม จากท่าน เมื่อทราบถึงเรื่องนิมนต์ จึงเกิดความเสียใจ คิดว่า “ภิกษุผู้ ลามกทั้งหลายจักไปฉันที่เรือนของ เรา” สึกกร่อน เหี้ยนหดหมดไป ก็หารู้ คู่ที่ ๒ และ คู่ที่ ๓ เคยทำล่วง ไม่ว่ารสแกงเปรี้ยวหวานมันเค็ม สิกขาบทและยังเป็นต้นบัญญัติด้วย อย่างไร เหมือนคนชั่วที่ไม่อาจจะรับ การเป็นต้นบัญญัติ หมายถึง การ ครั้นกลับไปถึงบ้าน ท่านค รู้คุณความดีของคนทำดีได้ เมื่อเรา กระทำในสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หบดีจึงสั่งให้ทาสี จัดอาสนะและ ทราบเช่นนี้แล้ว ก็อย่าเสียใจจาก ยังไม่เคยตรัสห้าม

หัวข้อประเด็น

- ความดีและความเสียใจ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แม้จะเกลือกกลั้วอยู่ในหม้อแกงจน และพระโลหิตกะ ๓ ได้นิมนต์พระเมตติยะ และพระ ภุมมะกะให้ไปฉันที่เรือนของท่าน กัลยาณภัตติกคฤหบดีในวันพรุ่งนี้ บังเอิญวันนั้น ท่านคฤหบดีมีกิจธุระ ต้องไปที่วัด จึงแวะเข้าไปหาพระ ทัพพมัลลบุตรเถระและได้ฟังธรรม จากท่าน เมื่อทราบถึงเรื่องนิมนต์ จึงเกิดความเสียใจ คิดว่า “ภิกษุผู้ ลามกทั้งหลายจักไปฉันที่เรือนของ เรา” สึกกร่อน เหี้ยนหดหมดไป ก็หารู้ คู่ที่ ๒ และ คู่ที่ ๓ เคยทำล่วง ไม่ว่ารสแกงเปรี้ยวหวานมันเค็ม สิกขาบทและยังเป็นต้นบัญญัติด้วย อย่างไร เหมือนคนชั่วที่ไม่อาจจะรับ การเป็นต้นบัญญัติ หมายถึง การ ครั้นกลับไปถึงบ้าน ท่านค รู้คุณความดีของคนทำดีได้ เมื่อเรา กระทำในสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หบดีจึงสั่งให้ทาสี จัดอาสนะและ ทราบเช่นนี้แล้ว ก็อย่าเสียใจจาก ยังไม่เคยตรัสห้ามไว้และเมื่อเกิดเหตุ ปลายข้าวกับน้ำผักดองไว้ที่ซุ้มประตู ซึ่งเป็นความเสียหายร้ายแรง พระ และให้คอยปฏิบัติภิกษุทั้งสองที่จะ ภัยประเภทนี้เลย จะทำให้สูญเสีย ขึ้นมา ความสุข อันเกิดจากการทำความดี องค์จึงถือเหตุนั้นบัญญัติเป็นข้อห้าม มาฉันในวันพรุ่งนี้ ของเราไปเสียเปล่า ๆ จึงยึดคติที่ว่า “ดีคงเป็นดีไม่มีเสื่อม เหมือนเกลือ ที่คงไว้ซึ่งความเค็ม” พระเมตติยะ และพระภูม กล่าวถึงพระเมตติยะ และ พระภุมมชกะ คู่กรณีของพระทัพพ มชกะ คิดถึงวันพรุ่งนี้ว่าตัวเองจะ ได้ไปฉันที่เรือนของท่านคฤหบดี ดีใจจนนอนไม่หลับ พอรุ่งเช้าก็รีบ ออกไปที่เรือนของท่านคฤหบดี ฝ่าย ทาสี เมื่อพระทั้ง ๒ รูปมาถึงก็นิมนต์ เรื่องนี้มีตัวอย่าง จากการทำ มัลลบุตร เมื่อท่านทั้งสองเป็นพระ ความดีของพระทัพพมัลลบุตร จน ภิกษุที่ได้เคยทำละเมิดล่วงสิกขาบท ทำให้พระภิกษุ ๒ รูป คิดให้ร้าย จน เกิดเรื่องเกิดราวกัน เรื่องมีอยู่ว่า ในครั้งนั้น พระภิกษุกลุ่มหนึ่ง มีทั้งหมด 5 รูป เรียกว่า “พระฉัพ พัคคีย์” พระภิกษุกลุ่มนี้ เคยทำล่วง สิกขาบทที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติ ไว้ ในจำนวน 5 รูปนี้แบ่งเป็น ๓ คู่ แต่ละคู่มีบริวาร ๕๐๐ รูป คู่ที่ ๑ ได้แก่ พระเมตติยะ และพระภุมมชกะ เคยทำล่วงสิกขา บท แต่ไม่เคยเป็นต้นบัญญัติ คู่ที่ ๒ ได้แก่ พระอัสสชิ และ พระปุนัพพสุกะ " คู่ที ๓ ได้แก่ พระปัณฑกะ มาแล้ว ชาวเมืองราชคฤห์ ก็ถวาย บิณฑบาตท่านเพียงข้าวปลายเกรียน ให้นั่งบนอาสนะที่เตรียมไว้ และนำ (ปลายข้าว)กับน้ำผักดองซึ่งต่างจาก พระเถระทั้งหลายที่ได้รับบิณฑบาต ด้วยเนยใสบ้าง แกงอุตตริภังคะบ้าง ในการถวายทานครั้งนั้นท่าน กัลยาณภัตติกคฤหบดี พร้อมด้วย บุตรภรรยา คอยจัดแจงภัตตาหาร อันประณีต ถวายแด่พระภิกษุวันละ ที่เป็นประจำ และคอยปฏิบัติอยู่ ในโรงฉัน เฝ้าดูแลไต่ถามสิ่งใดหมด l จะได้เพิ่มเติมอีก ด้วยความสนใจ เป็นพิเศษ ข้าวปลายเกรียนกับน้ำผักดองมา ถวาย พระเมตติยะและพระภุม มากะเห็นอาหารแล้วก็ประหลาดใจ กล่าวแก่ทาสีว่าที่ตนมานี้ เพื่อฉัน ภัตตาหารตามที่ท่านคฤหบดีถวาย เป็นประจำ ทาสีตอบว่า ที่ทำเช่นนี้ เพราะท่านคฤหบดีสั่งให้ทำ พระภิกษุทั้ง ๒ รูป ได้ฟัง ดังนั้นก็เสียใจ คิดว่าพระทัพพมัลล บุตรเถระคงจะยุยงให้ท่านคฤหบดี วันหนึ่งพระทัพพมัลลบุตร ไม่พอใจ ในท่านทั้งสองเป็นแน่ มิถุนายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๘๔
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More