พระทัพพมัลลบุตรเถระ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 6 หน้า 89
หน้าที่ 89 / 113

สรุปเนื้อหา

ระทัพพมัลลบุตรเถระ เป็น ผู้ทรงคุณความดีไว้จนเป็น ที่ยอมรับของท่านผู้เป็นมหาบัณฑิต ทั้งหลาย เพราะได้บรรลุธรรมพิเศษ สุดค่อนข้างแปลกประหลาด และ รวดเร็วได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เลิศ ที่สุดในด้านเป็นผู้ปูลาดเสนาสนะ อีก ทั้งเป็นผู้ทรงอัจฉริยคุณท่านหนึ่งใน จำนวนพระอสีติมหาสาวกทั้งหลาย ด้วย ในอรรถกถา คัมภีร์มโนรถ ปูรณี ซึ่งขยายเนื้อความคัมภีร์อังคุต ตรนิกาย เอกนิบาต กล่าวถึงเรื่อง ราวของท่านไว้ว่า พระทัพพมัลลบุตรเถระ ถือ กำเนิดในวรรณกษัตริย์ ตระกูลมัลล เรื่องราวแห่งพระอริยสาวก ผู้ทรงคุณอันประเสริฐในพระพุทธ ศาสนาเป็นสิ่งที่พวกเราชาวพุทธควร จะได้เรียนรู้และจดจำเป็นแบบอย่าง ในการสร้างความดี นอกเหนือไปจาก พุทธประวัติ เพราะนอกจากจะได้ ทราบถึงประวัติความเป็นมาอันเป็น เครื่องสนับสนุนว่า ท่านเหล่านั้นมี ชีว

หัวข้อประเด็น

- พระทัพพมัลลบุตรเถระ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ระทัพพมัลลบุตรเถระ เป็น ผู้ทรงคุณความดีไว้จนเป็น ที่ยอมรับของท่านผู้เป็นมหาบัณฑิต ทั้งหลาย เพราะได้บรรลุธรรมพิเศษ สุดค่อนข้างแปลกประหลาด และ รวดเร็วได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เลิศ ที่สุดในด้านเป็นผู้ปูลาดเสนาสนะ อีก ทั้งเป็นผู้ทรงอัจฉริยคุณท่านหนึ่งใน จำนวนพระอสีติมหาสาวกทั้งหลาย ด้วย ในอรรถกถา คัมภีร์มโนรถ ปูรณี ซึ่งขยายเนื้อความคัมภีร์อังคุต ตรนิกาย เอกนิบาต กล่าวถึงเรื่อง ราวของท่านไว้ว่า พระทัพพมัลลบุตรเถระ ถือ กำเนิดในวรรณกษัตริย์ ตระกูลมัลล เรื่องราวแห่งพระอริยสาวก ผู้ทรงคุณอันประเสริฐในพระพุทธ ศาสนาเป็นสิ่งที่พวกเราชาวพุทธควร จะได้เรียนรู้และจดจำเป็นแบบอย่าง ในการสร้างความดี นอกเหนือไปจาก พุทธประวัติ เพราะนอกจากจะได้ ทราบถึงประวัติความเป็นมาอันเป็น เครื่องสนับสนุนว่า ท่านเหล่านั้นมี ชีวิตปรากฏอยู่จริง เมื่อครั้งพุทธกาล แล้ว ยังได้ทราบถึงเกียรติคุณของ พระอริยสาวกผู้ทรงคุณความดีเป็น เอกในพระพุทธศาสนาว่าท่านดำเนิน ชีวิตผ่านพ้นอุปสรรคได้อย่างไร กว่า ที่จะบรรลุเป้าหมายสูงสุดของชีวิตคือ ชนทั้งหลายได้นำกุมารนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า อยากบวชขึ้น มาทันที จึงไปบอกให้พระอัยยิกา ทราบถึงความปรารถนาที่จะบรรพชา ในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อพระอัยยิกาทราบความ ประสงค์ของทัพพกุมาร จึงนำหลาน ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบทูล ขอให้ทัพพกุมารได้บรรพชา พระผู้ มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาต และให้ ภิกษุรูปหนึ่ง นำทัพพกุมารไปสอน มูลกรรมฐาน คือ กรรมฐานดั้งเดิม อันหมายถึง เกลาคือผม โลมาคือ ขน เขาคือเล็บ ทันตาคือฟัน ตโจ คือหนัง ให้ทัพพกุมารศึกษาไป โดยตลอด ทั้งเป็นอนุโลมคือว่าเรียง ไปตามลำดับเริ่มจากเกสา เป็นต้น ไปจนถึงตโจ และว่าเป็นปฏิโลม คือว่ากลับจากตโจ ย้อนขึ้นไปจน หมดกิเลสเข้าสู่กระแสพระนิพพาน ในที่สุด ราชในอนุปิยนิคม แคว้นมัลละ เมือง ไปมอบให้แก่ญาติซึ่งเป็นพระอัยยิกา กุสินารา และเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง พระ ขณะที่ท่านยังอยู่ในพระครรภ์ อัยยิกาจึงถือเอานิมิตนั้น ตั้งชื่อให้ ถึงเกสา ของพระมารดา ครบกำหนดจะ พระกุมารว่า “ทัพพะ” เพราะได้ชีวิต ประสูติ พระราชเทวีผู้เป็นพระมารดา โดยเหตุที่ตกลงบนกองหญ้าทัพพะ ก็สวรรคตเสียก่อน พระญาติทั้งหลาย นั้น จึงช่วยกันนำศพของพระมารดาไป ส่วนคำว่า “มัลลบุตร” ที่มา ทัพพกุมารนั้นเป็นผู้สมบูรณ์ ด้วยกุศลบุพพวาสนาบารมีอยู่แล้ว เมื่อได้เรียนมูลกรรมฐาน ท่านก็ คอยกำหนดกรรมฐานนั้นไว้ในใจ ที่ป่าช้า ยกขึ้นไว้บนเชิงตะกอนแล้ว ต่อท้ายชื่อก็เพราะท่านเป็นพระราช โดยพิจารณาเป็นอนุโลมและปฏิโลม ใส่ไฟเผา โดยที่ทัพพกุมารยังมีชีวิต โอรสของพระเจ้ามัลละนั่นเอง จึง อยู่ในครรภ์นั้น พระครรภ์ของพระ รวมกับนามเดิมของท่านเป็น “ทัพพ- มารดาเมื่อถูกไฟเผาทนต่อความร้อน มัลลบุตร” หมายความว่า ทัพพะผู้ ไม่ไหวก็แตก ส่วนพระกุมารน้อยผู้ เป็นบุตรของพระเจ้ามัลละ อยู่ในพระครรภ์ก็กระเด็นออกไป นับจากวันประสูติมาจนมีพระ ตกลงบนกองหญ้าทัพพะ (หญ้าแฝก) ชนมายุได้ ๗ ขวบ เพียงได้เห็น ด้วยอำนาจบุญกุศลของตนที่สร้างมา พระผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมด้วย แต่ปางก่อน ช่วยปกป้องคุ้มครองให้ พระภิกษุสงฆ์เสด็จมาสู่แคว้นมัลละ กุมารนั้น พ้นอันตรายได้อย่างน่า ประทับอยู่ที่สวนมะม่วงแห่งอนุปิย นิคมเท่านั้น ก็เกิดความเลื่อมใสใน อัศจรรย์ อยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นเพียงแต่ใน เวลาที่เริ่มปลงผมของท่านเท่านั้น ท่านได้สำเร็จพระโสดาปัตติผลแล้ว ขณะที่กำลังปลงผมอยู่ก็ได้สำเร็จ สกทาคามิผล และเมื่อปลงผมต่อไป อีก ก็ได้สำเร็จอนาคามิผล พอปลง ผมเสร็จก็ได้สำเร็จพระอรหัตตผลการ สำเร็จพระอรหัตตผลกับการปลงผม เสร็จ ไม่ก่อนไม่หลังกว่ากันเลย คือ สำเร็จพร้อมกันพอดี นี้เป็นการบรรลุ มิถุนายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๘๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More