ข้อความต้นฉบับในหน้า
จึงมีการย้ายเมืองข้ามฟากแม่น้ำปิง จากฝั่ง
ตะวันตกมายังฝั่งตะวันออกก็เป็นได้นะ”
รถแล่นต่อมาอีกไม่นาน ก่อนจะเข้าตัว
เมืองกำแพงเพชร ฉันเห็นกำแพงป้อมใหญ่โต
แปลกประหลาด ราวกับยกป้อมปราสาทของ
ฝรั่งในยุโรปมาไว้กลางทุ่งที่ราบเชียวละ รูปทรง
เป็นสี่เหลี่ยมสูงใหญ่โตมาก มีใบเสมาเหนือ
กำแพงแต่เหลือหรอมแหรม ทำให้ใจนึกไปว่า
เออ...มันช่างหรอมแหรมเหมือนฟันคนชรามาก ๆ
เผอิญพี่นิภากระซิบข้าง ๆ ว่า
“ลักษณ์ ดูใบเสมา เหมือนคนแก่ฟัน
หลอมั้ย” ฉันเลยหัวเราะ ก็ขำที่ใจเราคิดตรง
กันในขณะเดียวกันเป๊ะเลย
ฉันหันไปจะถามน้าน้อยว่า สิ่งที่เห็นคือ
(ขวา) กำแพงป้อมทุ่ง-
อะไร พอดีได้ยินน้าน้อยบอกให้รถจอดข้างทาง เศรษฐี เมืองนครชุม
ก่อนที่จะอธิบายว่า
“นักศึกษาคะ นี่ไงทุ่งเศรษฐีแหล่งพระ
เป็นที่ชื่นชอบของ
เครื่องที่ขึ้นชื่อว่าขลังนัก
พวกนักเลงพระ”
มีเสียงฮือฮาแสดงความสนใจโดยเฉพาะ
อย่างยิ่งกลุ่มนักศึกษาชาย เสียงหนึ่งจากท้ายรถ
ถามว่า
“ลงมั้ยครับอาจารย์ ผมอยากได้พระ
เครื่องสักองค์ จริง ๆ นะครับ”
“ผมก็อยากได้ครับ แล้วอยากเอาไปฝาก
พ่อสักองค์ด้วย” อีกเสียงหนึ่งจากท้ายรถเช่นกัน
“อุ้ย ลูกกตัญญู ธรรมดาบ้านช่องไม่
ค่อยกลับ” เสียงเพื่อนสาวแซว
“ไม่ลงจ้ะ ใครอยากลงไปหาพระเครื่อง
ละก็ ครูไม่ว่า แต่ไม่คอยนะ”
“อ้าว..งั้นก็...”
“งั้นก็อดนะซิเพื่อน” สาว ๆ ๒-๓ คน
กระเช้าโดยลากเสียงพร้อมกัน แล้วหัวเราะคิก
คักอย่างชอบใจและพร้อมที่จะล้อเลียนอีก
“นักศึกษาจะเงียบหน่อยจ้ะ ฟังอาจารย์
อธิบายซิ เดี๋ยวรายงาน ไม่ได้เรื่องหรอก” เสียง
น้าแหม่มปรามดัง ๆ ได้ผลแฮะ เสียงสงบลง
๔๒ กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๖
ฉับพลัน น้าน้อยจึงเริ่มบรรยาย
“อาคารที่เราเห็นเรียกกันว่า กำแพงป้อม
ทุ่งเศรษฐี นักศึกษาเห็นมั้ยว่าป้อมนี้มีลักษณะ
เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสเขาวัดได้ยาวด้านละ ๘๓.๕๐
เมตร ครูไม่ได้วัดเองนะ” น้าน้อยหยอดลูกเล่น
แล้วพูดต่อไปว่า
“กำแพงป้อมก่อด้วยศิลาแลง ตั้งแต่
พื้นดินถึงใบเสมาสูง 5 เมตร มีประตูทางเข้า
ตรงกลางป้อมถึง ๔ ด้าน ด้านในมีเชิงเทินพอ
เดินหลีกกันได้สบาย ๆ ตรงโคนป้อมคือใต้เชิง
เทิงยังเป็นห้อง มีทางเดินติดต่อกัน และมีช่อง
กุดสำหรับตั้งปืนใหญ่ คนเดินเข้าไปได้สบาย ๆ
ตรงมุมกำแพงทั้งสี่ด้าน มีป้อมยักมุมยื่นออก
มาเป็นรูปสี่เหลี่ยมเห็นมั้ยจ๊ะน่าเสียดายที่กำแพง
ป้อมนี้เหลืออยู่เพียง ๓ ด้านเท่านั้น ด้านตะ
วันออกหายไป เหลือแต่เนิน”
“ถูกรื้อหรือคะ ใครซื้อคะน้า”
“อาจสร้างไม่เสร็จก็ได้นี่นา”
“อาจใช่ที่ลักษณ์และนิภาว่าก็ได้ ไม่
ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเมื่อใดเสร็จเมื่อใดหรือ
ใครสั่งซื้อ แต่ที่แน่ ๆ ผังป้อมนี้ได้รับอิทธิพล