กำแพงป้อมทุ่งเศรษฐี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 6 หน้า 84
หน้าที่ 84 / 113

สรุปเนื้อหา

จึงมีการย้ายเมืองข้ามฟากแม่น้ำปิง จากฝั่ง ตะวันตกมายังฝั่งตะวันออกก็เป็นได้นะ” รถแล่นต่อมาอีกไม่นาน ก่อนจะเข้าตัว เมืองกำแพงเพชร ฉันเห็นกำแพงป้อมใหญ่โต แปลกประหลาด ราวกับยกป้อมปราสาทของ ฝรั่งในยุโรปมาไว้กลางทุ่งที่ราบเชียวละ รูปทรง เป็นสี่เหลี่ยมสูงใหญ่โตมาก มีใบเสมาเหนือ กำแพงแต่เหลือหรอมแหรม ทำให้ใจนึกไปว่า เออ...มันช่างหรอมแหรมเหมือนฟันคนชรามาก ๆ เผอิญพี่นิภากระซิบข้าง ๆ ว่า “ลักษณ์ ดูใบเสมา เหมือนคนแก่ฟัน หลอมั้ย” ฉันเลยหัวเราะ ก็ขำที่ใจเราคิดตรง กันในขณะเดียวกันเป๊ะเลย ฉันหันไปจะถามน้าน้อยว่า สิ่งที่เห็นคือ (ขวา) กำแพงป้อมทุ่ง- อะไร พอดีได้ยินน้าน้อยบอกให้รถจอดข้างทาง เศรษฐี เมืองนครชุม ก่อนที่จะอธิบายว่า “นักศึกษาคะ นี่ไงทุ่งเศรษฐีแหล่งพระ เป็นที่ชื่นชอบของ เครื่องที่ขึ้นชื่อว่าขลังนัก

หัวข้อประเด็น

- กำแพงป้อมทุ่งเศรษฐี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

จึงมีการย้ายเมืองข้ามฟากแม่น้ำปิง จากฝั่ง ตะวันตกมายังฝั่งตะวันออกก็เป็นได้นะ” รถแล่นต่อมาอีกไม่นาน ก่อนจะเข้าตัว เมืองกำแพงเพชร ฉันเห็นกำแพงป้อมใหญ่โต แปลกประหลาด ราวกับยกป้อมปราสาทของ ฝรั่งในยุโรปมาไว้กลางทุ่งที่ราบเชียวละ รูปทรง เป็นสี่เหลี่ยมสูงใหญ่โตมาก มีใบเสมาเหนือ กำแพงแต่เหลือหรอมแหรม ทำให้ใจนึกไปว่า เออ...มันช่างหรอมแหรมเหมือนฟันคนชรามาก ๆ เผอิญพี่นิภากระซิบข้าง ๆ ว่า “ลักษณ์ ดูใบเสมา เหมือนคนแก่ฟัน หลอมั้ย” ฉันเลยหัวเราะ ก็ขำที่ใจเราคิดตรง กันในขณะเดียวกันเป๊ะเลย ฉันหันไปจะถามน้าน้อยว่า สิ่งที่เห็นคือ (ขวา) กำแพงป้อมทุ่ง- อะไร พอดีได้ยินน้าน้อยบอกให้รถจอดข้างทาง เศรษฐี เมืองนครชุม ก่อนที่จะอธิบายว่า “นักศึกษาคะ นี่ไงทุ่งเศรษฐีแหล่งพระ เป็นที่ชื่นชอบของ เครื่องที่ขึ้นชื่อว่าขลังนัก พวกนักเลงพระ” มีเสียงฮือฮาแสดงความสนใจโดยเฉพาะ อย่างยิ่งกลุ่มนักศึกษาชาย เสียงหนึ่งจากท้ายรถ ถามว่า “ลงมั้ยครับอาจารย์ ผมอยากได้พระ เครื่องสักองค์ จริง ๆ นะครับ” “ผมก็อยากได้ครับ แล้วอยากเอาไปฝาก พ่อสักองค์ด้วย” อีกเสียงหนึ่งจากท้ายรถเช่นกัน “อุ้ย ลูกกตัญญู ธรรมดาบ้านช่องไม่ ค่อยกลับ” เสียงเพื่อนสาวแซว “ไม่ลงจ้ะ ใครอยากลงไปหาพระเครื่อง ละก็ ครูไม่ว่า แต่ไม่คอยนะ” “อ้าว..งั้นก็...” “งั้นก็อดนะซิเพื่อน” สาว ๆ ๒-๓ คน กระเช้าโดยลากเสียงพร้อมกัน แล้วหัวเราะคิก คักอย่างชอบใจและพร้อมที่จะล้อเลียนอีก “นักศึกษาจะเงียบหน่อยจ้ะ ฟังอาจารย์ อธิบายซิ เดี๋ยวรายงาน ไม่ได้เรื่องหรอก” เสียง น้าแหม่มปรามดัง ๆ ได้ผลแฮะ เสียงสงบลง ๔๒ กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๖ ฉับพลัน น้าน้อยจึงเริ่มบรรยาย “อาคารที่เราเห็นเรียกกันว่า กำแพงป้อม ทุ่งเศรษฐี นักศึกษาเห็นมั้ยว่าป้อมนี้มีลักษณะ เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสเขาวัดได้ยาวด้านละ ๘๓.๕๐ เมตร ครูไม่ได้วัดเองนะ” น้าน้อยหยอดลูกเล่น แล้วพูดต่อไปว่า “กำแพงป้อมก่อด้วยศิลาแลง ตั้งแต่ พื้นดินถึงใบเสมาสูง 5 เมตร มีประตูทางเข้า ตรงกลางป้อมถึง ๔ ด้าน ด้านในมีเชิงเทินพอ เดินหลีกกันได้สบาย ๆ ตรงโคนป้อมคือใต้เชิง เทิงยังเป็นห้อง มีทางเดินติดต่อกัน และมีช่อง กุดสำหรับตั้งปืนใหญ่ คนเดินเข้าไปได้สบาย ๆ ตรงมุมกำแพงทั้งสี่ด้าน มีป้อมยักมุมยื่นออก มาเป็นรูปสี่เหลี่ยมเห็นมั้ยจ๊ะน่าเสียดายที่กำแพง ป้อมนี้เหลืออยู่เพียง ๓ ด้านเท่านั้น ด้านตะ วันออกหายไป เหลือแต่เนิน” “ถูกรื้อหรือคะ ใครซื้อคะน้า” “อาจสร้างไม่เสร็จก็ได้นี่นา” “อาจใช่ที่ลักษณ์และนิภาว่าก็ได้ ไม่ ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเมื่อใดเสร็จเมื่อใดหรือ ใครสั่งซื้อ แต่ที่แน่ ๆ ผังป้อมนี้ได้รับอิทธิพล
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More