ข้อความต้นฉบับในหน้า
สพฺพตฺถ สํวโร ภิกฺขุ
สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ ฯ
แปลเนื้อความว่าสำรวมตา
ได้ ยังประโยชน์ให้สำเร็จ สำรวมหู
ได้ ยังประโยชน์ให้สำเร็จ สำรวม
จมูกได้ ยังประโยชน์ให้สำเร็จ
สำรวมลิ้นได้ ยังประโยชน์ให้สำเร็จ
สำรวมกายได้ยังประโยชน์ให้สำเร็จ
สำรวมวาจาได้ ยังประโยชน์ให้สำเร็จ
สำรวมใจได้ ยังประโยชน์ให้สำเร็จ
สำรวมในที่ทั้งหมด ปรากฏว่ายัง
ประโยชน์ให้สำเร็จโดยแท้ ผู้ศึกษา
ธรรมวินัยเป็นผู้สํารวมแล้วในอินทรีย์
ทั้งหลาย ในอินทรีย์ทั้งสิ้น เมื่อ
สำรวมได้เช่นนี้ตัดสินว่า สพฺพทุกขา
ปมุจจติ ย่อมหลุดพ้นจากทุกข์ทั้ง
ปวงไปด้วยประการดังนี้ นี่สังวรกถา
แสดงการสำรวม
แต่ว่าที่กล่าวมานี้ ตามวาระ
พระบาลีคลี่ความเป็นสยามภาษา
ถ้าจะอรรถาธิบายขยายความในการ
ที่ปล่อยขันธ์ ๕ เป็นลำดับไป ขันธ์
ทั้ง ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร
วิญญาณ ที่เราแบ่งเป็นภาระหนัก
อยู่ในบัดนี้ แล้วอวดดีด้วยนะ ภาระ
ของตัวหนักพออยู่แล้ว ยังอวดดีไป
แบกภาระของคนอื่นเขาเข้าอีกด้วย
เอากันละตรงนี้ อวดดีแบกภาระ
ของคนอื่นเขาเข้าด้วย ไม่ใช่แบก
น้อยด้วย บางคนแบกหลาย ๆ ขันธ์
แอบไปแบกเข้า ๕ ขันธ์อีกแล้ว
หญิงก็ดีชายก็ดีแอบไปแบกเข้าอีก ๕
ขันธ์ แล้วรวมของตัวเข้าเป็น ๑๐
ผู้ที่เห็นอารมณ์วัน
ไม่งาน สํารวมดีใน
อินทรีย์ทั้งหลาย รู้จัก
ประมาณในการบริโภค
อาหาร หรือไกชนาหาร
มีความเชื่อ ปราร
ความเพียรอยู่ มาร
ย่อมประหารบุคคลผู้นั้น
ไม่ได้ เหมือนอย่างลม
ประหารภูเขาอันล้วน
แล้วด้วยศิลาเขยื่อน
ไม่ได้ฉันนั้น
ขันธ์แล้ว หนักเข้าก็หลุดออกมาอีก
๕ ขันธ์ เป็น ๑๕ ขันธ์แล้ว แบก
เอาไป แบกเข้าไปเฮอะ เอ้าหนักเข้าๆ
หลุดออกมาอีก ๕ ขันธ์แล้ว เป็น ๒๐
ขันธ์แล้ว นาน ๆ หลาย ๆ ปีเข้า
หลุดออกมาอีก ๕ ขันธ์แล้ว เป็น ๒๕
ขันธ์ นาน ๆ หลุดออกมาอีก ๕ ขันธ์
แล้ว เอ้าเป็น ๓๐ ขันธ์ ดังนี้แหละ
บางคนแบกถึง ๔๐-๕๐-๖๐-๗๐-๘๐-
๙๐ บางคนถึง ๑๐๐ ขันธ์ สมภาร
แบกตั้งพันขันธ์เชียวนาไม่ใช่น้อย ๆ
นั่นอวดดีละ ถ้าอวดดีอย่างนี้ต้อ
หนักมาก เขาจึงได้ชื่อว่าสมภาร
สัมภาระ แปลว่า หนักพร้อม หนัก
รอบตัว พ่อบ้าน แม่บ้าน พ่อครัว
แม่ครัวก็เหมือนกัน หนักใหญ่อีก
เหมือนกัน หนักรอบอีกเหมือนกัน
เพราะแบกขันธ์ทั้งนั้น ที่ทุกข์
ยากลำบากกันหนักหนาทีเดียว
เพราะแบกขันธ์เหล่านี้แหละ ต้อง
ปลูกบ้านเป็นหย่อม ๆ เป็นหลัง เป็น
พูดไป นั่นเพราะอะไร บริหารขันธ์
แบกขันธ์ทั้งนั้น แบกภาระที่หนัก
ทั้งนั้น ไม่ใช่เล็กน้อย ไม่ใช่พอดี
พอร้าย เพราะเหตุดังนั้น การแบก
ภาระของหนักนี่แหละ ถ้าว่าปล่อย
ไม่ได้วางไม่ได้ละก็เป็นทุกข์หนัก
ทีเดียว บุคคลผู้แบกของหนักไป
บุคคลผู้แบกขันธ์ ๕ ที่หนักไป ถ้า
ว่าปล่อยวางขันธ์ ๕ ไม่ได้ก็เป็น
ทุกข์แท้ ๆ ถ้าปล่อยวางขันธ์ ๕ เสีย
ได้ก็เป็นสุขแท้ ๆ เหมือนกัน ตรง
กันข้ามอย่างนี้
๑๔ กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๖