ข้อความต้นฉบับในหน้า
และสามารถที่จะนำมาปรับปรุงชีวิต ยกระดับคุณค่า
ของจิตใจมนุษย์ได้อย่างไม่มีขอบเขตจำกัดนั่นเอง”
“หากมองย้อนกลับไปดูระบบการศึกษาของเรา
อาตมาคิดว่ายังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงอีกมาก การศึกษา
ในประเทศไทยโดยทั่วไปแล้ว ยังยึดติดในเรื่องประ
กาศนียบัตร วุฒิบัตรหรือปริญญาบัตร ซึ่งบัตรทั้งหลาย
เหล่านี้ไม่ได้แสดงความสามารถที่แท้จริงของแต่ละคนเลย
แต่เป็นเพียงการวัดผลชั่วครู่ชั่วยามของความสามารถ
“ที่อ๊อกซ์ฟอร์ด
ก็ได้สร้างโลกทัศน์ใหม่ให้แก่อาตมา
ทําให้อาดมาได้เห็นการประสานกัน
ของวิชาการทุกแขนงในโลก
ไม่มีแบ่งเป็นทางโลกหรือทางธรรม
ไม้แบ่งว่าเป็นสายวิทย์หรือเป็นสายศิลป์”
ช่วงหนึ่งของชีวิตเท่านั้น ระบบการศึกษาที่ดีต้องเป็น
ระบบที่มีการโต้ตอบระหว่างบุคคลแต่ละคนในสังคม
เป็นการสื่อสาร ๒ ทาง ระหว่างสถาบันการศึกษา
กับประชากรในสังคมนั้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้าง
สันติสุขให้เกิดขึ้นกับชนหมู่ใหญ่และชาวโลกทั้งปวง
โดยที่ปัจเจกชนในแต่ละสังคมนำข้อมูลประสบการณ์ที่
ตัวเองได้พบได้เห็น ถ่ายทอดให้สถาบันการศึกษา และ
น่ามาทำเป็นหลักสูตรเพื่อผลิตวิทยากรและบุคลากรที่มี
ความสามารถออกไปรับใช้สังคมในส่วนต่าง ๆ และรับ
ข้อมูลกลับมาอีก เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่
จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อจะให้สังคมเข้าสู่จุดหมาย
ปลายทางหรือให้สันติสุขเกิดขึ้นกับทุก ๆ คนในโลกนั่นเอง
เพราะฉะนั้นในการพัฒนาระบบการศึกษา จำเป็นจะต้อง
พัฒนาโลกทัศน์ของบุคคลตั้งแต่ระดับอนุบาล การให้
ความรู้ต้องควบคู่ไปกับการให้คุณธรรม เมตตา กรุณา
มุทิตา อุเบกขา มีพรหมวิหารอย่างไม่ขาดสายของผู้ที่
เป็นครูบาอาจารย์”
“เมื่ออาตมานึกย้อนกลับไปในอดีตครั้งที่ตัวเอง
อยู่อนุบาล ยังคิดต่อไปว่าหากมีโอกาสก็จะพยายามที่
จะให้ครูทุกคน พ่อแม่ทุกคนได้มีเวลากับเด็ก ๆ มากขึ้น
ใส่ใจ สนใจในความฝันของลูก ๆ ดูว่าเขาคิดอะไร
เขานึกอะไร เขามีอะไรที่เป็นเรื่องอึดอัดในจิตใจ อย่า
นึกว่าเด็กแต่ละคนขาดความรู้สึก ขาดจินตนาการ จำ
เป็นจะต้องยอมตามผู้ใหญ่โดยตลอด และจะให้เด็ก
ทุกคนทำตามความรู้สึกความต้องการของผู้ใหญ่ โดย
ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ”
“ส่วนการสร้างบุคลากรของสังคม ให้มีความ
สามารถขึ้นมานั้น จำเป็นจะต้องมีเวลา มีโอกาสให้
ความใกล้ชิดเพื่อสั่งสอน และประคับประคองจากผู้ใหญ่
๔๔ กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๖