ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในงานสวดศพคืนสุดท้ายจู่ ๆ คุณพ่อ
กับคุณแม่ของเธอก็มาปรากฏตัวท่าม
กลางแขกเหรื่อมากมายที่มาร่วมงาน
ศพ..
ยายยวมหยุดไปนิดหนึ่ง ผม
นั่งรอฟังเงียบ ๆ
“สภาพของท่านทั้งสองไม่
ว่าหน้าตาร่างกายหรือเสื้อผ้าที่สวม
ใส่...ดูไม่ได้เลย...มันแย่ยิ่งกว่าขอทาน
บางคนเสียอีก..คุณหนูถึงกับช็อค
เมื่อทั้งสองแสดงตัวว่าเป็นพ่อและ
inpäuurca
แม่ของเธอโดยอ้างยายเป็นพยาน”
“ยายยอมรับตามที่เขาอ้างใช่
ไหม” ผมถามแทรกขึ้นมา
“ค่ะ... เพราะว่ามันเป็นเรื่อง
จริง ยายไม่รู้จะปฏิเสธยังไง... นึกถึง
ภาพตอนนั้นขึ้นมาแล้วยายสงสาร
คุณหนูจริงๆ พ่อแม่ที่เธอคิดว่าตาย
ไปแล้ว กลับมีตัวตนขึ้นมาเพื่อเรียกง
ร้องสิทธิ์ขอค่าเลี้ยงดู โดยไม่คำนึงถึง
จิตใจของลูกเลยแม้แต่น้อย...”
“คุณศศิก็เลยให้การเลี้ยงดู
ท่านแบบที่เป็นอยู่”
“ปัทโธ่...คนดีประเภทไหนกัน หัวนอนกันล่ะทีนี้
ก ล่ะยายที่เขาจะมาทำตัวแบบนี้ ถ้า คำขู่ของยายยวนมีผลเป็น
“ค่ะ... แรก ๆ ทั้งสองท่าน ไม่คิดว่าตัวเองกับลูกจะไม่มีที่ซุกหัว อย่างมาก ทำให้ผมระมัดระวังถึง
จุ้นจ้าน... คุณหนูก็เลยใช้ไม้แข็งยื่น นอน... จะไม่มียายคอยช่วยเลี้ยงให้ ขั้นไม่เก็บเอาเรื่องที่ได้ยินมาคิดต่อ
คำขาดให้ต่างคนต่างอยู่โดยเธอโอน ในตอนกลางวัน... ผมคงบอกเลิกกับ ให้เปลืองสมอง
เงินเข้าบัญชีให้ทั้งสองท่านไปเบิกใช้ เธอไปนานแล้ว.. ไม่รู้จริง ๆ ผมอยู่
สิ่งหนึ่งที่ผมยอมรับอย่างน้อย
เป็นรายเดือน.. เดือนหนึ่ง ๆ ไม่ใช่ ในบ้านนี้มีฐานะเป็นตัวอะไร...” ภรรยาของผมก็มีคุณธรรมอยู่บ้าง...ที่
น้อย ๆ นะคะ”
“มิน่าล่ะ.. มีเรื่องแปลก
ๆ
เสียงของผมชักจะดังขึ้น ๆ
ยอมจ่ายเงินเป็นค่าเลี้ยงดูพ่อแม่ ซึ่งทำ
** “เบา ๆ ค่ะ....คุณหนูกลับมา หน้าที่เป็นแค่ผู้ให้กำเนิดแก่เธอเท่า
ทุกคนถึงมีอาการบ้า ๆ บอ ๆ กัน แล้ว.. คุณผู้ชายจะไปอาบน้ำอาบท่า นั้น
ไปหมด”
ก็ไปเถอะ.... คุณผู้ชายอย่าเผลอหลุด
“คุณผู้ชายดูออกหรือคะว่า ออกไปเชียวนะคะว่ายายเล่าอะไรให้
ฟัง.... ถ้าคุณหนูรู้เข้าเราจะไม่มีที่ซุก
คุณหนูเธอไม่ปกติ..
อ่านต่อฉบับหน้า
มิถุนายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๑๐๑