ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตะวันตก แล้วดูตรงที่ซุ้มช่องกุดทำเป็นรูปวง (บน) เจดีย์ประธานวัด
โค้งอย่างที่เรียกว่า Arch ของยุโรปเลย ฉะนั้น พระธาตุ มีฐานสี่เหลี่ยม
อาจจะคาดคะเนได้ว่า คงเป็นป้อมที่สร้างขึ้น ที่เชื่อมไปต่อกับวิหาร
สมัยสมเด็จพระนารายณ์ เพราะซุ้มช่องกุด ด้านทิศตะวันออก ที่
ล้อมรอบด้วยระเบียงคด
กำแพงแก้วล้อมรอบ
สำคัญต่อบรรดานักเล่นพระเครื่องเชียวละ เพราะ
เป็นที่พบกรุพระพิมพ์ดินเผาที่มีชื่อเสียงที่สุด
ของเมืองกำแพงเพชร นั่นไงวัดทุ่งเศรษฐี
โน่นวัดซุ้มกอ เอ้อ....ที่จริงแถวนี้ก็มีหลายวัดนะ
คล้ายกับช่องหน้าต่างของวิหารวัดหรืออาคารที่ สองข้างวิหารมีเจดีย์ราย เพราะเป็นเขตอรัญญิกของเมืองนครชุมโบราณ
สร้างในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ ซ้ำยังมี อยู่ข้างละ ๑ องค์ มี
เอกสารหลายฉบับได้กล่าวถึงการที่พระองค์โปรด
ให้สร้างป้อมปราการขึ้นตามเมืองต่าง ๆ มาก
มาย ฉะนั้นกำแพงป้อมทุ่งเศรษฐี ก็อาจเป็นหนึ่ง
ในจำนวนนั้นก็ได้นะ”
“คงสร้างไว้ป้องกันข้าศึกนะซิครับ”
“ครูก็เข้าใจว่าเช่นนั้น แล้วก็สร้างไว้ใหญ่
โตมาก เพื่อบรรจุทหารไว้ในป้อมให้มากพอที่
จะทำการสู้รบได้”
สาวถาม
“ข้างในป้อมมีอะไรมั้ยคะ” นักศึกษาไกด์
“ไม่มีหรอกจะว่างเปล่า ไม่พบสิ่งก่อสร้าง
อะไรเลย”
“อ้าว! แล้วพระเครื่องละครับอยู่ตรงไหน”
นักศึกษาชายยังติดใจพระเครื่องอยู่
“ก็วัดทุ่งเศรษฐีซิจ๊ะ เป็นวัดที่มีความ
เป็นวัดร้างก็มี บางทีก็เหลือแต่ซาก ฐานตรงที่
ราบรอบ ๆ กำแพงป้อมฯเคยมีผู้มาพบพระพิมพ์
ดินเผาเหมือนกัน เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว ผู้คนยัง
ไม่เห่อนิยมกัน ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งบอกครูว่า ท่าน
เก็บได้แถวนี้ตั้งหลายองค์ เฉพาะที่ดีๆ สมบูรณ์
ไม่แตกหักนะ ยังเที่ยวแจกเพื่อนฝูงเลย เดี๋ยว
นี้คนเห่อคนนิยมกันมากเลยเที่ยวชุดวัดวาอาราม
และเจดีย์เสียพรุนไปหมด แล้วจะเหลือถึงพวก
เธอจ๊ะ” น้าน้อยลงท้ายด้วยการแซวนักศึกษา
ชายที่อยากได้พระพิมพ์
จริง! แล้วจะเหลือถึงฉันถึงเบญจ
ไม่มีทางหรอกจ้ะ
อ่านต่อฉบับหน้า
มิถุนายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๔๓