ข้อความต้นฉบับในหน้า
“ผมนั่งสมาธิก่อนนอนทุกวัน
ประมาณวันละครับชั่วโมง
สมาธิช่วยให้ใจสบาย
ก่อนอ่านหนังสือก็จะนั่งสมาธิ
เพราะช่วยใ ความจําดี ม
สามเณรปริญญา
ยามาฮาร่า
ยุวธรรมทายาท รุ่นที่ ๔ และ 5
ทําน
ได้เล่าถึงการเรียนของท่านให้ฟังด้วยน้ำ
เสียง และแววตาอันเปี่ยมไปด้วยความ
เชื่อมั่น
“ผมมีคติประจำใจว่า ทำงานอะไรต้อง
ทำให้สำเร็จ ไม่คั่งค้าง ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง ตอนที่อบรม
ยุวธรรมทายาทครั้งแรกปี ๒๕๓๔ ก่อนบวช การเรียน
ไม่ค่อยดี ได้เพียง ๓๐% กว่า ๆ แต่หลังจากอบรมแล้ว
การเรียนก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ สอบเข้า ม.๑
ที่ โรงเรียนสตรี-
วิทยา ๒ ได้ห้องคิง (King) ที่ผ่า
ที่ผ่านมาเทอมแรกได้เกรด
เฉลี่ย ๓.๖ เทอมต่อมาได้ ๓.๙”
เราเริ่มสนใจมากขึ้นแล้วว่าสามเณรมีวิธีการเรียน
อย่างไร ผลการเรียนจึงรุดหน้าถึงเพียงนี้ ท่านเล่าให้ฟัง
ต่อว่า
“ผมนั่งสมาธิก่อนนอนทุกวัน ประมาณวันละ
ครึ่งชั่วโมง สมาธิช่วยให้ใจสบาย ก่อนอ่านหนังสือก็จะ
นั่งสมาธิเพราะช่วยให้ความจำดีขึ้น นั่งสมาธิดี ๆ เวลา
สอบอ่านหนังสือ ๒ รอบ ก็เข้าใจหมด จำได้ว่าคำตอบ
อยู่ตรงไหน”
สามเณรได้เล่าถึงกิจวัตรประจำวันขณะเป็นนัก
เรียนให้ฟังว่า
เรียนกลับถึงบ้าน ดูทีวีก็ดูเฉพาะข่าวและการ์ตูนหลังข่าว
จากนั้นก็นั่งสมาธิ ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วค่อยอ่าน
หนังสือ”
เหตุนี้สภาวะทางครอบครัว โดยเฉพาะผู้ปกครอง
จึงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการหล่อหลอมพฤติกรรม และ
แนวคิดทัศนคติของเด็ก
“คุณพ่อคุณแม่จะยกตัวอย่างญาติ ๆ ที่เรียนเก่ง
ให้ฟัง หรือบางทีก็ให้รางวัลถ้าเรียนได้เกรด ๔”
ใครเลยจะรู้ว่า แรงกระตุ้นและการชี้แนะที่ถูกต้อง
ดีงามจากผู้ปกครอง จะสามารถเข้าไปจุดประกายแห่ง
ความวิริยะ อุตสาหะ มุ่งมั่นในการที่จะศึกษาเล่าเรียน
ให้ประสพผลสำเร็จ และเป็นเลิศกว่าใคร เป็นพลังที่
“ตอนเรียนตื่นตี ๕ ออกจากบ้านตี ๕ ครึ่ง สามารถฟันฝ่าทุกสิ่งทุกอย่างให้ผ่านพ้นไป สู่เป้าหมาย
เวลานั่งรถเมล์ถ้าได้นั่งจะหยิบหนังสือออกมาดู พอเลิก แห่งความสำเร็จได้ดังใจ
๒๖ กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๖