ข้อความต้นฉบับในหน้า
วานรใช้เป็นที่พักเท้ากระโดดรอเวลาที่เหยื่อของ
ตนจะกลับมาจากหากินในตอนเย็น
จระเข้ร้ายนอนนึกกระหยิ่มอยู่ในใจว่า
“แผ่นหินเอ๊ย...วันนี้เป็นอะไรไป เรียกแล้ว
เท่านี้เอง พญาจระเข้ก็หลงกลเพราะความรู้
จึงไม่ขานรับเหมือนทุกวัน”
“ประเดี๋ยวเถิด พอเจ้าวานรหน้าโง่มัน และความช่างสังเกตของตัวมีน้อยหลงคิดเอาเองว่า
โดยผลุงลงมาบนหลังเรา เราจะสลัดมันลงน้ำ พญาวานรกับแผ่นหินนี้คงเคยพูดเล่นเจรจากันทุกวัน
ตามขย้ำฉีกเนื้อกินเสียให้อิ่มแปล้ทีเดียว แล้วค่อย นี่เพราะตนมานอนทับเสีย แผ่นหินจึงพูดไม่ได้
เอาหัวใจมันไปฝากเมียเรา...”
เห็นทีจะต้องขานรับแทนแผ่นหินเสียแล้ว คิดดังนี้
ดังนั้น แม้แสงแดดยามบ่ายจะร้อนแรง แล้วก็พยายามดัดเสียงให้ผิดไปจากธรรมดา ขานรับ
เพียงใด พญาจระเข้ก็อดทนหมอบนิ่งไม่กระตุก พญาวานรว่า
กระดิก ซุกหัวหางอย่างดี ด้วยเกรงว่าจะเป็นพิรุธ
ให้พญาวานรสังเกตได้
พอตกเย็น พญาวานรเที่ยวเก็บกินผลไม้จน
“ว่าไงหรือพ่อวานร....”
อิ่มหนำสำราญดีแล้ว ก็มุ่งหน้ากลับที่อยู่ของตน ถึงแม้จะเดาได้ว่า ศัตรูที่รอท่าอยู่เป็นจระเข้ แต่
ขณะเดินเลาะอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ พลางเล็งมองไปที่ เพื่อความแน่ใจ จึงตะโกนย้อนถามกลับไปว่า
ในที่สุด ความลับก็แตกเพราะความโง่เขลา
เบาปัญญาของพญาจระเข้แท้ ๆ พญาวานรนั้น
“เจ้าเป็นใคร...? มานอนขวางอยู่อย่างนี้
พญาจระเข้รู้ตัวว่าพลาดท่าตกหลุมพรางพญา
วานรเข้าให้แล้ว ก็เสียใจ เจ็บใจตัวเองยิ่งนัก
ด้วยความช่างสังเกตจึงเห็นว่า แผ่นหินนั้นแปลกตา ต้องการอะไรหรือ”
โขดหินเพื่อประมาณกำลังกระโดดให้ได้ระยะพอดี
ไปกว่าทุกวัน แล้วเริ่มตรึกตรองพิจารณาว่า
“ทำไมหนอ วันนี้แผ่นหินจึงโผล่พ้นน้ำ
มากนัก และดูคล้ายกับว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าเดิม แต่ก็ยังไม่สิ้นหวังเสียทีเดียวเพราะรู้ว่าถึงอย่างไร ๆ
อีกด้วย ทั้ง ๆ ที่น้ำก็ไม่ไ
ที่น้ำก็ไม่ได้ลดลงสักนิด.... ชะรอย พญาวานรก็ต้องอาศัยแผ่นดินนี้เป็นทางผ่านกลับ
จะมีจระเข้เจ้าเล่ห์สักตัว ขึ้นมารอดักจับเราอยู่บน ที่เดิม อย่างไม่มีทางเลี่ยง จึงแสร้งพูดข่มขู่แก้เก้อ
แผ่นหินนั้นเสียแล้ว”
คิดสงสัยดังนี้แล้วด้วยความไม่ประมาทพญา
เย้ยกลับไปว่า
“เจ้าวานรชะตาขาด เราเป็นจระเข้ กำลัง
วานรเจ้าปัญญา ก็วางอุบายทดสอบพิรุธศัตรูทันที คอยกินเนื้อหัวใจเจ้าอยู่นี่แล้วไง....”
โดยแสร้งตะโกนเรียกแผ่นหินด้วยเสียงอันดังว่า
พญาวานรรู้ตัวว่าเข้าตาจน ไม่มีทางกลับ
แผ่นหินไม่มีชีวิตจะตอบได้อย่างไร แต่พญา
“แผ่นหินเอ๊ย
"
ๆๆ
* ถึง ๓ ครั้ง
ทางอื่นนอกจากทางเดิม
ซึ่งไม่ว่าวันนี้หรือวัน
ไหน ๆ เจ้าจระเข้ตัวร้ายก็คงวนเวียนเฝ้าโขดหิน
คอยจ้องทำร้ายอยู่ ไม่ยอมเลิกละแน่นอน
จึงวางอุบายเอาตัวรอด โดยแสร้งทรุดตัวลง
พญาจระเข้ได้ยินแล้วก็เฉยอยู่เพราะลังเล นั่งกอดเข่าเจ่าจุกอยู่สักครู่หนึ่ง แล้วทำเป็นตัดใจ
วานรก็แสร้งเรียกซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น ด้วยสำเนียง
แสดงความคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ใจว่า ตั้งแต่จำความได้ยังไม่เคยรู้เห็นว่าก้อนหิน ได้ ลุกขึ้นพูดกับจระเข้ด้วยท่าทีปลงตกว่า
ก้อนใดพูดได้เลย พญาวานรก็สานอุบายต่อไป
โดยแสร้งพูดตัดพ้อว่า
“จระเข้เอ๋ย...เราปลงตกแล้ว วันนี้เราจะทำ
บุญใหญ่สละหัวใจให้ท่าน ท่านจงอ้าปากคอยรับ
มิถุนายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๗๗