การใส่ร้ายพระทัพพมัลลบุตร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 6 หน้า 92
หน้าที่ 92 / 113

สรุปเนื้อหา

- พระภิกษุทั้งสอง กลับถึง อาราม นั่งคอตกไม่พูดไม่จา ขณะ นั้นนางเมตติยาภิกษุณีผู้คุ้นเคยกัน ผ่านมาเห็นและไต่ถาม เมื่อทราบ ความแล้ว ก็รับอาสาจะช่วยเหลือ พระภิกษุทั้งสอง จึงให้นางนำความ เท็จใส่ร้ายพระทัพพมัลลบุตรเถระ ไปกราบทูลพระสัมมาสัมพุทธเจ้า " นางเมตติยาภิกษุณี หลงเชื่อ ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า พระทัพพมัลลบุตรเถระ ประทุษร้าย ตน - พระพุทธองค์จึงตรัสสั่งให้ ประชุมสงฆ์พร้อมทั้งพระทัพพมัลล บุตรเถระด้วย เมื่อพระพุทธองค์ทรง ถาม “ดูก่อนทัพพะเธอนึกได้หรือไม่ว่า เคยท่ากรรมชั่วอย่างที่นางภิกษุณีนี้ กล่าวหา?” พระทัพพมัลลบุตรเถระกราบ ทูลว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เรื่องทั้งหมดพระองค์ทรงทราบอยู่แล้ว มิใช่หรือ พระเจ้าข้า” น - พระพุทธองค์ทรงถามถึง ครั้ง พระทัพพมัลลบุตรเถระก็กราบ ทูลเหมือนเดิมทั้ง

หัวข้อประเด็น

- การใส่ร้ายพระทัพพมัลลบุตร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

- พระภิกษุทั้งสอง กลับถึง อาราม นั่งคอตกไม่พูดไม่จา ขณะ นั้นนางเมตติยาภิกษุณีผู้คุ้นเคยกัน ผ่านมาเห็นและไต่ถาม เมื่อทราบ ความแล้ว ก็รับอาสาจะช่วยเหลือ พระภิกษุทั้งสอง จึงให้นางนำความ เท็จใส่ร้ายพระทัพพมัลลบุตรเถระ ไปกราบทูลพระสัมมาสัมพุทธเจ้า " นางเมตติยาภิกษุณี หลงเชื่อ ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า พระทัพพมัลลบุตรเถระ ประทุษร้าย ตน - พระพุทธองค์จึงตรัสสั่งให้ ประชุมสงฆ์พร้อมทั้งพระทัพพมัลล บุตรเถระด้วย เมื่อพระพุทธองค์ทรง ถาม “ดูก่อนทัพพะเธอนึกได้หรือไม่ว่า เคยท่ากรรมชั่วอย่างที่นางภิกษุณีนี้ กล่าวหา?” พระทัพพมัลลบุตรเถระกราบ ทูลว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เรื่องทั้งหมดพระองค์ทรงทราบอยู่แล้ว มิใช่หรือ พระเจ้าข้า” น ๓ - พระพุทธองค์ทรงถามถึง ครั้ง พระทัพพมัลลบุตรเถระก็กราบ ทูลเหมือนเดิมทั้ง ๓ ครั้ง พระพุทธ องค์จึงตรัสว่า คำตอบของพระทัพพ มัลลบุตรเถระเป็นคำตอบที่คลุมเครือ ไม่ใช่วิสัยของบัณฑิต ขอให้ตอบมาว่า ทําหรือไม่ได้ทํา พระทัพพมัลลบุตรเถระ กราบ ทูลว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า นับตั้งแต่ข้าพระองค์เกิดมา แม้แต่ เพียงฝันไปว่าได้เสพเมถุนธรรม ก็ ยังไม่เคยเลย ไม่ต้องกล่าวถึงตอนตื่น ๔๐ กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๖ การเกิดขึ้นของ พระพุทธเจ้าเป็นของ หาได้ยาก ศรัทราก็เป็น สิ่งที่หาได้ยาก อยู่นี้หรอกว่า ข้าพระองค์จะกระทำ กรรมอันลามกสามานย์ปานนี้ ข้า พระองค์ไม่เคยกระทำ และไม่เคยคิด ด้วย พระเจ้าข้า” พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรง พอพระทัยในคำกราบทูลนั้นเป็น อย่างยิ่ง เหตุที่เกิดเรื่องนี้ พระองค์ ทรงทราบดีอยู่แล้ว แต่เพื่อให้ทรงเป็น ที่พึ่งของพระทัพพมัลลบุตรเถระ จึง ทรงกระทำเช่นนี้ ในที่สุดตรัสสั่งให้ สอบหาข้อมูลความเป็นจริง ข่าวนางเมตติยาภิกษุณีจะต้อง 66 โทษหนักแพร่ออกไป พระเมตติยะ และพระภุมมชกะสงสารนางกลัวจะ ต้องสึกจากเพศพรหมจรรย์ จึงขอรับ สารภาพทั้งหมด ท่านทั้งสองถูก พระภิกษุทั้งหลายติเตียน ด้วยว่า ได้ใส่ร้ายพระทัพพมัลลบุตรเถระ หวังจะกำจัดท่านให้อาบัติปาราชิก ทำไปด้วยโทสะและความเสียใจ ทั้งๆ ที่เรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง พระพุทธองค์จึงทรงบัญญัติ อมูลกสิกขาบทว่า “ภิกษุโกรธแค้นแกล้งกล่าว พระศาสนายังเหลือ อยู่น้อยแล้ว ผู้ปล่อย ให้โอกาสล่วงไปเสีย ย่อมตกอยู่ในวัฏฏสงสาร 00 หาภิกษุด้วยอาบัติปาราชิก หวังจะให้ ผู้ถูกกล่าวหาเสื่อมจากเพศพรหมจรรย์ ทำไปด้วยโทสะ ไม่มีมูลความจริง แม้ จะมีใครซักถามก็ตาม ไม่มีใครซักถาม ก็ตาม ภิกษุนั้นต้องอาบัติสังฆาทิเสส เวลาแก้ต้องแก้ด้วยการอยู่กรรม แต่ ด้วยเหตุที่เกิดนี้ พระสัมมาสัมพุทธ เจ้ายังไม่เคยทรงบัญญัติไว้ ท่านจึง ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องอยู่กรรม เพราะเป็นต้นบัญญัติ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More