ข้อความต้นฉบับในหน้า
มีปัญญาเป็นเครื่องรักษาตัว ขึ้นสู่
ปราสาทเป็นภูมิอันสูงของปัญญา แล
ลงมาเห็นเหล่าพาลชนทั้งหลายเป็น
ผู้ไม่กระวนกระวาย เห็นหมู่สัตว์
กระวนกระวาย ดุจบุคคลผู้ขึ้นยืน
บนภูเขา แลลงมาเห็นบุคคลผู้ยืน
อยู่ที่ภาคพื้นฉะนั้น
นี่เนื้อความของพระบาลีคลี่
ความเป็นสยามภาษาได้ความเพียง
เท่านี้ เพียงเท่านี้เราถือเอาความ
เข้าใจได้ เพราะธรรมของพระผู้มี
พระภาคทรงแสดงล้ำลึกกว่า
เมื่อบัณฑิตบรรเทาความประ
มาทด้วยความไม่ประมาท ลักษณะ
ความประมาทกับความไม่ประมาท
บัณฑิตผู้ละหรือผู้บรsim
ความประมาทเสียด้วยความ
ไม่ประมาท เป็นผู้มีปัญญาเป็น
ณะ เครื่องรักษาตัว
ขึ้นสู่ปราสาท
นะ ตรงนี้ต้องถือเอาข้อปฏิบัติให้ได้
เป็นภูมิอันสูงของปัญญา แล
ความประมาทนั่นคือเลินเล่อเผลอตัว ลงมาเห็นเหล่าพาลชนทั้งหลาย
ความไม่ประมาทนั่นคือ ไม่เลินเล่อ
เผลอตัว ไม่เผลอไม่พลั้ง ไม่เผลอ มี
สติอยู่เสมอ เรียกว่าความไม่ประมาท
เราขาดสติ อ่อนสติ เรียกว่า ความ
ประมาท เพราะฉะนั้นความประมาท
และไม่ประมาททั้งสองประการนี้
พระองค์ทรงชี้ขาด บรรดาธรรมที่
พระองค์ตรัสเทศนาไว้ ๘๔,๐๐๐ พระ
ธรรมขันธ์เที่ยว ย่นลงเป็นปิฎก
คือ วินัยปิฎก สุตตันตปิฎก ปรมัตถ
ปิฎก มีความไม่ประมาทนี้แหละ
เป็นยอดของพระไตรปิฎกเหล่านั้น
ความไม่ประมาทนี้ เป็นที่รวมลงของ
ความดีทั้งหลาย ความประมาทเล่า
เป็นที่รวบรวมลงของความไม่ดีทั้งนั้น
ความประมาทเป็นที่รวมลงของความ
๓
เป็นผู้ไม่กระวนกระวาย เห็น
หมู่สัตว์กระวนกระวาย
ดุจบุคคลผู้ขึ้นยืนบนภูเขา
แปลงมาเห็นบุคคลผู้ยืนอยู่
ทีภาค และนั่น
ชั่ว มีมากน้อยเท่าใดรวมลงในความ
ประมาททั้งสิ้น ความดีมากเท่าใด
รวมลงในความไม่ประมาททั้งสิ้น นี่
เป็นหัวข้อรวมอย่างนี้
เมื่อละความประมาทด้วย
ความไม่ประมาทเสียได้แล้ว ชื่อว่า
มีปัญญา ทรงปัญญาขึ้นสู่ปราสาท
สู่ภูมิอันสูงของปัญญา แลลงมา
เห็นเหล่าพาลชน เป็นผู้ไม่กระวน
กระวายเห็นสัตว์กระวนกระวาย ดุจ
คนขึ้นบนยอดภูเขา แลลงมาเห็น
คนยืนอยู่บนภาคพื้นฉะนั้น นี่ได้
ความดังนี้ อรรถาธิบายขยายความ
เป็นลำดับไป ผู้ไม่ประมาทไม่ปราศ
จากสติ สติตรึกนึกอยู่ไม่เผลอ นึก
อยู่จนกระทั่งหยุดเป็นจุดเดียวกัน
ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกาย
มนุษย์ บริสุทธิ์เป็นจุดเดียวกัน เห็น
จำ คิด รู้ เป็นจุดเดียวกัน ศูนย์
กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์
บริสุทธิ์ถูกส่วนเข้า ถึงขนาดนั้น เห็น
เป็นดวงใสเท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์
อยู่กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกาย
มนุษย์ ไม่ได้หยุดอยู่ที่อื่น อยู่แห่ง
เดียวนั้น กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็น
กายมนุษย์นั้น ใสเท่าดวงจันทร์ดวง
อาทิตย์ ใจหยุดสนิทอยู่กลางดวง
ธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ ใจหยุด
- สนิทอยู่ศูนย์กลางดวงใสที่เกิดขึ้น
นั่นคือ ดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
หยุดนิ่งอยู่ศูนย์กลางดวงธัมมานุปัส
สนาสติปัฏฐาน พอถูกส่วนเข้า
เห็นดวงศีลใสหนักขึ้นไป หยุดนิ่ง
๑๒ กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๓๖