ข้อความต้นฉบับในหน้า
ม่อมฉันขอเป็นผู้คล่อง
** แคล่วด้วยฤทธิ์เหมือน
ภิกษุณีรูปนั้นในอนาคต
กาล....” เจตน์จำนงนี้ไม่เคยลางเดือน
ไปจากใจของพระอุบลวรรณาเถรีเลย
แม้เพียงชาติเดียว ในระหว่างที่ท่าน
ยังต้องเวียนว่ายอยู่ในวังวนแห่ง
วัฏฏสงสารอันยาวไกลนี้ ด้วยความ
ตั้งใจที่แน่วแน่และไม่มีวันเปลี่ยน
แปลง แม้จะต้องเผชิญกับมรสุมภัย
ของชีวิตนานัปการ ท่านก็ไม่เคยท้อ
ถอย
เมื่อเป็นเช่นนี้ อุปสรรคทั้ง
หลายก็ไม่สามารถเอาชนะคนที่มี
ความตั้งใจจริงแน่วแน่ และไม่ยอม
เรื่องราวแห่งพระอริยสาวก
ผู้ทรงคุณอันประเสริฐในพระพุทธ
ศาสนาเป็นสิ่งที่พวกเราชาวพุทธควร
จะได้เรียนรู้และจดจำเป็นแบบอย่าง
ในการสร้างความดี นอกเหนือไปจาก
พุทธประวัติ เพราะนอกจากจะได้
ทราบถึงประวัติความเป็นมาอันเป็น
เครื่องสนับสนุนว่า ท่านเหล่านั้นมี
ชีวิตปรากฏอยู่จริง เมื่อครั้งพุทธกาล
แล้ว ยังได้ทราบถึงเกียรติคุณของ
พระอริยสาวกผู้ทรงคุณความดีเป็น
เอกในพระพุทธศาสนาว่า ท่านดำเนิน
ชีวิตผ่านพ้นอุปสรรคได้อย่างไร กว่า
ที่จะบรรลุเป้าหมายสูงสุดของชีวิตคือ
หมดกิเลสเข้าสู่กระแสพระนิพพาน
ในที่สุด
แพ้ได้ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต เขา
ยังนาคนคร มีการตกแต่งมณฑป
ก็จะประสพความสำเร็จในที่สุด บัลลังค์ด้วยรัตนะ ตามหนทางก็
และแน่นอน...ชาติสุดท้าย ประดับด้วยธงทิวรัตนะ และประโคม
อันเป็นชาติแห่งความสมปรารถนา... ดนตรีหลากหลายชนิดต้อนรับพระ
ท่านก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเอตทัคคะ พุทธองค์
โมทย์ ปรารถนาที่จะเป็นเช่นภิกษุณี
รูปนั้นบ้าง จึงทูลถามว่า “ข้าแต่
พระมหาวีรเจ้า ภิกษุณีนั้น เป็นผู้
คล่องแคล่วด้วยฤทธิ์ เพราะเหตุใด”
ว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบ
“ภิกษุณีนั้นเป็นโอรสธิดาที่
เกิดจากปากของเรา มีฤทธิ์คล่อง
แคล่วมากทำตามอนุศาสน์ของเรา”
นางนาควิมลาได้ฟังดังนั้นแล้ว
มีความยินดีจึงกราบทูลว่า
“หม่อมฉันขอเป็นผู้คล่องแคล่ว
ด้วยฤทธิ์ เหมือนภิกษุณีรูปนั้นใน
อนาคตกาล”
จากนั้น นางนาควิมลาได้
ตกแต่งบัลลังค์ และมณฑปให้ผุดผ่อง
ไปด้วยแก้วมณี ถวายมหาทานด้วย
ข้าวและน้ำแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้า
และพระสาวกแล้วได้ถวายดอกบัวอัน
เป็นดอกไม้อย่างดี ที่พวกนาคเรียก
ในทางมีฤทธิ์เหนือภิกษุณีรูปใดจาก มหานาคราชได้ถวายน้ำและ กันในสมัยนั้นว่า “ดอกอรุณ” แด่พระ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาหารอย่างดีแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พุทธองค์ แล้วตั้งความปรารถนา
ประวัติการสร้างบารมีของ ครั้นเสวยเสร็จพระพุทธองค์ได้กระ ขอให้สีผิวของนางจงเป็นเช่นสีแห่ง
ท่าน มีเรื่องราวที่น่าสนใจและชวน ทำกิจอนุโมทนา ตลอดระยะเวลานั้น
ให้ติดตามอย่างยิ่ง
นางนาควิมลาผู้มีฤทธิ์มาก แลเห็น
ดอกบัวนี้
ด้วยกุศลผลบุญที่ทำไว้ดีแล้ว
เช่นนี้ เมื่อละจากโลกนั้นไปแล้ว ได้
ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เสวยสุขอยู่
ครั้งหนึ่ง ในสมัยพระปทุ- พระผู้มีพระภาคเจ้ามีรัศมีเปล่งปลั่ง นั้น และด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้
มุตตรพุทธเจ้า พระอุบลวรรณาเถรี มียศมาก ก็บังเกิดความเลื่อมใส มี
ได้ถือกำเนิดเป็นนางนาคกัญญา มี ใจเคารพในพระพุทธศาสนา พระ
นามว่า “วิมลา” ซึ่งคณะนาคสมมติ ปทุมุตตรพุทธเจ้าทรงทราบวาระจิต
ว่า เป็นผู้ดีกว่าพวกนาคกัญญา
ของนางนาคแล้ว จึงทรงแสดงให้
ในครั้งนั้นมหานาคราช นาม นางนาคเห็นภิกษุณีรูปหนึ่งที่มีฤทธิ์
ว่า “มโหรคะ” มีความเลื่อมใสใน
พระพุทธศาสนาได้นิมนต์พระปทุมุต
ตรพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสาวกมา
ณ ทนน
ครั้นถึงสมัยของพระวิปัสสี
พุทธเจ้า พระอุบลวรรณาเถรีได้บัง
คล่องแคล่วหลายประการ ด้วยฤทธิ์ เกิดเป็นธิดาของเศรษฐีในเมืองพา
ของพระองค์เอง
ราณสี มีโอกาสถวายมหาทานแด่
นางนาคเห็นแล้วเกิดปีติปรา- พระพุทธองค์พร้อมด้วยสงฆ์หมู่ใหญ่
ตุลาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๘๗