ข้อความต้นฉบับในหน้า
และรำคาญที่ศีรษะด้านสมองช้ำเท่านั้น แพทย์และ เมตตาไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลพร้อมด้วยหลวงพี่
พยาบาลมาถามกันหลายคนว่า แขวนพระอะไร ฐานวุฑโฒ และน้อง ๆ ฝ่ายวิชาการ หลวงพ่อ
ดิฉันตอบว่านั่งสมาธิ ความจริงดิฉันแขวนดวงแก้ว ธัมมชโยได้เมตตาให้หลวงพี่สุธัมโม (ขณะนั้น
ที่ได้รับจากหลวงพ่อธัมมชโยด้วย แต่ขณะนั้นไม่ได้ ท่านยังเป็นฆราวาส) ไปเยี่ยมเพราะท่านเพิ่งทราบ
แขวนจึงนึกไม่ได้ ด้วยเขาตั้งคำถามว่า “แขวนพระ เมื่อกำลังจะเดินทางไปเชียงใหม่ และยังได้เมตตา
อะไร”
โทรถามอาการของดิฉันกับทางหลวงพ่อทัตตชีโวถึง
คำร่ำลือเรื่องดิฉันดังไปทั่วโรงพยาบาล ที่ ๒-๓ ครั้ง ดิฉันตื้นตันในความเมตตาที่ได้รับทั้งหมด
ได้ทราบก็เนื่องจากญาติทางปักษ์ใต้โทรศัพท์ทางไกล เกินคุ้มจริง ๆ กับการได้เข้าวัดปฏิบัติธรรม ณ วัด
มาถามอาการ เพราะเพื่อนที่มารักษาไข้ที่โรงพยา- พระธรรมกายแห่งนี้
บาลสยามกลับปักษ์ใต้ไปเล่าให้ฟัง ญาติจึงได้
หลวงพ่อทัตตชีโว ได้ให้ดิฉันเล่าเหตุการณ์
ทราบว่าดิฉันอยู่ในเหตุการณ์น่าสยดสยองนั้นด้วย ให้ฟัง จบแล้วท่านได้เมตตาบอกว่า ดิฉันได้เข้า
สำหรับดิฉันและคุณแม่นั้นไม่แปลกใจในอาการที่ดี ศูนย์กลางกายโดยไม่รู้ตัว คือการที่ดิฉันนั่งมอง
ของดิฉัน เนื่องจากดิฉันได้รับความเมตตาช่วย ฟองอากาศในดวงแก้วนั้น เสมือนนั่งมองจุดกลาง
รักษาอาการตั้งแต่วันแรกที่ป่วยจากพระภิกษุและ ใสของดวงแก้วนั่นเอง ทำให้ร่างกายภายในของ
กัลยาณมิตรของวัดที่ช่วยนั่งสมาธิแผ่เมตตาให้ทันที ดิฉันปลอดภัย ปลอดภัยทั้งกายและใจจริง ๆ ขณะ
เมื่อทราบข่าวจากเพื่อนคุณแม่ที่เข้าวัดไปขอความ เกิดเหตุ ลูกศิษย์ที่รอดชีวิตมาได้บอกว่าเสียงดัง
ช่วยเหลือให้ดิฉัน วันต่อมาได้รับความเมตตาจาก สนั่นมาก แต่ดิฉันไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
คุณป้าถวิล ซึ่งพี่ชูจิตรได้นำท่านไปเยี่ยมดิฉันเพื่อ จึงโชคดีมากที่ไม่ต้องได้ยินได้เห็นเหตุการณ์ที่น่าสยด
จะได้ช่วยเหลือดิฉันได้ วันอาทิตย์ถัดมาคืนนั้น สยองนั้น
หลวงพ่อทัตตชีโวว่างจากภารกิจของวัด ท่านได้
แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็ต้องเห็นภาพเหล่านั้น
ตุลาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๒๑