ประสบการณ์การบวช วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 2 หน้า 56
หน้าที่ 56 / 156

สรุปเนื้อหา

น้องเณรอยากรู้ไหมว่า “ก่อนที่ พี่ๆ เขาบวชกัน ก็อยากจะบวชกับเขา พี่เณรจะมาถึงวัดพระธรรมกาย พี่เณร บ้าง เลยไปขอโยมแม่บวช แทนที่ท่าน ได้ประสบกับอะไรมาบ้าง?” ถ้าอยาก จะดีใจและอนุโมทนา กลับคัดค้านไม่ ยอมให้บวช พี่เณรต้องอ้อนวอนท่าน รู้ล่ะก็ พี่เณรจะเล่าให้ฟัง... พี่เณรเป็น คนธรรมดาสามัญคนหนึ่งเกิดในหมู่บ้าน อยู่หลายครั้ง จนในที่สุดท่านก็อนุญาต ชนบท ครอบครัวมีอาชีพทำนา ชีวิต ให้บวช พี่เณรบวชตั้งแต่อายุ ๑๑ ขวบ กับเป็นวัดประจำหมู่บ้าน พอตื่นเช้า ขึ้นมาก็กวาดลานวัดแล้วออกบิณฑบาต ต้องออกแต่เช้ามืด ทางก็ไกล บางวัน ไม่ค่อยได้อะไร ได้ข้าวเหนียวกับหมูปิ้ง มาชิ้นหนึ่ง ฉันไม่อิ่มท้อง ไม่รู้จะทำ ยังไงเลยพาเพื่อนๆ ไปปีนต้นมะม่วงเอา ในวัยเด็กชอบสนุกสนานเหมือนเด็ก ตอนนั้นคิดว่าจะบวชสักพรรษาสองพรร มาฉันกัน บางที

หัวข้อประเด็น

- ประสบการณ์การบวช

ข้อความต้นฉบับในหน้า

น้องเณรอยากรู้ไหมว่า “ก่อนที่ พี่ๆ เขาบวชกัน ก็อยากจะบวชกับเขา พี่เณรจะมาถึงวัดพระธรรมกาย พี่เณร บ้าง เลยไปขอโยมแม่บวช แทนที่ท่าน ได้ประสบกับอะไรมาบ้าง?” ถ้าอยาก จะดีใจและอนุโมทนา กลับคัดค้านไม่ ยอมให้บวช พี่เณรต้องอ้อนวอนท่าน รู้ล่ะก็ พี่เณรจะเล่าให้ฟัง... พี่เณรเป็น คนธรรมดาสามัญคนหนึ่งเกิดในหมู่บ้าน อยู่หลายครั้ง จนในที่สุดท่านก็อนุญาต ชนบท ครอบครัวมีอาชีพทำนา ชีวิต ให้บวช พี่เณรบวชตั้งแต่อายุ ๑๑ ขวบ กับเป็นวัดประจำหมู่บ้าน พอตื่นเช้า ขึ้นมาก็กวาดลานวัดแล้วออกบิณฑบาต ต้องออกแต่เช้ามืด ทางก็ไกล บางวัน ไม่ค่อยได้อะไร ได้ข้าวเหนียวกับหมูปิ้ง มาชิ้นหนึ่ง ฉันไม่อิ่มท้อง ไม่รู้จะทำ ยังไงเลยพาเพื่อนๆ ไปปีนต้นมะม่วงเอา ในวัยเด็กชอบสนุกสนานเหมือนเด็ก ตอนนั้นคิดว่าจะบวชสักพรรษาสองพรร มาฉันกัน บางทีเพื่อนก็ปีนต้นมะพร้าว ทั่วๆ ไป วันๆ มีแต่เรียนกับเล่น พอ วันหยุดก็ไปช่วยพ่อเลี้ยงควาย พามัน ไปกินหญ้า ขี่หลังควายเล่นบ้าง พอ ตกเย็นก็ช่วยต้อนควายเข้าคอก ในฤดู ทำนาก็ช่วยพ่อแม่ดำนา ปลูกข้าว แม้ ฝนจะตกก็ทำงานกันไม่หยุด ชวด ตอนนั้นค่อนข้างจะลำบากเหมือน กัน แต่ดีอยู่อย่างคือไม่ต้องไป คิดถึงอะไรในอนาคต ชวด ในชนบทอยู่กันไปวันๆ แต่ละ V ครอบครัวก็ทำมาหากินกันไป ไม่เคยทราบถึงเป้าหมายของ การได้เกิดมาเป็นมนุษย์เลยว่า เราเกิดมาทำไม? รู้แค่เพียงว่า เกิดมาเรียน โตขึ้นก็ทำงาน มี ครอบครัว แล้วก็เป็นผู้เฒ่าชรา จน ในที่สุดก็ตายจากกันไป พี่เณรเห็น ชีวิตใคร ๆ เขาก็เป็นอย่างนี้กันหมด ษา แต่คงเป็นด้วยบุญเก่าส่งผลเป็น แน่แท้ จึงทำให้พี่เณรบวชมาได้ถึงทุก วันนี้ ถ้าจะถามว่าในตอนนั้นพี่เณรคิด ถึงโยมพ่อ โยมแม่ไหม? ก็ตอบตาม คำว่า “เราเกิดมาสร้างบารมี” ไม่เคย ตรงเลยว่า “ทั้งคิดถึง และสงสารท่าน” ได้ยินเลย พี่เณรว่าชาวโลกส่วนใหญ่ นึกเหมือนกันว่าโตขึ้น เราจะต้องตอบ เขาก็คงไม่รู้จักเหมือนกันไม่เชื่อน้องเณร แทนบุญคุณท่านที่อุตส่าห์เลี้ยงดูเรามา ลองไปถามดูเถอะ...ว่าคุณเกิดมาทำไม? พออยู่ต่อๆ มา ก็ได้คิดว่า “เราบวช ไม่ว่าจะเป็นมหาเศรษฐีลงมาจนกระทั่ง อย่างนี้แหละ จึงจะตอบแทนบุญคุณ ถึงยาจกเข็ญใจ จะมีใครสักกี่คนที่จะ ท่านได้มากกว่าการอยู่เป็นฆราวาส” สามารถตอบได้ว่า “เราเกิดมาสร้าง บารมี” เนื่องจากพี่เณรเป็นลูกคนสุดท้อง ในบรรดาพี่น้อง 4 คน โยมพ่อโยมแม่ 2 ท่านก็เลยรักและเป็นห่วงมาก เมื่อพี่ เณรเรียนจบชั้นประถมแล้ว ได้เห็นพวก เนื่องจากเราสามารถ ชักชวนให้ท่าน ทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาได้ ดีกว่า เมื่อพี่เณรได้บวชแล้วก็ไปอยู่สำ- นักสงฆ์เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง กับหลวงปู่และ เพื่อนสามเณรอีก ๒ รูป ที่นั่นคล้าย กัลยาณมิตร ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ ก็จะเอา มีอยู่วันหนึ่ง เพื่อนขึ้นไปบิดลูกมะพร้าว พี่เณรอยู่ข้างล่าง ถือกระสอบรออยู่ พอลูกมะพร้าวหล่นลงมา กระสอบรับ พอเพื่อนบิดลูกมะพร้าว มะพร้าวแก่มันตกลงมาพร้อม ๆ กัน 5- ๗ ลูก พี่เณรหลบแทบไม่ทัน ต้องทิ้ง กระสอบแล้วเอามือปิดหัวไว้ ยัง ดีที่มะพร้าวไม่หล่นลงหัว ไม่ยัง งั้นมีหวังหัวแตกหรือไม่ก็สลบ ไปเลย จึงบอกกับตัวเองว่า “เข็ดแล้วไม่เอาอีกแล้ว” บิณ ฑบาตมาได้เท่าไหร่ก็พอใจแค่ นน ตอนออกไปรับบาตรใน ขณะที่ให้พรนั้นพี่เณรมีความคิด อย่างหนึ่งว่า “พรที่เราให้โยม เรา ยังแปลไม่ออกเลย แล้วญาติโยมจะ เข้าใจได้อย่างไร?” พี่เณรจึงตั้งใจว่า จะต้องเรียนภาษาบาลีให้ได้ ปกติแล้ว พี่เณรจะท่องคำให้พรและมนต์บทต่างๆ ได้คล่องปากจำได้ขึ้นใจ ถึงทุกวันนี้ก็ ยังไม่ลืม การท่องบทสวดมนต์ในตอน กลางคืน เราจะใช้เทียนไขดูหนังสือ เพราะที่วัดยังไม่มีไฟฟ้า แต่เทียนไขก็ หายาก ส่วนใหญ่จะจุดธูปดูหนังสือมี ไฟแดงๆ ตรงปลายธูปพอที่จะเห็นตัว หนังสือได้ ใช้ธูปดีอยู่อย่างคือเวลา ลมพัดไม่ดับเหมือนเทียนไข แต่ก็ต้อง คอยเป่าขี้ธูปอยู่เรื่อยๆ ท่องไปก็เป่าไป ถ้าวันไหนมีญาติโยมมานิมนต์ไปเจริญ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More