สังขารและความไม่เที่ยง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 2 หน้า 14
หน้าที่ 14 / 156

สรุปเนื้อหา

สังขารก็ดี สังขารเหล่านี้ไม่เที่ยงทั้ง มันไม่เที่ยงยักเยื้องแปรผันไปเช่นนี้ นั้น ยักเยื้องแปรผันอยู่ปกติธรรมดา เกี่ยวข้องก็เสียเวลาเปล่า คล้ายๆ เหมือนมนุษย์ที่ยักเยื้องเป็นมนุษย์ กับหลอก ๆ ลวงๆ เล่น ไม่จริงไม่ สัตว์เดรัจฉานก็ยักเยื้องส่วนสัตว์ จังอะไร เมื่อเป็นเช่นนี้ใจของเราก็ เดรัจฉาน อสุรกายก็ยักเยื้องทั้งนั้น ที่เรียกว่าปุญญาภิสังขาร กายทิพย์ ทิพยกาย หรือพรหมกาย ส่วนอรูป พรหม กายเหล่านี้เป็นอเนญชาภิ ไม่เกี่ยวข้องในสังขารนั้นๆ ปุญญา ภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญ- ชาภิสังขาร ก็ไม่เกี่ยวเกาะ ไม่เกี่ยว ก็ใจมันก็ไม่ติดในสังขารเหล่านั้น สังขาร และกายเหล่านี้ไม่เที่ยงมี ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร ยักเยื้องแปรผันอยู่ ตามจริงเป็น อเนญชาภิสังขาร ไม่เกาะไม่ติด ไม่เอาใจไปเกี่ยวกับสังขารเหล่านี้ เป็

หัวข้อประเด็น

- สังขารและความไม่เที่ยง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สังขารก็ดี สังขารเหล่านี้ไม่เที่ยงทั้ง มันไม่เที่ยงยักเยื้องแปรผันไปเช่นนี้ นั้น ยักเยื้องแปรผันอยู่ปกติธรรมดา เกี่ยวข้องก็เสียเวลาเปล่า คล้ายๆ เหมือนมนุษย์ที่ยักเยื้องเป็นมนุษย์ กับหลอก ๆ ลวงๆ เล่น ไม่จริงไม่ สัตว์เดรัจฉานก็ยักเยื้องส่วนสัตว์ จังอะไร เมื่อเป็นเช่นนี้ใจของเราก็ เดรัจฉาน อสุรกายก็ยักเยื้องทั้งนั้น ที่เรียกว่าปุญญาภิสังขาร กายทิพย์ ทิพยกาย หรือพรหมกาย ส่วนอรูป พรหม กายเหล่านี้เป็นอเนญชาภิ ไม่เกี่ยวข้องในสังขารนั้นๆ ปุญญา ภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญ- ชาภิสังขาร ก็ไม่เกี่ยวเกาะ ไม่เกี่ยว ก็ใจมันก็ไม่ติดในสังขารเหล่านั้น สังขาร และกายเหล่านี้ไม่เที่ยงมี ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร ยักเยื้องแปรผันอยู่ ตามจริงเป็น อเนญชาภิสังขาร ไม่เกาะไม่ติด ไม่เอาใจไปเกี่ยวกับสังขารเหล่านี้ เป็นหน ทางหมดจดวิเศษ นี้เป็นทางไปของพระ พุทธเจ้า ของพระอรหันต์ ทางไปของพระ อริยบุคคล อย่างนี้ ที่ไม่เที่ยงเป็นอย่างไร ก็มี เมื่อไม่ติดแล้วใจไม่เกาะอะไร เกิดขึ้น ท่ามกลางมีแก่แปรไป ใน เลย ใจมันก็ว่างจากสังขารเหล่านั้น อวสานที่สุดแตกสลายไป ไม่ได้เหลือ ตนแต่สักคนเดียว เบื้องต้นมีเกิดขึ้น ท่ามกลางมีแก่แปรไป อวสานที่สุด ไม่เกี่ยวเกาะในสังขารเหล่านั้น ใจ ก็ว่าง ใจว่างนั้นแหละ เป็นหนทาง หมดจด ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใด ใจที่ว่าง มีสิ้นสลายหายไป เอาจริงเอาจังไม่ นั้นแหละ เป็นหนทางหมดจด ว่าง ได้สักอย่างหนึ่ง ดังนี้เรียกว่าไม่เที่ยง จากสังขารเหล่านั้น ไม่เกี่ยวเกาะ นี่ในพระคาถาต้น อรหันต์ไปทางนี้ ไปทางหมดจดนี้ ผู้ที่เป็นวิปัสสนาคามินี ย่อมเห็น แจ้งชัดเจนในสิ่งที่ไม่เที่ยงทั้งหลาย เหล่านั้น เป็นวิปัสสนาคามินีเห็น แจ้งชัดอยู่ว่าสังขารเหล่านี้ไม่เที่ยง จริงๆ เมื่อไม่เที่ยงแล้วเป็นอย่างไร ในบาทที่สองรองรับลงไปว่า สพฺเพ สังขารา ทุกฺขาติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ อถ นิพพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคโค วิสุทธิยา เมื่อใดบุคคลเห็น ตามปัญญาว่าสังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ เมื่อนั้นย่อมเหนื่อยหน่ายในทุกข์ นี่ ทางหมดจดวิเศษอีกเหมือนกัน ย่อม เหนื่อยหน่ายในทุกข์ เห็นสังขารทั้ง ปวงเป็นทุกข์ เป็นทุกข์จริงๆ นะ ไม่เป็นสุขหรอก ถ้ามีความเกิดแล้ว ก็เป็นทุกข์ มีเกิดเป็นเบื้องต้น มีแก่ แปรไปในท่ามกลาง มีตายไปเป็น อวสาน เมื่อเห็นเช่นนี้แล้ว สังขาร ทั้งหลายเหล่านั้นล้วนเป็นทุกข์ทั้งนั้น ไม่เป็นสุข สังขารดังกล่าวแล้วจะ เป็นปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสัง ขาร อเนญชาภิสังขาร สังขารที่เป็น ไปในภพสาม กามภพ รูปภพ อรูป หรือเป็นไปในวัฏฏะทั้งสาม ภพ กรรมวัฏ กิเลสวัฏ วิปากวัฏ ทั้ง หลายเหล่านี้ เมื่อเป็นสังขารแล้ว ด้วยสังขารเหล่านั้น ไม่ติดใน เมื่อสิ่งที่ไม่เที่ยงที่เราเห็น เช่นนี้ เราจะเป็นอย่างไรบ้าง ใจคอ ก็สลดใจไม่อยากจะได้ ไม่อยากจะ เอื้อเฟื้อ ไม่อยากจะเกี่ยวข้องเพราะ สังขารเหล่านั้น เรียกว่าใจหมดจด จะได้เป็นสุข เป็นอันไม่มี ย่อมเป็น เป็นหนทางบริสุทธิ์ นี่แหละทาง ทุกข์ทั้งสิ้น ก็เทวดาเขาว่าเป็นสุข บริสุทธิ์เป็นทางไปของพระอริยบุคคล ตั้งต้นแต่โสดา สกทาคา อนาคา อย่างไรเล่า เป็นสุขหลอกๆ ไม่ใช่ สุขจริงๆ สุขหลอกลวงเหมือนสุข กัลยาณมิตร .......... ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More